IONIQ 6 N อีวีโหดขับสี่ 650 ม้า วิ่งไกล 487 กม. ขายออสซี่ 2.6 ล้าน

หลังจากเปิดตัวให้ทั่วโลกได้รูจักกัน IONIQ 6 N สปอร์ตอีวีเวอร์ชันฮาร์ดคอร์หนึ่งในตระกูลแรง N จาก Hyundai ล่าสุดเปิดตัวพวงมาลัยขวาที่ออสเตรเลีย

IONIQ 6 N 2026

ถึงหน้าโหดแต่รักษ์โลก

IONIQ 6 N IONIQ 6 N

IONIQ 6 N ใส่ชุดแต่งรอบคันลิ้นสปอยเลอร์หน้า-หลังแบบมีครีบรีดอากาศสุดเท่ ตกแต่งสีดำเงาเสริมขลิบสีแดงรอบคันมีสปอยเลอร์หลังไซซ์ใหญ่ทรงคอหงส์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของอากาศตามหลักอากาศพลศาสตร์ ผลิตจาก CFRP (คาร์บอนไฟเบอร์)

พร้อมโป่งซุ้มล้อที่กว้างขึ้น เพื่อรองรับช่วงล่างและล้อขนาดใหญ่ 5 ก้านคู่สีดำขนาด 20 นิ้ว เสริมด้วยยางสปอร์ตแก้มเตี้ย 275/35ZR20 จาก Pirelli P Zero 5

หล่อด้วยพื้นฐานจากรุ่นปรับโฉมปี 2025 ทั้งไฟหน้า Parametric Pixel LED คู่ย้ายตำแหน่งไปอยู่ข้างล่างและเอาไฟ DRL 3 จุดโคมเรียวเล็กไปอยู่ข้างบนพร้อมกันชนหน้าออกแบบให้ช่องระบายอากาศทรงสี่เหลี่ยมใหญ่ขึ้น ทูโทนคาดดำ โลโก้ Hyundai แบบ 2 มิติ

ด้านข้างมาในดีไซน์หลังคาโค้งกับหลังคาซันรูฟและลาดลงพร้อมกระจกโอเปร่าสไตล์ยุโรปให้ความเท่ลงตัวเสาอากาศแบบครีบฉลาม พร้อมที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวรถ หลังคา Wide Sunroof

ดีไซน์แปลกตรงที่ด้านท้ายคล้ายกับ Porsche 911 ตั้งแต่ไฟท้าย Parametric Pixel LED แนวยาว กระจกหลังโดยเฉพาะกระจกหลังมีไฟเบรก LED มาให้ ตัวรถสร้างจากพื้นฐาน E-GMP platform

  • ความยาว 4,855 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,940 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,495 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อ 2,965 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 142 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 2,166 กิโลกรัม

ภายในไฮเทค

IONIQ 6 N

เกินความเป็นรถเกาหลีด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 2 จอขนาดเท่ากัน 12.3 นิ้วประกอบด้วยชุดมาตรวัดดิจิตอลจอสัมผัสแสดงระบบความบันเทิง ถัดลงมาเป็นช่องแอร์แนวยาวและใหญ่สองช่องพร้อมไฟสร้างบรรยากาศ Dual Ambient Mood Light 64 สี 6 ธีมแบบสีคู่ทูโทน

วัสดุภายในรถผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมลำโพง BOSE 8 จุด เบาะนั่งแถวที่ 2 ปรับพับได้แบบ 60:40 มีพื้นที่บรรทุกท้ายก่อนพับเบาะ 371 ลิตร ระบบ Sounds of Nature 6 แบบ ที่ชาร์จ USB Type C

IONIQ 6 N

พิเศษที่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านออกแบบเฉพาะพร้อมโลโก้ N ปุ่มการทำงานฟังก์ชันต่างในรถออกแบบใหม่เน้นโทนความแรงของตระกูล N เพิ่มที่พักแขนบริเวณคอนโซลกลางพร้อมเบาะนั่งสไตล์สปอร์ตโอบกระชับเร้าใจในทุกความแรงหุ้มด้วยหนังกลับ Alcantara และหนัง Suede

แรงสะใจกับพลังอีวี

IONIQ 6 N

ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าให้กำลัง 226 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลัง 383 แรงม้า โดยให้กำลังรวม 609 แรงม้า แรงบิด 740 นิวตันเมตร และเพิ่มพลังโหดเข้าไปถึง 650 แรงม้า แรงบิด 770 นิวตันเมตร ถ้าเปิดใช้โหมด N Grin Boost วิ่งไกลสุด 487 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTP) หรือ 573 กิโลเมตร (NEDC)

