ทำตลาดญี่ปุ่นตั้งแต่ปีกลายจนได้รับการตอบรับอย่างดีสำหรับ HONDA ACCORD e:HEV ที่มาพร้อม Honda SENSING 360+ ล่าสุดเปิดตัวรุ่นปรับปรุงปี 2027

HONDA ACCORD e:HEV 2027 ปรับหน้าตาเดิมให้มีลุคใหม่สปอร์ตเร้าใจในร่างเก๋งสปอร์ตซาลูนเจเนอเรชันที่ 11
หน้าตาเดิมปรับลุคใหม่

เริ่มที่กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมไส้ในรังผึ้งเป็นสีเดียวกับตัวรถจากเดิมสีดำในรุ่น e:HEV Honda SENSING 360+ และไส้ในสีดำในรุ่น e:HEV โดดเด่นด้วยตรา H สีดำ ด้วยคิ้วไฟหน้า เป็นสีเดียวกับตัวรถจากเดิมสีดำ
คิ้วชายล่างกันชหน้า คิ้วชายล่าง และชายล่างกันชนหลังตกแต่งสีเดียวกับตัวรถจากเดิมสีดำ ขอบไฟเลี้ยวในชุดไฟหน้า LED ใช้ไฟ Side Marker แบบใสจากเดิมแบบสีเหลือง 3 เส้น และเสาอากาศครีบฉลามสีเดียวกับตัวรถในรุ่น e:HEV Honda SENSING 360+
กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมพับเก็บอัตโนมัติสีดำแบบสปอร์ต กระจกมองข้างด้านซ้ายปรับลดอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง ไฟส่องมือจับเปิดประตูด้านนอก ช่องระบายอากาศด้านข้างสีดำ เสริมความ Contrast และพรีเมียมขึ้น เสาอากาศครีบฉลามสีดำแบบสปอร์ตในรุ่น e:HEV และไฟเลี้ยวด้านหน้าและด้านหลังแบบ LED Sequential
เสริมความโดดเด่นด้วยไฟหน้า LED แนวยาว พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ชุดกันชนหน้าทรงสปอร์ต ไฟท้าย LED และระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) พร้อม Honda Smart Key Card และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วสีดำแบบแมตต์พร้อมยางขนาด 235/45R18 มิติตัวรถใหญ่ขึ้นทุกมิติตั้งแต่
- ความยาว 4,975 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,860 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,450 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,830 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,580 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 48 ลิตร
ภายในสะดวกสบาย

ออกแบบเพื่อมอบทัศนวิสัยที่ดี โดยเน้นการส่งมอบคุณภาพระดับพรีเมียมแต่งแฝงด้วยความสปอร์ตกับเบาะหนังตกแต่งหรูมาด้วยโทนสีขาวในรุ่น e:HEV Honda SENSING 360+ และสีดำรุ่น e:HEV
โดยด้านคนขับและคนนั่งปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทางและระบบความจำตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่เลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น-ลงรถพร้อมปุ่มปรับเบาะไฟฟ้าข้างพนักพิงเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ม่านบังแดดกระจกข้างด้านหลังพื้นที่สัมภาระท้ายมากถึง 473 ลิตร แถมยังขยายพื้นที่วางในส่วนผู้โดยสารด้านหลังมากถึง 1,036 มิลลิเมตร

ชุดตกแต่งภายในสีเงิน Metallic ลาย 3 มิติ และสีดำ Piano Black ดีไซน์แผงคอนโซลหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของ Honda ตกแต่งด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้สีดำเดินด้ายสีแดงผิวสัมผัสหุ้มหนัง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้าน
เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา ช่องแอร์ด้านหลัง พร้อมระบบฟอกอากาศภายในห้องโดยสาร Plasmacluster ปุ่ม Push Start เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold ที่ชาร์จมือถือไร้สาย และช่องเชื่อมต่อ USB type C 4 ตำแหน่ง ไฟส่องสว่างภายในแบบ LED Map Lights
ไฟสร้างบรรยากาศภายในแบบปรับเฉดสีได้ (Multi-color Ambient Light) ครั้งแรกใน Accord โดยสามารถเลือกโหมดการเปลี่ยนสีของไฟได้ ดังนี้ โหมด Recommended Color จะสามารถปรับเปลี่ยนสีได้โดยอัตโนมัติตามชุดสีที่เลือกขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และโหมด Theme Color ผู้ใช้งานสามารถเลือกปรับไฟสีที่ต้องการได้โดยมีสีให้เลือก 10 เฉดสี

ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว มาตรวัดดิจิทัลพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว เป็นรุ่นแรกของค่ายที่ติดตั้งจอสัมผัสขนาดใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมามีระบบ Google built-in ในตัว เรียกใช้งาน Google Maps, Google Assistant และ Google Play ดาวน์โหลดแอปได้ รวมไปถึงเพลง พอดแคสต์รองรับ Android Auto Apple CarPlay อัปเดตออนไลน์ over-the-air

