More
    spot_img

    TESLA เตรียมส่งตัว SEMI TRUCK รถบรรทุกโมเดลแรกวันที่ 1 ธันวาคมนี้

    เทสลาเซมิ (อังกฤษ: Tesla Semi) เป็นรถกึ่งบรรทุกไฟฟ้าคลาส 8 ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ทั้งหมดในการพัฒนาโดย Tesla, Inc. 

    ในตอนแรกบริษัทประกาศว่า รถบรรทุกจะมีระยะทาง 500 ไมล์ (805 กม.) เมื่อชาร์จเต็มและด้วยแบตเตอรี่ใหม่จะสามารถวิ่งได้ 400 ไมล์ (640 กม.) หลังจากชาร์จ 80% ใน 30 นาทีโดยใช้สถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ – “Tesla Megacharger” Elon Musk CEO ของ Tesla กล่าวว่าเซมิจะมาพร้อมกับมาตรฐาน Tesla Autopilot ที่ช่วยให้สามารถขับรถกึ่งอัตโนมัติบนทางหลวงได้

    Trucking and freight company J.B. Hunt has already announced that it had placed a reservation to buy “multiple Tesla Semi tractors.”

    Elon Musk ได้โพสผ่านทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการว่าทางเทสลา เตรียมส่งมอบรถบรรทุกไฟฟ้า Tesla Semi Truck รุ่นผลิตจริงในวันที่ 1 ธันวาคม 2565 นี้ โดยคันแรกนั้นจะเป็นการผลิตให้กับบริษัท Pepsi น้ำอัดลมที่นิยมในบ้านเรานั่นเอง

    ซึ่ง Tesla Semi Truck รถบรรทุกไฟฟ้า รุ่นแรกของทางเทสลา เคยมีการเปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ในรูปแบบคอนเซปต์และมีการทดสอบการใช้งานมาและพัฒนาเพิ่มเติมมาจนกระทั่งผลิตจริง ทั้งในเรื่องของการบรรทุก การขึ้นที่ลาดชันและที่สำคัญระบบการชาร์จไฟ โดยได้มีการออเดอร์จากเจ้าแรกน้ำอัดลมยักษ์ใหญ่อย่าง Pepsi (เป๊ปซี่) ที่ได้ทำการสั่งผลิตมากกว่า 100 คันเลยทีเดียว

    ในส่วนของขุมพลังได้จากมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนจำนวน 3 ตัว ทำอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชั่วโมง เพียง 5 วินาทีหากมีการบรรทุกเต็มพิกัดโดยความจุประมาณ 37 ตัน จะทำอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชั่วโมงได้ภายใน 20 วินาที และมีอัตราการกินแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่น้อยกว่า 2 หน่วย/ไมล์ สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 500 ไมล์ต่อการชาร์จเต็ม หรือประมาณ 800 กิโลเมตร

    ไฮไลต์ของ Tesla Semi Truck คือเรื่องการโครงสร้างภายนอก โดยมีการออกแบบตามหลักพลศาสตร์ ซึ่งใช้แรงเสียดทางแค่ 0.36 เท่านั้น ถ้าให้เทียบกับ Supercar แพง ๆ ก็ถือว่าน้อยกว่าหลายรุ่นเลยทีเดียว

    Elon Musk ได้บอกเหตุผลของความจุแบตเตอรี่ไว้ว่า ระยะทางที่รถบรรทุกใช้ในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่นั้น จะอยู่ที่ระยะทางไม่เกิน 400 กิโลเมตร โดยแบตเตอรี่ในตัว Semi Truck ที่ใช้อยู่นี้ จะสามารถวิ่งไปกลับได้โดยที่ไม่ต้องแวะสถานีชาร์จ และบอกอีกว่าหากนำรถไปชาร์จที่สถานีชาร์ Tesla Megacharger เพียงแค่ 30 นาที จะสามารถชาร์จได้เต็มที่ถึง 70% ของแบตเตอรี่กันเลยทีเดียว

    ภายในการออกแบบของตำแหน่งการขับขี่จะถูกจัดให้อยู่กึ่งกลางในโซนห้องโดยสาร ซึ่งแตกต่างจากรถทั่วไปที่จะเลือกวางตำแหน่งในด้านซ้ายหรือขวา แล้วแต่ลักษณะการจราจรของประเทศนั้น ๆ ซึ่งการวางตำแหน่งแบบนี้จะคล้ายกับรถ F1 ซึ่งถือว่าเป็นการวางตำแหน่งที่ไม่ได้ผิดแปลกหรือแย่อะไร เพราะสามารถมองเห็นวิศัยทัศน์ได้กว้างและมีมุมจุดอับสายตาน้อยกว่า

     

    ในส่วนของระบบ Autopilot ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดมากนัก ต้องมารอดูกันว่าในวันที่ 1 ธันวาคม นี้ จะมีรายละเอียดอะไรในตัวของ Tesla Semi Truck คันนี้เพิ่มเติม ทางทีมงานจะรีบนำมาอัปเดตให้ได้ติดตามกัน 


    บทความอื่น ๆ

    ABOUT THE AUTHOR

    spot_img
    spot_img
    spot_img
    spot_img

    Latest Posts