More
    More

      Mazda CX-60 2023 เอสยูวีหรูสู้ยุโรปพร้อมพลังเสียบปลั๊กเผยแล้วที่แดนยุ่น

      เปิดตัวเสียทีสำหรับเอสยูวีหรูขับหลังรุ่นแรกของค่าย Mazda ที่หวังสู้กับคู่แข่งตัวเอ้โซนยุโรปแถมยกฐานะตัวเองให้หรูเทียบเท่ากับ Mazda CX-60

      Mazda

      Mazda CX-60 เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก หน้าตาหรูหราตามสไตล์ Kodo Design ด้วยกระจังหน้าทรงซิกเนเจอร์วิงแนวเข้มมาเท่ด้วยไฟหน้า Projector แบบ LED กันชนหน้าทรงเท่ คล้ายกับ Mazda CX-50 ผสมกับ Mazda BT-50 และที่สังเกตุคือท่อไอเสียคราวนี้มาในแบบท่อไอเสียคู่ สองฝั่ง ซ่อนอยู่ใต้กันชนหลังและช่องลมข้างบังโคลนแบบโครเมี่ยมกับเส้นสายตัวรถที่จะคล้ายกับ Mazda CX-5 เจนปัจจุบัน ล้ออัลลอยมีให้เลือกทั้งขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 235/60 R18 กับ 20 นิ้ว พร้อมยาง 235/50R20 ตัวรถพัฒนาให้มีขนาดใหญ่กว่ารุ่น CX-5 เจนปัจจุบันตั้งแต่ความยาว 4,745 มม. ความกว้าง 1,890 มม. ความสูง 1,670-1,685 มม. น้ำหนักรถ 1,980-2,072 กก. ฐานล้อ 2,870 มม. และความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร

      Mazda

      ภายในหรูหราเทียบเท่ารถยุโรปพรีเมี่ยมด้วยมาตรวัดดิจิทัล TFT-LCD 12.3 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พร้อมระบบ Mazda Connect infotainment รองรับ Apple Car Play ไร้สาย และ Android Auto ผ่านปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander พร้อมลำโพงคุณภาพ BOSE 12 จุด และจอแสดงการขับขี่บนแผงคอนโซลหน้า Windshield Active Driving Displayขนาดใหญ่กว่าถึง 3 เท่า การตกแต่งมาแบบโทนสีใสๆ ด้วยโทนสีขาวหรือสีเทาอ่อน สดใส และสีเข้มด้วยการติดตั้งวัสดุคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นลายไม้เมเบิ้ล หรือ Mable Wood วัสดุหุ้มหนังแท้ Nappa รวมถึงการใช้ผ้าทอแบบญี่ปุ่น และการตกแต่งโครเมี่ยม โดยเป็นการตกแต่งภายในรูปแบบ  “Musubu” โดยได้แรงบันดาลใจจากการเย็บเดินด้ายในชุดแผงมาตรวัดแบบประณีต และ รูปแบบดีไซน์ภายในภายใต้แนวคิด Kaichô หรือ ความกลมกลืนที่มาจากการผสมวัสดุและพื้นผิวที่แตกต่างกัน พร้อมพื้นที่การขนของมากถึง 477 ลิตร ในรุ่น PHEV กับ 570 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลงมีพื้นที่ถึง 1,726 ลิตร

      Mazda

      จากรถขับเคลื่อนล้อหน้ากลายมาเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง ขุมพลังก็เช่นกันมีการเพิ่มเป็นพลัง 6 สูบแถวเรียง กับ 4 สูบแถวรียงและเป็นครั้งแรกที่ติดตั้งขุมพลังให้เลือกทั้ง Plug In Hybrid, Mild Hybrid และญี่ปุ่นพิเศษตรงที่มีเครื่องสันดาปล้วนให้เลือกด้วย เริ่มที่ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 6 สูบแถวเรียง SKYACTIV-D 3.3 ลิตร 6 สูบแถวเรียง 231 แรงม้าที่ 4,000-4,200 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,500-3,000 รอบ/นาที ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ยกชุดมาจาก Mazda CX-5 กับ CX-8 ด้วย ขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ รหัส PY-VPS 188 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที

