More

    Honda HR-V e:HEV VS Toyota Corolla Cross Hybrid ศึกเอสยูวีขวัญใจคนเมืองด้วยพลังรักษ์โลก

    น่าจับตามองอย่างมากสำหรับกลุ่มรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วทั้งที่เมืองไทยและทั่วโลกกับกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ หรือเรียกกันว่า เอสยูวี (SUV) แต่ถ้าจะแตกย่อยลงรายละเอียดกันกลุ่มรถยนต์เอสยูวีจะมีหลากหลายกลุ่มย่อย แต่กลุ่มที่น่าสนใจและตอบรับดีก็คงหนีไม่พ้นกลุ่ม Full B-SUV หรือ Entry C-SUV นั่นเอง

    สำหรับกลุ่มรถยนต์ Full B-SUV หรือ Entry C-SUV ที่กลายเป็นผู้บุกเบิกตลาดให้โด่งดังเปรี้ยงปร้างจนถึงวันนี้ก็คงหนีไม่พ้น  Honda HR-V ที่เปิดตัวตั้งแต่ปลายปี 2014 แถมเป็นการปูทางให้ค่ายรถยนต์หลายค่ายเริ่มนำรถยนต์ประเภทนี้เข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเมื่อปีกลายค่ายยักษ์ระดับบิ๊กอย่าง โตโยต้า ก็ส่ง Toyota Corolla Cross ต่อสู้กับ HR-V และคู่แข่งเจ้าอื่นๆขึ้นมาเป็นอันดับ 1 อย่างรวดเร็ว งานนี้เพื่อนรักร่วมชาติอย่าง Honda ก็ไม่น้อยหน้า ส่งเจเนอเรชั่นที่ 2 ถล่มตลาดตามหลังญี่ปุ่นและยุโรปได้ไม่นาน และวันนี้ Car2day ขอจับสองเอสยูวีขนาดกลาง จากสองค่ายยอดนิยมชาวไทยมาเทียบกันว่าใครจะดี ใครจะเด่น ในด้านไหนบ้าง โดยรุ่นเทียบกันนั่นคือ Honda HR-V e:HEV รุ่น RS และ Toyota Corolla Cross Hybrid รุ่น Hybrid Premium Safety โดยทั่งคู่เป็นรุ่นท็อปสุด เริ่มที่

     

    ภายนอก

    มากันที่ Honda HR-V e:HEV เจเนอเรชั่นที่สอง ดีไซน์ใหม่หมด ด้วยหน้าตาทันสมัยผสานทั้งฟังก์ชันการใช้งานและสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ในสไตล์สปอร์ตคูเป้ โดยในรุ่นท็อป e:HEV RS ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียม โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ RS สัญลักษณ์ AMP UP บนกันชนหน้าด้านล่าง สะท้อนพลังใหม่ที่แตกต่าง กันชนหน้า-หลัง พร้อมชายกันกระแทกด้านข้างสีดำแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยโครเมียม ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential ไฟท้ายแบบ LED Light Strip สี Smoke ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้วพร้อมพร้อมยาง 225/50 R18 เผยมุมมองใหม่ด้วยหลังคากระจกแบบ Panoramic Glass Roof นี่แหละที่เด่นกว่า Corolla Cross และ ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ

    ทางด้าน Toyota Corolla Cross รุ่น Hybrid Premium Safety ทราบกันดีแล้วว่ารุ่นนี้นำพื้นฐาน Corolla Altis มาต่อเติมตัวถังให้กลายเป็นทรง 5 ประตูแถมยกสูงอีกต่างหาก หน้าตานั้นแน่นอนว่าถึงหน้าจะบูดบึ้งแต่ก็เป็นมิตรกับทุกคนที่อยากเป็นเจ้าของด้วย กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยม ประกบกับไฟหน้า LED Projector แบบ Hybrid และ DRL LED แบบ Light Guidingมาพร้อมระบบควบคุมการเปิด – ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home เท่กับกันชนหน้าทรงสปอร์ตติดตั้ง ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าและพับเก็บอัตโนมัติพร้อมไฟเลี้ยว ไฟท้ายแบบ LED Light Guiding พร้อมไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED หลังคามูนรูฟแบบไฟฟ้า ราวหลังคาสีดำ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/50 R18 ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry) ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick activated

     

