More

    [Review] ” MG Extender 4 ประตู 2.0 4WD ตัวท็อป ” กระบะพันธุ์ยักษ์ (มีคลิป)

    MG Extender ถือเป็นกระบะจากค่าย MG ที่เปิดตัวเป็นรุ่นแรกในบ้านเรา โดยมีพื้นฐานมาจากรถกระบะ Maxus T70 ที่ผลิตภายใต้บริษัท SAIC Motor  ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงปี 2019 และมีจำหน่ายทั้งหมด 9 รุ่น ตั้งแต่แบบตอนครึ่ง Gaint Cab  ทั้งหมด 5 รุ่น และ Double Cab  4 ประตู อีก 4 รุ่น ราคาเริ่มต้น 549,000 บาท ไปจนถึงรุ่นท็อป ตัว 4 ประตู ขับ 4 ค่าตัว 1.029 ล้านบาท ซึ่งเป็นคันที่ทีมงาน Car2day ได้นำมาทดสอบในวันนี้ หลังจากที่ MG ได้เผยโฉมกระบะพันธุ์ยักษ์รุ่นปรับโฉมไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา วันนี้เราจะพาคุณไปลองขับเจ้า MG Extender รุ่นก่อนปรับโฉมตัวท็อปขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งให้สมรรถนะและการขับขี่ที่ไม่แตกต่างจากตัวไมเนอร์เชนจ์ที่ต่างแค่หน้าตา กับการปรับแต่งภายในห้องโดยสารเท่านั้น ส่วนสมรรถนะจะไปอย่างไรเราไปชมกันเลย

    ดีไซน์ภายนอกของ MG Extender ดูเรียบง่ายเน้นความทันสมัย แต่เน้นจุดขายที่ความกว้างใหญ่ โดยเฉพาะกระบะท้ายซึ่งลึกกว่าคู่แข่ง ที่จุของได้เยอะมาก โดยมีความลึกมากถึง 53 ซม. บนมิติตัวถังที่ ยาว 5,365 มม. กว้าง 1,900 มม. และสูง 1,850 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 3,155 มม. ซึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้ว จะใหญ่และสูงกว่า Isuzu Dmax V Cross ที่กว้าง 1,870 และสูงแค่ 1,790 มม. แต่จะสั้นกว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ ดับเบิลแคบ 2.0 ลิตร ลิมิเต็ต 4×4 ที่มีระยะฐานล้อที่ยาวถึง 3,220 มม.

    ส่วนองค์ประกอบภายนอกที่ดูโดดเด่นนั้นน่าจะเป็นไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟ day time ซึ่งมีระบบควบคุมไฟหน้าปรับเลี้ยวตามองศาพวงมาลัยอัตโนมัติมาให้ และกล้องรอบคันพร้อมเซ็นเซอร์ขณะถอย ที่ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นท็อป ซึ่งก็แอบงง ตรงมีเซ็นเซอร์ที่กันชนหน้าแต่มันกลับไม่ทำงาน แต่ก็ชดเชยด้วยสิ่งเล็กๆอย่างโช็คฝากระโปรงหน้าที่ MG ติดตั้งมาให้ในรถกระบะพันธ์ยักษ์คันนี้ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้มากกว่ากระบะคู่แข่งที่มักไม่มีมาให้

    เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารซึ่งจุดเด่นยังคงอยู่ที่ความกว้างขวางโดยเฉพาะที่นั่งตอนหลังซึ่งกว้างขวางนั่งสบาย ประกอบกับมีการติดตั้งฉนวนกันเสียง 9 จุด ที่ช่วยเพิ่มความเงียบให้กับห้องโดยสาร และเพิ่มความเรียบหรูด้วยวัสดุซอฟท์ทัช แบบเดียวกับในรถ suv ในค่าย

    ส่วนฟังชั่นก์อำนวยความสะดวกนั้นก็มีให้ครบ อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังค์ชั่น หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว ที่กราฟฟิกที่ดูเชยไปหน่อยแต่ก็มีของเล่นให้ครบ ทั้งแสดงภาพจากกล้องรอบคันที่ไม่ค่อยชัดนัก ระบบนำทางอันนี้ใช้งานใช้ได้ และที่ชอบที่สุดคือฟังเพลงจาก true music ได้ รวมถึงกุญแจระบบ SMART KEY  พร้อมปุ่ม PUSH START ก็มีให้ เช่นเดียวกับระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ที่สำคัญเบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง แถมเบาะหลังยังพับได้ และมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังอีกด้วย

    และที่ขาดไม่ได้คือระบบปฏิบัติการ I–SMART ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อกับรถได้ ไม่ว่าจะเป็น SMART COMMAND ที่สั่งการด้วยเสียงภาษาไทยได้ แม้จะใช้สั่งงานได้ไม่เยอะและไม่ค่อยเสถียรเท่ารถรุ่นอื่นในค่าย แต่ก็ถือเป็นจุดขายที่ยังไม่มีในคู่แข่งค่ายอื่น

    นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีน หรือสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG MOBILE APPLICATION  ได้อีกด้วย

    ขุมพลังใต้ฝากระโปรง MG Extender สเปคบ้านเรานั้นเลือกบล็อกดีเซล 2.0 ลิตร

    เทอร์โบ รหัส 20D4N มาเป็นตัวทำตลาด โดยในต่างประเทศจะมีตัวเบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบให้เลือกใช้ด้วย ส่วนเกียร์นั้นจะใช้เป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบทอร์คคอนเวิร์ดเตอร์ ที่ให้พละกำลังสูงสุดที่ 161 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,400 รอบ/นาที ที่มีโหมดการขับขี่แบบ Eco และ Power ให้กดเลือกตรงคอนโซนกลาง ซึ่งจากที่ลองกดเลือกใช้งานในแต่ละโหมดแล้วไม่รู้สึกถึงความแตกต่างแต่อย่างใด