ลำโพง BOSE 12 จุด ชาร์จมือถือไร้สาย wireless charging พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลรถยนต์ Honda Connect มาพร้อมเทคโนโลยี Digital Key เชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการทำงานที่จะช่วยอำนวยความสะดวก และเพิ่มความปลอดภัยตลอดการเดินทาง
ครั้งแรกกับปุ่ม Experience Selection Dial สามารถหมุนเพื่อเลือกและบันทึกฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยสามารถปรับเลือกระบบปรับอากาศ เครื่องเสียง และไฟสร้างบรรยากาศได้ ซึ่งจะแสดงผลบนระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสกับประสบการณ์การควบคุมได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งสามารถตั้งค่าผู้ใช้งานได้จำนวนสูงสุดถึง 8 ผู้ใช้งาน
ขุมพลัง Full Hybrid e:HEV
ด้วยเบนซิน I-VTEC 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC รหัส LFD ที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD)ให้กำลังสูงสุด 147 แรงม้าที่ 6,100 รอบต่อนาที แรงบิด 182 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์
ในภาคมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว ให้กำลัง 184 แรงม้าที่ 5,000-8,000 รอบต่อนาที แรงบิด 335 นิวตันเมตรที่ 0-2,000 รอบต่อนาทีและแบตเตอรี่ Lithium-Ion ให้กำลังรวมเมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกัน 207 แรงม้า คู่กับเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) โหมดการขับขี่ถึงสี่โหมดทั้งโหมด ECON, Normal, Sport และ Individual ขับเคลื่อนความเร้าใจทุกการขับขี่
มีสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Switch) ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงอารมณ์การขับขี่ด้วยไฟฟ้า เพิ่ม Charge Mode เข้ามาเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นโหมดที่จะชาร์จแบตเตอรี่
ในขณะที่รถวิ่งด้วยน้ำมัน โดยการวิ่ง 1 นาทีที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะสามารถชาร์จไฟเพิ่ม เพื่อสามารถขับเคลื่อนด้วยระบบ EV เป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มแรงขับเคลื่อนของ EV ในช่วงความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเหมาะแก่การวิ่งในย่านชุมชน เพื่อยืดระยะของการวิ่งด้วย EV ให้ยาวนานขึ้น
เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING 360+

อัปเกรดทั้ง เรดาร์ด้านหน้า, กล้องหน้า, เรดาร์ด้านข้าง, เรดาร์คลื่นเสียงหน้า-หลัง, เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวผู้ขับ ตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบรถแบบ 360 องศา และจะอาศัยการทำงานร่วมกับระบบข้อมูลแผนที่ความละเอียดสูงอีกด้วย
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนขั้นสูงพร้อมฟังก์ชันละมือจากพวงมาลัย Advanced In Lane Driving with Hands-off Capability
- แนะนำการเปลี่ยนเลน (Active Lane Change Recommendation)
- เตือนเมื่อรถออกจากทางโค้ง (Predictive Curve Departure Warning)
- เตือนเมื่อรถออกจากเลน (Exit Warning)
- ช่วยเหลือฉุกเฉินขณะขับขี่ (Driver Emergency Support System)
- เปลี่ยนเลนขั้นสูง (Advanced Lane Change)

ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist System (LKAS) ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow (ACC with LSF) ยังสามารถปรับลักษณะการเร่งความเร็วได้ตามโหมด ACC
ปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Support System (HBSS) ปรับไฟสูงแบบปรับเองได้ Adaptive Driving Beam (ADB) ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่งรอบคันได้แก่ ถุงลมคู่หน้า ถุงลมด้านข้างคู่หน้า ม่านถุงลมด้านข้าง และ ใหม่ ถุงลมหัวเข่าคู่หน้า ช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) เตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า และ เตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหลัง
ควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC) พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับเสียงรบกวนจากพื้นถนน (Road noise ANC) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง Multi-view Camera System (MVCS) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด ตรวจวัดลมยาง Tire Pressure Monitoring System (TPMS) และไม่มีกล้องส่องผี Honda Lane Watch

HONDA ACCORD e:HEV 2027 มีทั้งรุ่น e:HEV Honda SENSING 360+ และรุ่น e:HEV ในราคา 5,951,000-6,351,400 YEN หรือราว 1,245,000-1,329,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยแต่ถ้านำมาขายในไทยราคารวมภาษีอยู่ที่ 2,335,000-2,495,000 บาท พร้อมสีภายนอกทั้งหมด 4 สี (ตัดสีแดงอิ๊กไนท์ Ignite Red (เมทัลลิก)) ได้แก่
- สีขาวแพลทินัม Platinum White (มุก)
- สีน้ำเงินแคนยอนริเวอร์ Canyon River Blue (เมทัลลิก)
- สีเทาเมทิเออรอยด์ Meteoroid Grey (เมทัลลิก)
- สีดำคริสตัล Crystal Black (มุก)
ที่มา Carwatch
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day