      Mazda

      ส่วนขุมพลัง Mild Hybrid หรือ MHEV ก็มีเช่นกันกับ ดีเซลเทอร์โบ e-Skyactiv D 3.3 ลิตร 6 สูบ 254 แรงม้าที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิด 550 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,400 รอบ/นาที จับคู่กับระบบ Mild Hybrid MHEV 48 V โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้า 17 แรงม้า แรงบิด 153 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ขนาดเล็กสุด 0.33 kWh อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 7.3 วินาที *ความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม.(*สเปคต่างประเทศ) และเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง e-Skyactiv X 3.0 ลิตรจับคู่กับระบบ Mild Hybrid MHEV 48 V จะเปิดตัวเร็วๆนี้พร้อมระบบการขับขี่ Mazda Intelligent Drive Select (Mi-Drive) ที่เลือกได้ถึง 5 โหมดได้แก่ Namely Normal, Sport, Off-Road, Towing และ EV

      Mazda

      ปิดท้ายด้วยขุมพลังเสียบปลั๊กหรือ Plug In Hybrid e-SKYACTIV PHEV โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.5 ลิตร 4 สูบ รหัส PY-VPS 192 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 261 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 175 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ลิเธียมไออนที่มีความจุ 17.8 kWh วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้า 61-63 กม. และทำงานร่วมกันจะได้พลังมากถึง 327 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร *ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม.(*สเปคต่างประเทศ)ประหยัดสุด 66.7 กม./ลิตร ค่า CO2 33-37 กรัม/กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 5.8 วินาที

      ทุกขนาดขุมพลังจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE 8 สปีด เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ i-Activ AWD

      MazdaMazdaมีระบบควบคุมสมรรถนะการทรงตัวขณะเข้าโค้ง KPC (Kinemetic Posture Control) เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะช่วยให้รถทำงานผสานกันอย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ไม่เพิ่มน้ำหนักให้กับตัวรถ พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ จานเบรกหน้ามีขนาด 347 มม. และด้านหลัง 328 มม.และความปลอดภัยสุดล้ำ i-ACTIVSENSE อาทิ กล้องรอบคัน 360 องศา 360-degree View Monito, แจ้งเตือนยานพาหนะขณะเปิดประตูรถ Vehicle Exit Warning, ระบบตีความป้ายจราจร Traffic Sign Recognition, ช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance Advanced Smart City Brake Assist with pedestrian and cyclist detection and intersection function, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติสำหรับถอยหลัง Rear Emergency Brake Assist with pedestrian detection, ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist with Steering Assist, ตรวจจับภาวะหลับในขณะขับขี่ยานพาหนะ Drowsiness Detection เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน Blind Spot Monitoring เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert ควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ i-Adaptive Cruise Control, ออกตัวบนทางลาดชัน Hill Launch Assist, และไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน Emergency Stop Signaling System

      Mazda

      Mazda CX-60 ประกอบที่ประเทศญี่ปุ่นที่โรงงาน Hofu Plant No. 2 เปิดราคาขายแล้วมีทั้งหมด 8 เกรดความหรูตั้งแต่รุ่น Premium Modern, Exclusive Modern, Premium Sports, Exclusive Sports, Exclusive Mode, L Package, XD, S Package 19 รุ่นย่อยในราคาเริ่มต้น 2,992,000 – 6,264,500  yen หรือราว 776,000 – 1,624,000 บาท (ไม่รวมภาษีนำเข้าของไทย) แต่ถ้ามีการนำเข้ามาขายในไทยจะอยู่ที่ 10,291,000 – 21,550,000 บาท ขายจริงกันยายนนี้ในรุ่น e-SKYACTIV D 3.3 ลิตร Mild Hybrid และมีการจองล่วงหน้าตั้งแต่ 24 มิถุนายน

      ที่มา Carwatch

       

      ABOUT THE AUTHOR

      spot_img
      spot_img

      Latest Posts