IONIQ 6 N

ส่งผลให้มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.4 วินาที และ 3.2 วินาที ถ้าเปิดใช้โหมด N Grin Boost ก่อนทะยานไปสู่ความเร็วสูงสุด 257 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 84 kWh แบบ Nickel Manganese Cobalt (NMC) จากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 800V ด้วยกำลังการชาร์จมากสุด 350 kW สามารถชาร์จเร็ว DC จาก 10-80% ในเวลา 18 นาที และ AC กำลัง 11 kW

IONIQ 6 N

ดิสก์เบรกสี่ล้อที่หน้าดิสก์ขนาดใหญ่ 400 มิลลิเมตร พร้อมคาลิปเปอร์ 4 ลูกสูบ และดิสก์หลังขนาด 360 มิลลิเมตร พร้อมคาลิปเปอร์ 1 ลูกสูบ ความพิเศษออกแบบใหม่เพื่อรองรับการเดินทางที่รวดเร็วรวบรัดทั้งเพิ่มจุดเชื่อมรอบคัน และเสริมด้วยกาวเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความแข็งแรง

  • N Pedal ควบคุมรถขณะเลี้ยวเพิ่มความไวของคันเร่งอันเดียวซึ่งจะทำงานคล้ายกับ One Pedal ระบบกระจายแรงบิด
  • N Torque Distribution กระจายแรงบิดลงไปในล้อทั้งสี่แบบแปรผันที่ปรับได้
  • N Launch Control สำหรับออกตัวแบบรวดเร็ว
  • N Drift Optimizer ปลุกอารมณ์ซิ่งขับขี่แบบรถขับหลัง พร้อมฟังก์ชัน Torque Kick Drift
  • N e-shift โปรแกรมเปลี่ยนเกียร์จำลองเสมือนจริงสร้างเสียงสังเคราะห์คล้ายกับเครื่องสันดาปเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด
  • N Active Sound+ ถึง 3 โหมดเริ่มที่โหมดพร้อมเสียงจุดระเบิดคล้ายกับเบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร หรือโหมด Ignition,โหมด Evolution, โหมดเสียง Supersonic เหมือนเสียงเครื่องบินรบกับ ติดตั้งลำโพง 8 จุดในตัวรถและนอกรถอีก 2 จุด
  • N Battery ควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ สำหรับการขับขี่ Drag / Sprint / Endurance
  • N Brake Regen ปรับระดับการ Regen ได้สูงสุด 0.6G

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Hyundai SmartSense

IONIQ 6 N

  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Smart Cruise Control with Stop and Go)
  • ช่วยควบคุุมรถให้อยู่กลางเลน LFA (Lane Following Assist)
  • เตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ FCA (Forward Collision-avoidance Assist)
  • เตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก FCA-JT (Forward Collision-avoidance Assist Junction Turning)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่เลน LKA (Lane Keeping Assist)
  • เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา BCA (Blind-Spot Collision-Avoidance Assistance)
  • เตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง SEW (Safe Exit Warning)
  • กล้องมองภาพจุดอับสายตา BVM (Blind-spot View Monitor)
  • กล้องมองรอบทิศทาง (Surround View Monitor)
  • ช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า DAW (Driver Attention Warning)
  • ช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ RCCA (Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist)

พร้อมความปลอดภัยพื้นฐานทั้งถุุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง เบรก ABS คงบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESC ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-Start Assist Control) ช่วยหยุดรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ Multi-Collision Brake (MCB) แจ้งเตือนลมยาง TPMS เซนเซอร์กะระยะการจอดหน้า-หลัง ชุดซ่อมยางชั่วคราว (TMK) และบ VESS จำลองเสียงเครื่องยนต์เพื่อความปลอดภัยสำหรับคนเดินถนน

IONIQ 6 N

IONIQ 6 N เปิดราคาขายที่ออสเตรเลียเพียง $115,000 เป็นราคาที่ไม่รวมค่าค่าใช้จ่ายทางกฎหมายในการนำรถลงวิ่งบนท้องถนน (On-road costs) ไว้ทั้งหมดแล้ว ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของออสเตรเลีย (ACCC) หรือราว 2,693,000 บาท มีสีภายนอกทั้งหมด 6 สีทั้ง

  • สีขาวมุก Serenity White Pearl
  • สีฟ้าพิเศษ Performance Blue Pearl (N exclusive)
  • สีดำ Abyss Black Pearl: $750
  • สีเทา Nocturne Grey Metallic
  • สีเทา Nocturne Grey Matte
  • สีทอง Gravity Gold Matte

ที่มา Carexpert

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts