ญี่ปุ่นเป็นรายล่าสุดต่อจาก ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง เปิดตัว TOYOTA LAND CRUISER 300 2027 ด้วยขุมพลังไฮบริดและปรับไลน์อัพใหม่

TOYOTA LAND CRUISER 300 2027 HEV เพิ่มตรา HEV และปรับแต่งรายละเอียดภายนอก-ภายในใหม่
ดีไซน์ภายนอกทรงพลังหรูหรา

ในรุ่น ZX มาพร้อมกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ แบบ Aero Bumper ตกแต่งกรอบไฟตัดหมอกหน้า LED และดีไซน์ส่วนกลางใส่ป้ายทะเบียนขนาดใหญ่ ตกแต่งใหม่ด้วยคิ้วโครเมียมสีดำเงา (Jet-black Chrome) ราวหลังคาสีดำ
ทางด้านรุ่น GX เน้นลุยตกแต่งใหม่ด้วยชุดแต่งสีดำเงาโครเมียมตั้งแต่กระจังหน้าแถบโครเมียม บันไดข้างอะลูมิเนียมสีเงินจากเดิมสีดำ กรอบกระจกโครเมียมกลายเป็นสีดำ
นอกนั้นคงเดิมด้วยชุดกระจังหน้าพร้อมโลโก้สามห่วงขนาดใหญ่ขนาบข้างด้วยไฟหน้า LED 3 ดวง พร้อมไฟ LED DRL ขนาดใหญ่รูปตัว L นอนอยู่ในโคมเดียวกัน พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED ด้านข้างตัวรถใหญ่โตด้วยเส้นสายการออกแบบดุดันแฝงด้วยความหรูตั้งแต่ ราวหลังคาพร้อมหลังคาซันรูฟและเสาอากาศครีบฉลาม กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยว ที่เปิดประตูดึงก้าน กรอบกระจกสวยหรูตกแต่งรวมถึงเสา D ขนาดใหญ่
ด้านท้ายทะมัดทะแมงด้วยไฟท้าย LED และฝาท้ายที่ยังเปิดได้ 2 ส่วน พร้อมไฟเลี้ยววิ่งด้านหน้าและหลัง Sequential Turn Signal ตั้งแต่รุ่น ZX ล้อมีให้เลือกทั้งขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง AT ขนาด 265/65R18 ในรุ่น GX และยาง AT ขนาด 265/55R20 ในรุ่น ZX ทั้งยาง 2 ขนาด ใช้ยี่ห้อ Dunlop Grand Trek AT30

ตกแต่งในแต่ละรุ่นที่ต่างกันด้วยชุดแต่งโครเมียมทั้งในรุ่น ZX ตั้งแต่กระจังหน้าพร้อมตราสามห่วง กรอบกระจก กระจกมองข้าง ที่เปิดประตู ล้ออัลลอยลายหรู 20 นิ้ว รุ่น GR SPORT เด่นด้วยล้ออัลลอยสีเทาด้าน 18 นิ้ว ขอบล้อภายนอกสีดำสนิท ออกแบบส่วนหน้าสุดเข้มพร้อมโลโก้ตัวอักษร TOYOTA และไฟส่องพื้นท้ายรถ ตัวรถสร้างขึ้นจากพื้นฐาน TNGA-F body-on-frame มีความแกร่งขึ้น
- ความยาว 4,990–5,005 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,980–1,990 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,940 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 235 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 3,310 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 68 ลิตรในรุ่น HEV และ 80 ลิตรในรุ่น DIESEL
ภายในอัดแน่นด้วยความสะดวกสบายและเทคโนโลยี

ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้วยการเพิ่มลดออปชันในแต่ละรุ่นเริ่มมาตรวัดความเร็วเรืองแสงแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบพร้อมจอแสดงข้อมูล MID ขนาด 12.3 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้วไร้ช่องใส่ DVD/CD Player มาเป็นพอร์ต HMDI กับ MicroSD แทนทั้ง 2 จอ
รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงระบบนำทางในจอและอัปเดตซอฟต์แวร์แบบไร้สาย ลำโพงพรีเมียม 14 จุด แอมพลิฟายเออร์ 12 แชนเนล จาก JBL ในรุ่น ZX กับ GR SPORT ที่ชาร์จมือถือไร้สาย มีที่เสียบชาร์จ USB-C และ USB-A ที่วางแก้ว 8 จุดหัวเกียร์ดีไซน์กะทัดรัดจับกระชับ
เบรกมือไฟฟ้ากับ Auto Hold และจอ Head Up Display พรมปูพื้นทั้งแผง ไฟภายในแบบ LED ทุกจุด พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านปรับระดับได้ 4 ทิศทางปรับด้วยระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิแบบ 4 โซน กล่องเก็บความเย็นคอนโซลกลางในรุ่น ZX กับ GR SPORT
ด้านแอปพลิเคชัน my Toyota Connect บนสมาร์ทโฟนเพิ่มฟังก์ชันสั่งการทำงานของเครื่องปรับอากาศแบบระยะไกลจากตัวรถ เพิ่มข้อมูลรถยนต์และการเดินทางและเพิ่มการแจ้งเตือน
เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังปรับไฟฟ้าคู่หน้า 8 ทิศทางด้านคนขับพร้อม lumbar support ความจำตำแหน่งเบาะคนขับ 3 ตำแหน่ง พร้อมอุ่นเบาะคู่หน้า และเบาะแถวที่ 2 แบบพับแยก 40/20/40 พร้อมที่วางแขนตรงกลาง
ให้ความหรูความสบายแบบ 2 ตอน 5 ที่นั่ง สามารถปรับและพับได้ตามความต้องการขนของได้อย่างจุใจโดยเบาะตอนที่สองพับได้แบบ 40:60 โดยมีพื้นที่ 1,004 ลิตร และถ้าพับเบาะตอนที่ 2 มีพื้นที่มากขึ้นถึง 1,967 ลิตร
โดยในรุ่นปี 2027 ติดตั้งเบาะนั่งแถวที่ 3 แบบแยกพับ 50/50 พร้อมฟังก์ชันปรับเอนด้วยไฟฟ้าและถาดวางของตรงกลาง รวมถึงแผ่นพื้นห้องเก็บสัมภาระแบบปรับระดับได้ (Flexible Deck Board) ช่วยให้สามารถแบ่งพื้นที่และพับปรับระดับได้สองชั้น กระจกมองหลังแบบดิจิทัล, กล้องบันทึกภาพหน้ารถและหลังรถ ในรุ่น ZX กับ GR SPORT

เพิ่มปลั๊กจ่ายไฟภายนอกที่มีกำลังไฟสูงสุด 1,500W (AC100V) พร้อมระบบจ่ายไฟฉุกเฉินและที่เสียบปลั๊กไฟภายนอก จำนวน 2 จุด บริเวณด้านหลังกล่องคอนโซลกลางและด้านซ้ายของห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ มีระบบ ITS Connect ระบบเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ETC2.0 ที่รองรับฟังก์ชัน VICS
ออปชันสำหรับใช้งานในสภาพอากาศหนาวเย็น หรือ Cold Weather Package ทั้งระบบอุ่นที่พวงมาลัยกับเบาะนั่งคู่หน้า เบาะเย็น สตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกล (Remote Engine Start) เพื่ออุ่นเครื่อง ระบบละลายน้ำแข็งที่ใบปัดน้ำฝนและกระจกมองข้าง
ส่วนรุ่น GX ติดตั้งเบาะนั่งหุ้มผ้ากำมะหยี่โดยฝั่งคนขับปรับระดับด้วยมือ 6 ทิศทาง และฝั่งผู้โดยสารปรับระดับด้วยมือ 4 ทิศทาง นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมจากโรงงานเป็นวัสดุปูพื้นแบบเรซินให้เลือกจากเดิมเป็นแบบพรมปูทั้งแผง
ขุมพลังไฮบริดใหม่ V6
ด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่รหัส V35A-FTS ยกมาจาก LEXUS LX700h และ Toyota Tundra ขนาด 3.5 ลิตร V6 ให้กำลัง 408 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิด 650 นิวตันเมตรที่ 2,000-3,600 รอบต่อนาที
จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent magnet synchronous motor 1TM ให้กำลัง 54 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร พร้อมชุดแบตเตอรี่นิกเกิลเมทัลไฮไดรด์Nickel Metal Hydride (NMH) ขนาด 6.5 Ahr หรือ 1.8 kWh ติดตั้งไว้ด้านหลังซึ่งล้ออะไหล่ก็ถูกย้ายตำแหน่งไปด้วยเช่นกัน
เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังรวม 457 แรงม้า แรงบิดรวม 790 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.4 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงทำได้ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงทำได้ 9.4 กิโลเมตรต่อลิตร ตามมาตรฐาน WLTC จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด Direct Shift-10AT รุ่น L4A0F

และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 3.3 ลิตร V6 รหัส F33A-FTV ให้กำลังสูงสุด 307 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 700 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,600 รอบต่อนาทีพร้อมตัวกรองอนุภาคดีเซล Diesel Particulate Filter (DPF) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด Direct Shift-10AT AJA0F อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงทำได้ 9.7-9.8 กิโลเมตรต่อลิตร ตามมาตรฐาน WLTC
ทั้งคู่มาพร้อมโหมดการขับขี่ทางเรียบทั้ง Eco, Normal ในรุ่น GX เพิ่มโหมด Sport ส่วนในรุ่น ZX กับ GR SPORT เพิ่มโหมด Comfort, Sport S, Sport S+ และ Custom
มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full Time ที่มีระบบ Multi-Terrain Select โดยระบบจะตรวจพื้นถนนโดยมีโหมดลุยประกอบด้วย Auto, Dirt, Sand, Mud, Deep Snow และ Rock และ Crawl Control ลากจูงรถพ่วงท้ายหรือเทรลเลอร์ที่มีระบบเบรกเพิ่มเป็น 3,629 กิโลกรัม (เดิม 3,500 กิโลกรัม)
ช่วงล่าง