    มิติตัวรถสูสีไม่หนีห่าง

    เมื่อนำมาเทียบกันจะพบว่า ทั้ง 2 รุ่น ต่างได้เปรียบในเรื่องมิติที่แตกต่างกันเริ่มที่ความยาว Corolla Cross ยาวกว่า HR-V 75 มม. ความกว้าง Corolla Cross กว้างกว่า HR-V 35 มม. ความสูง Corolla Cross สูงกว่า HR-V 30 มม. ฐานล้อ HR-V สั้นกว่า Corolla Cross 30 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น HR-V สูงกว่า Corolla Cross 35 มม. น้ำหนักรถ Corolla Cross หนักกว่า 23 กก. และความจุถังน้ำมัน Corolla Cross จุมากกว่า 7 ลิตร

     

    ภายในเด่นไม่แพ้กัน

    แน่นอนแล้วว่าความใหม่สดนั้นต้องยกให้ Honda HR-V e:HEV รุ่น RS แน่นอนเพราะเขามาในแนวสปอร์ต การจัดวางฟังก์ชั่นการใช้งานก็ย่อมเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เบาะหนังสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดงแบบสปอร์ตปรับด้วยระบบไฟฟ้าด้านคนขับ 8 ทิศทาง แป้นเบรกและแป้นคันเร่งสไตล์สปอร์ต และ พวงมาลัยสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง เบาะนั่งด้านหลังพับแบบ 60:40 ที่สามารถปรับพับได้หลากหลายเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้อย่างสูงสุด โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ โดยจะพับแบบตอน 2 60:40 พับเรียบแบบ Utility Mode หรือจะพับแบบเพิ่มจุดพับเบาะหน้าด้วย แบบ Long Mode และพับแบบ Tall Mode สามารถยกที่รองนั่งของตอน 2 ขึ้นได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง พร้อมฟังก์ชั่นต่างๆได้แก่ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว  อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ลำโพง 8 ตำแหน่ง ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED เปิด-ปิดแบบสัมผัส แผ่นกั้นห้องสัมภาระท้าย ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 4 ช่อง พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง, ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และปุ่มควบคุมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา พร้อมระบบ Air Diffusion System พร้อมด้วยช่องปรับอากาศตอนหลัง

    ด้าน Toyota Corolla Cross รุ่น Hybrid Premium Safety แน่นอนแล้วว่ายกความเป็น Corolla Altis มาเกือบหมดแต่ปรับดีไซน์ให้เป็นตัวของตัวเองขึ้น ด้วยภายในสีแดง Terra Rossa พร้อมเบาะนั่งกึ่งหนังแท้ปรับด้วยระบบไฟฟ้าด้านคนขับ 8 ทิศทาง มาตรวัดพร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple Car Play Bluetooth และ USB ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องระบายอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ (Push Start) แต่มีความเด่นไม่แพ้ HR-V ตรงที่ พนักพิงเบาะนั่งด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศา เบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้แบบ 60:40 พนักวางแขนด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ ช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุมากถึง 487 ลิตร แต่แบรกมือของ Corolla Cross ยังเป็นแบบเท้าเหยียบแต่ทาง HR-V เป็นแบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) พร้อมระบบ Auto Brake Hold

     

    ขุมพลังรักษ์โลกทั้ง 2 รุ่น

    Honda HR-V e:HEV ที่จำหน่ายในไทยอาจเสียเปรียบตรงที่นำเครื่องยนต์ Hybrid มาจำหน่ายเพียงเครื่องเดียวไม่เหมือน Toyota Corolla Cross ที่มีทั้งเครื่องยนต์ Hybrid และ เครื่องยนต์สันดาปให้เลือกแต่ในการเทียบครั้งนี้ เราเอารุ่นท็อปสุดมาเทียบกันและเป็นความโชคดีที่รุ่นท็อปทั้ง 2 รุ่นใช้ขุมพลัง Hybrid กันทั้งคู่เริ่มที่ Honda HR-V e:HEV รุ่น RS เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว รหัส LEB-H5 108 แรงม้าที่ 6,000-6,400 รอบ/นาที แรงบิด 127 นิวตันเมตรที่ 4,500-5,000 รอบ/นาที ผสมผสานกันทำงานมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่ให้กำลังรวมสูงสุด 131 แรงม้าที่ 4,000-8,000 รอบ/นาที แรงบิด 253 นิวตันเมตรที่ 0-3,500 รอบ/นาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า E-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า

    โดยเป็นระบบ Full Hybrid ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive)และชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Power Unit – IPU) ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ซึ่งมีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัด สามารถเก็บประจุไฟ และช่วยให้การชาร์จไฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่โดยอัตโนมัติในขณะขับขี่และโหมดการขับขี่ Drive Mode ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดายตามความต้องการ ซึ่งมีให้เลือก 3 โหมด ได้แก่ ECON Mode Normal Mode และ Sport Mode และการขับขี่ของระบบเครื่องยนต์ยังมีอีก 3 โหมด ทั้งโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)

