BYD M9 หรือ BYD XIA เอ็มพีวีหรูจากตระกูล Dynasty โกอินเตอร์ขายนอกเมืองจีน เม็กซิโก ฮ่องกงแล้ว ออสเตรเลียคือหมุดหมายล่าสุด

BYD M9 เอ็มพีวีหรูพลังปลั๊กอินไฮบริดโดดเด่นเป็นตัวของตัวเองตามสไตล์ Dragon Face หรูหราเด่นสง่า เทียบเท่าคู่แข่ง
เริ่มที่ กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ชุบโครเมียมพร้อมคือโลโก้ BYD ปักอยู่บนกระจังหน้า ไฟหน้า LED กับไฟ DRL แบบ LED ในโคมเดียวกันทรงยาว
ชุดตกแต่งสีเงินโครเมียมที่ขอบกระจก คิ้วชายล่างประตู คิ้วกันชนหลัง ไฟท้ายดีไซน์แนวยาว LED และไฟเลี้ยววิ่ง Sequential หลังคา Dual Panoramic Sunroof ประตูสไลด์ด้านข้างเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า ล้ออัลลอยลายสุดล้ำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/60R18
สัดส่วนของตัวรถเมื่อเทียบกับ DENZA D9 พบว่าตัวรถสั้นกว่า 105 มิลลิเมตร กว้างกว่า 10 มิลลิเมตร ความสูงเตี้ยกว่า 115 มิลลิเมตร และฐานล้อสั้นกว่า 65 มิลลิเมตร มีดังนี้
- ความยาว 5,145 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,970 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,805 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 3,045 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,650 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร
- ความสูงจากใต้ท้องรถ 160 มิลลิเมตร

ภายในมีสไตล์ด้วยห้องโดยสารอัจฉริยะ DiLink 150 Cockpit แผงคอนโซลหน้าเป็นศูนย์นรวมของชุดมาตรวัดความเร็วแนวนอนขนาด 12.3 นิ้ว จอกลางแบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้วสามารถหมุนจอได้ จอแสดงข้อมูลเหนือคอนโซลหน้า HUD 26 นิ้ว ลำโพง 12 จุด
มีจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า 12.3 นิ้ว และจอเพดานพับเก็บได้ขนาด 15.6 นิ้ว อัปเกรดเป็นระบบ DiLink150 โดยใช้ชิป AI ปรับแต่งของ BYD 9000 ซึ่งสามารถเชื่อมโยงหน้าจอทั้งหมดและเปิดใช้งานการเชื่อมต่อกับคอนโทรลเลอร์เกมภายนอกและแว่นตา AR (รุ่นท็อป) กระจกมองหลังแบบสตรีมมิ่ง (รุ่นท็อป)
ลำโพงจาก DiSound 28 จุด เพาเวอร์แอมป์แยกอิสระ 32 ชาแนล พร้อมซับวูฟเฟอร์แถวที่สามสามารถแยกเป็นลำโพงบลูทูธสำหรับกลางแจ้งได้ด้วยกำลังไฟภายนอก 170 วัตต์ (รุ่นท็อป)

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านทรงท้ายตัด ที่ชาร์จมือถือไร้สายคู่กำลังการชาร์จ 50W ช่องเก็บของหลายจุด ที่วางแก้วขนาดใหญ่ 2 จุด พอร์ตชาร์จ USB Type C 2 จุด และ Type A 2 จุด กุญแจนิรภัยแบบอัจฉริยะPush Start ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ 3 โซน แยกบริเวณด้านหน้าและหลังอิสระพร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5
ระบบเชื่อมต่อเครือข่าย DiLink รองรับการอัปเดตในรูปแบบ OTA เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน พร้อมลำโพง ระบบกุญแจ NFC ไฟสร้างบรรยากาศ ambient lights

ภายในปรับโทนสีภายในเป็นสีดำผสมสีน้ำตาลเน้นความล้ำสมัยหุ้มหนัง NAPPA มาแบบ 7 ที่นั่งแบบ 2+2+3 และ 8 ที่นั่ง 2+3+3 เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า แถวที่ 2 เบาะนั่งมาแบบ Captain Seat VIP ปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมถาดสารพัดประโยชน์พับเก็บได้ในตัวเบาะจะมีปุ่มควบคุมบางอย่างอยู่ที่ด้านหลังของคอนโซลกลาง
เบาะ 2 ตอนหน้ามาพร้อมระบบอุ่นเบาะและเบาะเย็น รวมถึงระบบนวดฝั่งคนขับ เบาะนั่งตอนที่ 3 ปรับพับราบไปกับพื้นได้ด้วยระบบไฟฟ้าด้วยปุ่มเดียวสามารถเลื่อนหน้าเลื่อนหลังได้สูงสุด 100 มิลลิเมตร และยังมีเบาะนั่งแถวที่ 2 มาแบบ zero gravity เพื่อสรีระที่แตกต่างปรับเอนได้มากขึ้นพร้อมฟังก์ชันนวด 10 จุดและความจำตำแหน่งเบาะ มีพื้นที่ท้ายรถมีความจุ 459-570 ลิตร ขยายได้สูงสุด 2,036 ลิตรเมื่อพับเบาะ