ในรุ่น GR Sport ได้ช่วงล่าง Electronic Kinetic Dynamic Suspension System หรือ E-KDSS บนพื้นฐานของช่วงล่างหน้าและหลังเพื่อการลุยการเกาะถนนที่ดีขึ้น พร้อมระบบควบคุมเฟืองท้ายหน้าและหลัง Differential Lock และเป็นออปชันมาตรฐานในรุ่น GX
ส่วนรุ่น ZX ได้ระบบ Adaptive Variable Suspension (AVS) ช่วยในการดูดซับแรงกระแทกระหว่างการขับขี่ มอบการขับขี่ที่ไหลลื่นและนุ่มนวล และระบบควบคุมเฟืองหลัง Differential Lock พวงมาลัยพาวเวอร์ลดการกระตุกเมื่อขับบนถนนขรุขระบังคับเลี้ยวแบบคมขึ้นเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ที่ดีขึ้นรวมถึง
การลุยทุกรูปแบบตั้งแต่มุมไต่หรือมุมเงย Approach Angle 32 องศา มุมจาก Departure Angle 24 องศา และมุมคร่อม break-over angle 23 องศา ลุยน้ำได้ 700 มิลลิเมตร
ความปลอดภัย Toyota Safety Sense

ปรับปรุงใหม่ประกอบด้วยกล้องมองหน้าความละเอียดสูงขึ้น และเซนเซอร์เรดาร์ และให้ทุกรุ่นทั้ง
- เตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติแบบตรวจจับคนข้ามถนนได้ Pre-Collision System (PCS) with Pedestrian Detection and daytime cyclist detection เพิ่มฟังก์ชันช่วยตรวจจับรถยนต์ นักปั่นจักรยาน คนเดินถนน และผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์
- ควบคุมระยะห่างและความเร็วแปรผันตามทุกช่วงความเร็วด้วยเรดาร์ DRCC (Dynamic Radar Cruise Control) แบบ All-speed
- ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Centering Assist (LCA) พัฒนาใหม่
- หักหลบพวงมาลัยอัตโนมัติกันคนเดินทางเท้าเดินข้ามถนนแบบทะเล่อทะล่า Emergency Steering Assist (ESA)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist (LKA)
- ช่วยหยุดรถฉุกเฉินอัตโนมัติหากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนอง Emergency Driving Stop System (EDSS)
- ไฟสูง-ต่ำอัจฉริยะและช่วยบังคับเลี้ยวฉุกเฉิน Auto High Beam (AHB)
- ตรวจจับรถออกนอกเลน Lane Departure System (LDS)
- ช่วยอ่านป้ายจราจร Road Sign Assist (RSA)
- ช่วยรักษาช่องทางวิ่ง Lane Tracing Assist (LTA)
- เตือนมุมอับสายตา Blind Spot Monitor (BSD)
- เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- ช่วยเตือนขณะจอดรถพร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ Parking Support Brake (PKSB)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถขับมาด้านข้างขณะที่ผู้ขับขี่เปิดประตูลงรถ Safe exit system
- แจ้งเตือนแรงดันลมยาง Tire Pressure Warning System (TPWS) ในรุ่น ZX กับ GR SPORT

ความปลอดภัยพื้นฐานทั้งกล้องมองภาพรอบทิศทางพร้อมมุมมอง (Panoramic view monitor) และกล้องมองหลัง สัญญาณกะระยะการจอดรถหน้าและหลังอย่างละ 4 จุด ช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน Hill-Start Assist Control ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Downhill Assist Control
ป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control System) ควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) ป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Brake System) กระจายแรงเบรก EBD เสริมแรงเบรก BA พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ ควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC (Trailer sway control) ถุงลมนิรภ้ย 10 จุดรอบคัน
สัญญาณไฟฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน Emergency Brake Signal สัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS กุญแจนิรภัย Immobilizer ถุงลมเสริมความปลอดภัยรอบคัน SRS 10 จุด แจ้งเตือนลมยาง TPMS และกระจกมองข้างด้านซ้ายปรับมุมมองขณะถอยหลัง Reverse Link
ระบบควบคุมการขับขี่อัจฉริยะ Vehicle Dynamics Integrated Management (VDIM) ที่ได้รวมระบบต่างๆในการขับขี่ เบรก และทรงตัวเข้าไว้ด้วยกันหลายระบบเช่น ABS, TRC, VSC และระบบพวงมาลัย
TOYOTA LAND CRUISER 300 2027 เปิดขายญี่ปุ่น 1 ตุลาคม ในราคาเริ่มต้น 6,300,800-10,200,300 YEN หรือราว 1,355,000-2,189,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าแต่ถ้านำมาขายในไทยราคารวมภาษีอยู่ที่ 5,805,000-9,369,000 บาท มีสีดำ Neutral Black” และสีใหม่สีขาวมุก “Platinum White Pearl Mica” ขาย นี้ 5 รุ่นย่อยตั้งแต่
- GX 5 ที่นั่ง ดีเซล
- ZX 5 ที่นั่ง ดีเซล
- GR SPORT 5 ที่นั่ง ดีเซล
- ZX 7 ที่นั่ง HEV
- GR SPORT 7 ที่นั่ง HEV
ที่มา TOYOTA
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day