    ส่วน Toyota Corolla Cross รุ่น Hybrid Premium Safety มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร 2ZR-FXE ให้กำลังสูงถึง 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิด 142 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบ/นาที ในภาคเครื่องยนต์จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร ทำให้ได้แรงม้ารวมถึง 122 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า สำหรับแบตเตอรี่ของรุ่นี้ต่างจาก HR-V ตรงที่เป็นแบตเตอรี่แบบ Nickel-Metal Hydride แบตเตอรี่ใหม่มีขนาดเล็กลง เก็บประจุไฟฟ้าได้เร็วขึ้น และสามารถจ่ายไฟให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง EV MODE SPORT MODE และ ECO MODE

    สำหรับการปล่อยไอเสีย CO2 เพียง 94 กรัม/กิโลเมตร สำหรับ  Honda HR-V e:HEV รุ่น RS และ 98 กรัม/กิโลเมตรสำหรับ Toyota Corolla Cross รุ่น Hybrid Premium Safety รวมถึงช่วงล่างทั้งสองรุ่นใช้ด้านหน้าแบบ อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลงและด้านหลังแบบ ทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง ยกเว้น HR-V ที่ไม่มีเหล็กกันโคลงในด้านหลัง ส่วนพวงมาลัยพาวเวอร์ทั้ง 2 รุ่นเป็นแบบไฟฟ้า โดยรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.5 เมตรใน HR-V และ 5.2 เมตรใน Corolla Cross

     

    ความปลอดภัยมาครบ

    Honda HR-V e:HEV รุ่น RS พกระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda Sensing โดยทำงานร่วมกับกล้องมุมมองกว้างด้านหน้าตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนน โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลักๆ ดังนี้ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

    ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยและครั้งแรกในรถกลุ่มนี้กับระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC) ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า พร้อมอัตราทดเกียร์แบบแปรผัน กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง รอบคัน ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal – ESS)

     

    ส่วนทางด้าน Toyota Corolla Cross รุ่น Hybrid Premium Safety พกระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก Toyota Safety Sense ด้วย Pre-Collision System ระบบความปลอดภัยก่อนการชน Lane Departure Alert With Steering Assist ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ Dynamic Radar Cruise Control With Lane Tracing Assist ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ พร้อมช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน Automatic High Beams ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

    Blind Spot Monitor ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง Rear Cross Traffic Alert ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ Panoramic View Monitor กล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ Hill-Start Assist Control ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน Emergency Brake Signal สัญญาณไฟฉุกเฉินขณะเบรกกระทันหัน TRC (Traction Control System) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี VSC (Vehicle Stability Control) ระบบควบคุมการทรงตัว ABS (Anti-lock Brake System) ระบบป้องกันล้อล็อก Tire Pressure Monitoring System ระบบแจ้งเตือนเมื่อลมยางผิดปกติ ถุงลมนิรภัยรอบคัน SRS 7 ตำแหน่ง รวมใต้เข่าคนขับ

     

    สีตัวถังและราคารถ

    Honda HR-V e:HEV รุ่น RS มีสีภายนอกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) พร้อมด้วยสีขาวแพลทินัม (มุก) และ สีดำคริสตัล (มุก) และ พิเศษสำหรับสีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน ส่วนราคาจำหน่าย คาดการณ์ว่าจะราคาต่ำกว่า 1,200,000 บาท

    ส่วน Toyota Corolla Cross รุ่น Hybrid Premium Safety มี 7 สีภายนอกทั้ง Metal Stream Metallic, Red Mica Metallic, Attitude Black Mica, Celestite Gray Metallic ,Platinum White Pearl, Graphite Metallic และNebula Blue  ในราคา 1,199,000 บาท

    เป็นอย่างไรบ้างครับกับรถยนต์เอสยูวี ยอดนิยมที่เป็นกระแสในช่วงนี้กับ Honda HR-V e:HEV รุ่น RS และ Toyota Corolla Cross รุ่น Hybrid Premium Safety งานนี้มีดีมีเด่นในหลายๆด้านทั้งหน้าตา ออรถประโยชน์ ขุมพลังรักษ์โลกแบบ Hybrid และความปลอดภัยที่ให้มาแตกต่างกันแต่ที่สำคัญที่สุดการสัมผัสตัวจริงและทดลองขับเป็นปัจจัยต้นๆที่ทำให้สามารถตัดสินใจจรดปากกาจองรถได้เร็วขึ้น ขอให้โชคดีในการตัดสินใจเลือกคู่หูสักคันนะครับ

     

     

     

    Latest Posts

    spot_imgspot_img