มีช่องสำหรับผู้โดยสารด้านหลังใช้งานระหว่างเบาะนั่งแถวที่ 2 ทั้ง 2 ตัวมีทางเดินเล็กๆ สำหรับเข้าสู่แถวที่ 3 ผู้โดยสารแต่ละคนในแถวที่ 3 ดูเหมือนว่าจะมีที่รองศีรษะที่ปรับได้ 3 จุด มีตู้เย็นบริเวณตอนที่ 2 เก็บอุณหภูมิความเย็นตั้งแต่ -6 จนถึง 6℃ และอุ่นความร้อนที่อุณหภูมิ 35-50℃ ถาดอเนกประสงค์ ด้านหลังเบาะนั่งคู่หน้า
Plug In Hybrid DM-i เจนที่ 5

แบบเบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร รหัส BYD472ZQB กำลังสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิด 225 นิวตันเมตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้ารุ่น TZ210XYD ให้กำลัง 272 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร ให้ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
จับคู่แบตเตอรี่ lithium iron phosphate (LFP) จาก BYD ให้ความจุแบต 20.39 kWh วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 95 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC วิ่งไกลทั้งระบบ 945 กิโลเมตร (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.1 วินาที
ประหยัดทั้งระบบ 17.8 กิโลเมตรต่อลิตร (NEDC) ชาร์จกระแสตรง DC สูงสุด 73 kW ภายใน 18 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC 7 kW ให้แรงม้ารวมสูงสุด 260 แรงม้า สำหรับรุ่น DYMAMIC 8 ที่นั่ง
รุ่น PREMIUM 7 ที่นั่ง จับคู่แบตเตอรี่ lithium iron phosphate (LFP) จาก BYD ให้ความจุแบต 36.6 kWh ให้กำลังรวมสูงสุด 296 แรงม้า แรงบิดรวม 315 นิวตันเมตร วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 145 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP หรือ 171 กิโลเมตร (NEDC)
วิ่งไกลทั้งระบบ 850 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 1,000 กิโลเมตร (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.5 วินาที ชาร์จกระแสตรง DC สูงสุด 73 kW 30-80% ภายใน 18 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC 0-100% ภายใน 5.21 ชั่วโมง 7kW
มีเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) 6kW สามารถจ่ายกระแสไฟได้ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ นุ่มนวลถึงใจด้วยช่วงล่างอิสระสี่ล้อและระบบการดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking)
เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าและอาจเสริมรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อตามมาด้วย กับช่วงล่าง DiSus-C ปรับความหนืดได้เหมาะสมตามสภาพพื้นผิวการจราจร พร้อมปรับปรุงชิ้นส่วนช่วงล่างด้านหลัง
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงอัจฉริยะ DiPilot ADAS

- ช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC) Stop and Go
- ช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC)
- ช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู Door Open Warning (DOW)
- ช่วยเบรกอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking (AEB)
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping System (LKS)
- ช่วยเตือนการชนด้านหน้า Pre-Collision Warning (PCW)
- ช่วยเตือนการชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
- ช่วยเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Detection (BSD)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross-Traffic Alert (RCTA)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross-Traffic Braking (RCTB)
- ช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ Lane Departure Prevention (LDP)
- ช่วยควบคุมฉุกเฉินให้รถอยู่ในช่องทางเดินรถ Emergency Lane Keeping Assist (ELKA)
- ช่วยเตือนการชนเมื่อเปลี่ยนช่องทางเดินรถ Lane Change Warning (LCW)
- ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (Follow Me Home)
ความปลอดภัยพื้นฐานทั้ง ถุงลมนิรภัยรอบคัน ตรวจวัดแรงดันลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitoring System) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX เสริมแรงเบรกอัจฉริยะ เบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-Lock Braking System)
ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ ESC (Electronic Stability Control) ป้องกันการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ควบคุมการกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution) ควบคุมการทรงตัวบนทางลาดชัน HHC (Hill Hold Control) และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา

BYD M9 ขายออสเตรเลียตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 2 รุ่นทั้งรุ่น รุ่น DYMAMIC 8 ที่นั่ง รุ่น PREMIUM 7 ที่นั่งในราคา $61,990-$72,990 เป็นราคาไม่รวมค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนและค่าธรรมเนียมอื่นๆของออสเตรเลียหรือราว 1,475,000-1,735,000 บาท ประเดิมขายรุ่นท็อปสุดแล้วรุ่นเริ่มต้นจะตามมา มีให้เลือกถึง 3 สีได้แก่
- สีเทาออกฟ้า Dark Aquamarine Grey
- สีขาว Aurora White
- สีดำ Cosmo Black
ที่มา CAREXPERT
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day