More
    spot_img

    หลุดเต็มตา! Ford Everest V6 พีพีวีหรูพลัง 3 ลิตร ทดสอบในไทย

    ขายดิบขายดีมีผลตอบรับดีสำหรับ Ford Everest พีพีวีหรูเจเนอเรชันใหม่ที่กำลังเป็นที่สนใจของผู้ใช้รถชาวไทยเป็นจำนวนมาก

    Ford

    แต่ด้วยสเปกไทยมีจำหน่ายเพียงแค่เครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตร ทั้งเทอร์โบเดี่ยวและเทอร์โบคู่ จนสาวกชาวไทยอยากได้ขุมพลังดีเซลเทอร์โบ V6 ล่าสุด ทีมงาน Car2Day และ ทีมงาน Ridebuster ได้บังเอิญพบรถ Ford Everest เจเนอเรชันใหม่ จอดแถวๆพัทยาใต้ในสภาพที่ไม่พรางตัวปิดบังหน้าตาแถมล้ออัลลอยเอาของรุ่น Trend สเปกออสเตรเลียหกก้านขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 255/65 R18 ราวหลังคาดีไซน์ต่างจากรุ่น Titanium+ 4×4 สเปกไทย และมีคำว่า V6 ลงในชุดช่องระบายอากาศกรอบสีดำขอบโครเมียมในบังโคลนหน้าซ้าย-ขวา ติดป้าย TC และมีข้อความบนกระจกหน้ารถว่าคันนี้เป็นคันที่จำหน่ายในทวีปแอฟริกาใต้

    FordFord

    สำหรับข้อมูลเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ V6 ที่สิงสถิตในรถพีพีวีคันนี้เป็นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยวในตระกูล Lion รหัสคาดว่าชื่อ DSL-Lion B 3.0 ลิตร Power Stroke ที่ให้กำลังมากถึง 250 แรงม้าที่ 3,250 รอบ/นาที แรงบิด 597 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,250 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รุ่น 10R80 e-Shifter พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full Time 4WD แบบ e-Shifter (2H,4H,4L และ 4A) ที่มาพร้อมเกียร์ทรานสเฟอร์แบบ 2 จังหวะ (On-Demand Two-Speed Electromechanical transfer case – EMTC) ควบคุมด้วยไฟฟ้าพร้อมโหมดการขับขี่ Terrain Management System ทั้งโหมด Normal, Eco, Tow/Haul, Slippery และยามลุยมีทั้งโหมด Sand, Mud/Ruts พร้อมเฟืองท้ายแบบ Locking Rear Differential ลุยน้ำได้สูงสุดถึง 800 มิลลิเมตร และมีความสามารถในการลากจูงถึง 3,500 กิโลกรัม

    Ford

    Ford

    พร้อมหน้าตาไม่ต่างจากสเปกไทยกับไฟหน้า Matrix LED ใหม่รูปตัว C และลายเส้นอันทรงพลังบนกระจังหน้า ลงตัวด้วยชุดกันชนหน้าเส้นด้านข้างตัวถังทอดยาวจากด้านหน้าจรดท้ายรถเน้นการออกแบบตัวถังที่สะดุดตา ราวหลังคารองรับน้ำหนักได้มากถึง 350 กิโลกรัมขณะรถจอดอยู่กับที่ และรับน้ำหนักได้มากถึง 100 กิโลกรัมขณะรถเคลื่อนที่ ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ส่วนล้ออัลลอยมีให้เลือกขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 255/55 R20 และใหญ่สุด 21 นิ้วพร้อมยาง 275/45R21

    Ford

    ภายในห้องโดยสารแตกต่างโดยสิ้นเชิงด้วยการใช้วัสดุตกแต่งหรูหรา และติดตั้งไฟสร้างบรรยากาศทุกส่วนที่แผงหน้าปัดด้านหน้าที่วางเต็มความกว้างของพื้นที่ คอนโซลกลางพร้อมที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง และที่วางแก้วน้ำแบบพับเก็บได้สำหรับเบาะคู่หน้า ระบบการชาร์จแบบไร้สาย เกียร์อัตโนมัติแบบ Electronic Shifter หุ้มด้วยหนังสวยงามจับถนัดมือ พร้อมเบรกไฟฟ้า เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง สามารถปรับอุณภูมิและระบายอากาศได้ เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง รองรับการจดจำการตั้งค่าส่วนตัวของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และเบาะนั่งแถว 2 แบบอุ่นเบาะได้ ปรับเลื่อนได้และพับได้แบบ 60:40 ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 พับไดแบบ 50:50 พับได้

    Ford

    มาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.4 นิ้ว จอแบบสัมผัสความคมชัดสูงขนาด 12 นิ้ว เชื่อมต่อการสื่อสาร SYNC® 4 สั่งงานด้วยเสียงเพื่อการสื่อสาร ควบคุมอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง และเข้าถึงข้อมูลต่างๆ รวมถึงแอปพลิเคชัน FordPass™ ยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถด้วยความสามารถในการสตาร์ทรถจากระยะไกล การตรวจเช็คสถานะต่างๆ ของรถ รวมไปถึงการล็อค และปลดล็อคผ่านโทรศัพท์มือถือหน้าจอทัชสกรีนแนวตั้งยังเชื่อมต่อกับกล้อง 360 องศา ลำโพง B&O ระดับพรีเมียม 12 ตัว พร้อมหน้าจอแสดงผลสำหรับการขับขี่แบบออฟโรด แสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับรถและสภาพเส้นทางด้านหน้าจากกล้องหน้าพร้อมกับแนวเส้นกะระยะ ช่วยผู้ขับขี่ฝ่าทุกอุปสรรคได้ง่ายขึ้น

    FordFord

    Ford Everest สเปกออสเตรเลีย รุ่น V6 จำหน่ายทั้งรุ่น Sport V6 4WD และ Platinum V6 4WD รุ่นท็อปสุด น่าจับตาแล้วว่าเครื่องยนต์ V6 จะเข้ามาทำตลาดในไทยหรือไม่ แล้วจะเข้ามาประจำการใน Ford Everest Titanium+ 4×4 หรือรุ่น Platinum 4×4 โดยค่าตัวอาจทะลุถึง 2 ล้านต้นๆ หรืออาจมาพร้อมกับ Ford Ranger Wildtrak 4×4 ถ้ามาจริงค่าตัวอาจไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ต้องติดตาม

    ที่มาภาพ Car2Day x Ridebuster

    ABOUT THE AUTHOR

    spot_img
    spot_img
    spot_img
    spot_img

    Latest Posts