    จากที่ได้ลองขับรู้สึกได้ว่าเครื่องบล็อคเล็กที่ต้องแบกน้ำหนัก 2 ตันกว่า ซึ่งมากกว่ากระบะค่ายอื่นๆดูจะเสียเปรียบ เครื่องกับเกียร์ทำงานไม่ค่อยสมูทเท่าที่ควร จังหวะชะลอความเร็วถึงหยุดนิ่ง เกียร์มีอาการเชนลงช้า ทำให้รู้สึกกระตุกก่อนจะจอดสนิท ในด้านของอัตราเร่ง ช่วงออกตัวมีแรงดึงให้พอรู้สึกนิดหน่อย ช่วงเกียร์ 2 มีการเปลี่ยนเกียร์ช้า ลากรอบจนตึงสักพักจึงค่อยเปลี่ยน และทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลา 12.8 วินาที และ 0-400 ม. ที่ 18.9 วินาที ส่วนอัตราเร่งตีนปลายจะค่อยๆไต่ความเร็วไปได้แถวๆ 180 กม./ชม. แบบไม่รีบร้อน

    นอกจากนี้ Extender ยังใช้รอบเครื่องยนต์ที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะช่วงเกียร์ต้นๆ จากที่ได้ทดสอบวิ่งความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 110 กม./ชม. Extender ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.7 กม./ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ไม่สวยนักแต่ก็ไม่หนีจากกระบะคู่แข่งแต่อย่างใด

    ระบบกันสะเทือนเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ ส่วนด้านหลังเป็นแบบคานแข็ง ซึ่ง Extender ถือเป็นรถกระบะที่เซ็ตช่วงล่างมาตอบโจทย์การขับขี่แบบครอบครัวให้ความนุ่มนวลไม่กระแทกหรือกระดอนจนเสียอาการ เสียดายที่พวงมาลัยยังเป็นแบบไฮโดริกไม่ใช่ไฟฟ้า ทำให้ขับได้ไม่คล่องตัวนัก วิ่งช้าๆสาวพวงมาลัยกันตึงมือ พอเร็วก็ออกอาการหวิวให้รู้สึกบ้างแต่พอรับได้

    ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ นั้นมาพร้อมโหมดการขับขี่ 2H, 4H และ 4L และระบบล็อคเฟืองท้าย ซึ่งถือเป็นโหมดพื้นฐานเหมือนกระบะทั่วไป ไม่มีโหมดสภาพถนนให้เลือกแต่อย่างใด ซึ่งในช่วงที่ขับด้วย 4H จะมีเสียงเตือนตั้งแต่ 80 กม./ชม. นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน กับระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชันมาให้อีกด้วย

    ระบบเบรกให้มาแบบดิสก์ทั้ง 4 ล้อ ที่อยู่ในเกณฑ์ดี กดแล้วอยู่ไม่ต้องออกแรงเยอะ และให้ระยะเบรกที่ดีสามารถสู้กับกระบะคู่แข่งได้สบาย

    ปิดท้ายด้วยความปลอดภัยที่ MG ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ที่ถือว่าให้มาในระดับกลางๆเน้นระบบที่จำเป็นต้องใช้งานจริงๆ อย่างพวก abs, ebd และระบบควบคุมเสถียรภาพเป็นอุปกรณ์มาตราฐาน แล้วเสริมด้วยระบบเตือนรถในจุดอับสายตา blind spot ซึ่งมีแค่ไฟกระพริบ ไม่มีเสียงเตือน ตอนกลางวันมองไม่ค่อยชัด..กับระบบช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลนมาให้เท่านั้นพอ แต่ที่ชอบคือคันนี้มีระบบตรวจสอบความผิดปกติลมยาง TPMS  มาให้ด้วย ซึ่งถือฟังชั่นสำคัญ ที่ไม่ค่อยมีใครติดตั้งมาให้

    เช่นเดียวกับถุงลมนิรภัยที่สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่ง MG ก็จัดมาให้เต็มพื้นที่รวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ กล้องมองภาพรอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลัง และด้านหน้า ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

    สรุป ถ้าถามว่า MG Extender น่าสนใจตรงไหน บอกได้เลยว่าจุดขายที่เหนือใครยังคงเป็นระบบการสื่อสารระหว่างรถกับคนอย่าง iSmart ยังเป็นคู่แข่งในตลาดรถกระบะเกือบหมด บวกกับความกว้างขวางนั่งสบายตามนิยามของกระบะพันธุ์ยักษ์ ที่สำคัญคือเมื่อ MG ออก Extender รุ่น Minorchange  มาแล้ว ดังนั้นราคาและแคมเปญพิเศษที่ถูกปรับอาจทำให้คุณซื้อหามาเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น..ส่วนในด้านอื่นๆเกี่ยวสมรรถนะหรือภาพรวมต่างๆคงต้องช่างดูกันอีกทีว่าคุ้มค่าแค่ไหนสำหรับรถกระบะหนึ่งคันที่สามารถคุยโต้ตอบกับเราได้คันนี้


     

    Latest articles

    spot_imgspot_img
    Error decoding the Instagram API json

    Related articles