MG ออสเตรเลียเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ MG U9 EV กระบะไซซ์ยักษ์พลังไฟฟ้าล้วนพวงมาลัยขวา ท้าชน TOYOTA HILUX TRAVO-e

MG U9 EV หล่อทั้งคันตั้งแต่ไฟหน้า LED และไฟ DRL แบบ LED ในโคมแนวตั้งพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ลายรังผึ้งในรุ่นเครื่องดีเซลและไฟหน้า LED รูปตัว C พร้อมกระจังหน้าทรงทึบติดตรา LDV ในรุ่นอีวี ฝากระโปรงหน้ามีขอบหนา ซุ้มล้อทรงเหลี่ยม
ราวหลังคาดีไซน์กลมกลืนกับหลังคารถ หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ไฟท้าย LED แบบยูคว่ำ ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 20 นิ้ว พร้อมยาง 275/55R20
พิเศษ มีพื้นที่บรรทุกภายในยาวถึง 2,400 มิลลิเมตรด้วยการใช้ฟังก์ชัน Multi-Flex Midgate กระบะท้ายเปิดทะลุไปจนถึงห้องโดยสารด้านหลัง ทั้งคู่มาในร่างกระบะ 4 ประตูทรงใหญ่ด้วยพื้นฐาน semi-monocoque และโครงสร้างเหล็ก ตั้งแต่
- ความยาว 5,500 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,997 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,860 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 3,300 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 220 มิลลิเมตร
- ช่องเก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้า (FRUNK) 236 ลิตร
- น้ำหนักบรรทุกในกระบะท้ายเพียง 620 กิโลกรัม

ภายในมีจอคู่ที่รวมการทำงานทั้งมาตรวัดความเร็วและจอสัมผัสระบบความบันเทิงเต็มรูปแบบขนาด 12.3 นิ้วพร้อมระบบปฏิบัติการ Tencent TAI 4.0 พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงท้ายตัดพร้อมระบบอุ่น
พร้อมเบาะนั่งสบาย 5 ที่นั่งโดยฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง มีระบบอุ่นเบาะ เบาะเย็น และนวดไฟฟ้า และคนนั่ง 6 ทิศทางพร้อมอุ่นเบาะ เบาะนั่งคู่หน้าปรับเอนเป็นเตียงนอนอเนกประสงค์ความยาว 170 เซนติเมตร ลำโพงรอบคันจากแบรนด์ JBL 8 จุด และที่ชาร์จมือถือไร้สาย 15W ไฟสร้างบรรยากาศภายใน Ambient Light 64 สี

ขุมพลังไฟฟ้าล้วนพัฒนาใหม่หมดแบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อให้กำลังรวมถึง 442 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ล้อหน้า 188 แรงม้าและล้อหลัง 294 แรงม้าให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.8 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมงพร้อมชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตขนาด 102.2 kWh
วิ่งไกลสุดตามมาตรฐาน WLTP 430 กิโลเมตร หรือ 506 กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงถึง 115 kW 20-80% ภายใน 42 นาที และชาร์จช้า AC พร้อมโหมดการขับขี่ All-Terrain System (ATS) 6 โหมดรวมโหมดปรับตั้งค่าเองเลือกปรับความสูงตัวรถ ปรับน้ำหนักพวงมาลัยไฟฟ้า การควบคุมรถ และตั้งค่ากำลังได้ตามใจชอบ
มาพร้อมฟังก์ชันการปล่อยไฟฟ้าภายนอก V2L (Vehicle to Load) รองรับการจ่ายโหลดสูงสุด 2.2KW ~ 6.6KW ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อโดยด้านหลังมาแบบมัลติลิงค์พร้อมระบบถุงลมและปรับด้านท้ายเตี้ยลง 60 มิลลิเมตรในยามบรรทุกของด้วยฟังก์ชัน Easy Load
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS L2

- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking (AEB)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Centering Assist (LCA)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA)
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน Emergency Lane Keep Assist (ELKA)
- ควบคุมความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Cruise Assist (ICA)
- ช่วยเหลือความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limit Assist (SAS)
- ช่วยเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Detection (BSD)
- ช่วยเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
- ช่วยเตือนขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- ช่วยเบรกขณะถอย Rear Collision Warning (RCW)
- ตรวจจับพฤติกรรมผู้ขับขี่ Driver Monitor System (DMS)
- ช่วยเตือนการเปิดประตู Door Open Warning (DOW)
- แจ้งเตือนผู้ขับขี่ถึงจำกัดความเร็วปัจจุบัน Speed Limit Information Function (SLIF)
- เตือนความเมื่อยล้า Fatigue Reminder
ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (FOLLOW ME HOME) เบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) ป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold) ป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking System (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake-force Distribution (EBD) เสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Electronic Brake Assist (EBA) ป้องกันการพลิกคว่ำ Roll Movement Intervention (RMI)
ควบคุมการทรงตัว Electronic Stability Program (ESP) ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Vehicle Dynamics Control (VDC) ควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ป้องกันล้อหมุนฟรีควบคุมการลื่นไถล Traction Control System (TCS) ช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน Hill-Start Assist System (HAS) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control (HDC)
เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control) สัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal) ตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมนิรภัยตรงกลางเบาะหน้า กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) พร้อมสัญญาณเตือนระยะด้านหน้าและหลัง

MG U9 EV เปิดราคาขายที่ออสเตรเลียเริ่ม $78,990 เป็นราคาไม่รวมค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของออสเตรเลีย หรือ on-road costs หรือราว 1,877,000 บาท และจะเริ่มส่งมอบรถได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปีนี้
ที่มา CAREXPERT
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day