More

    อธิบายเหตุ Schumacher ชนจนรถขาด ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

    ในการแข่งขันสนามที่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์หนึ่งที่ติดตาตรึงใจผู้ชมมาก เห็นจะเป็นจังหวะที่ Mick Schumacher หลุดโค้งไปฟาดกำแพง จนรถ Haas ของเขาขาดครึ่ง และมันสร้างความตื่นตะลึงให้กับทั้งผู้ชมหรือแม้กระทั่งบรรดานักแข่งด้วยกันเอง

    ในตอนที่ Schumacher หลุดโค้งนั้น สภาพแทร็คยังคงไม่แห้งทั่วทั้งแทร็ค นักแข่งเยอรมันกำลังออกจากโค้งขวา Piscine แต่แล้วดูเหมือนว่าล้อหลังซ้ายของรถ Haas จะไปเหยียบบริเวณนอกไลน์แห้ง นั่นส่งผลให้รถของนักแข่งเยอรมันหมุนไปชนกำแพงที่โค้ง 15 จนชิ้นส่วนชุดเกียร์ท้ายรถหลุดแยกออกมา

    ในตอนแรกนายสนามนั้นสั่งการให้ทั่วทั้งแทร็คอยู่ในสภาวะเวอร์ชวลเซฟตี้คาร์ ก่อนที่จะยกระดับขึ้นเป็นเซฟตี้คาร์ และท้ายที่สุดพวกเขาตัดสินใจตีธงแดงยุติการแข่งขันชั่วคราว หลังจากที่พวกเขาพบว่ากำแพงเทคโปรนั้นต้องได้รับการซ่อมแซมและติดตั้งใหม่

    ถึงแม้ว่าความเร็วในการกระแทกนั้นจะดูไม่หนักหนา แต่สิ่งที่เป็นประเด็นดราม่าก็คือส่วนท้ายรถที่ขาดออกมา ทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้น?

    Schumacher ชน

    ย้อนกลับไปยังเหตุการณ์อุบัติเหตุของ Romain Grosjean ที่บาห์เรน ปี 2020 รถ Haas ของนักแข่งเฟรนช์ปลิวเข้าไปบี้กับกำแพงเหล็กกั้นและส่วนท้ายรถขาดออกมาเช่นกัน หลังจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น FIA ก็ได้ร้องขอให้ทีมแข่งทำการศึกษาอย่างละเอียดกับการที่ตัวรถจะขาดออกจากกันในอุบัติเหตุที่มีการกระแทกอย่างรุนแรง

    FIA ได้ออกกฎทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการยึดของเครื่องยนต์กับแชสซีส์ และชุดเกียร์กับเครื่องยนต์ ซึ่งมันมีความละเอียดมากทีเดียว

    กฎข้อที่ 5.4.8 จุดยึดเครื่องยนต์จะต้องประกอบด้วยน็อตสตัด M12 จำนวน 6 ตัว ที่ถูกยึดกับ Survival Cell (โครงสร้างกันกระแทกบริเวณนักขับ) และน็อตสตัด M12 อีกจำนวน 4 หรือ 6 ตัว ที่ถูกยึดกับชุดเกียร์ สตัดเหล่านี้อาจจะใช้ยึดบน Survival Cell, เครื่องยนต์, หรือ ชุดเกียร์ โดยจุดที่ติดตั้งจะต้องเป็น M12 และส่วนปลายน็อตอาจใช้เส้นผ่านศูนย์กลางที่แตกต่างกันได้

    เมื่ออ้างอิงจากกฎ คุณจะเห็นว่าจุดยึดระหว่างเครื่องยนต์กับชุดเกียร์นั้นสามารถที่จะใช้การยึด 4 หรือ 6 จุด ก็ได้ ซึ่งบนรถของ Haas ที่ใช้ชิ้นส่วนร่วมกับ Ferrari นั้น จะมีการใช้จุดยึด 4 ตัว ดังแสดงในรูป

    Ferrari Gear Box

    เมื่อสังเกตจุดยึดดี ๆ เราจะเห็นว่าตัวจุดยึดนั้นไม่มีความเสียหาย นั่นหมายความว่าตัวน็อตนั้นเกิดการขาดภายใต้แรงกระแทกที่เกิดขึ้น

    กลับมาดูที่รถของ Schumacher ถึงแม้ว่าจะมีชิ้นส่วนขาดกระจัดกระจายไปทั่ว แต่ส่วนสำคัญนั้นคือ Survival Cell ที่ทำหน้าที่ปกป้องนักขับนั้นยังคงอยู่ในสภาพคงเดิม

    ในการที่ชิ้นส่วนหลักแต่ละชิ้นขาดออกจากกัน นั่นทำให้ความเร็วของ Survival Cell นั้นลดลง อีกทั้งชิ้นส่วนที่แยกออกมายังทำให้น้ำหนักรถโดยรวมลดลง และนั่นก็หมายความว่าแรงกระแทกนั้นจะลดความรุนแรงลงจากการที่พลังงานนั้นลดลงและถูกกระจายออกไป

    ดังนั้นข้อสรุปก็คือ ไม่ว่ารถจะมีชิ้นส่วนขาดกระจัดกระจายจากการชนไปมากแค่ไหน ส่วนสำคัญนั้นอยู่ที่ Survival Cell ซึ่งปกป้องนักขับ และมันเป็นชิ้นส่วนที่แข็งแรงอย่างถึงที่สุด จนน่าจะกล่าวได้ว่าในการชนของ F1 ยุคใหม่ เราคงแทบไม่ได้เห็นอุบัติเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของนักขับ อย่างเช่น ขาขาด เหมือนอย่างในอดีตอีกแล้ว

    FIA ได้ทำการศึกษาเหตุการณ์อุบัติเหตุทั้งหมดมาพัฒนาและปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยจนถึงระดับสูงสุด ไม่ว่ารถแข่งจะชนหรือพลิกคว่ำอย่างไร แทบไม่มีทางเลยที่ตัวร่างกายของนักแข่งจะได้รับบาดแผลหรือเกิดอันตราย ยกเว้นในส่วนเดียวของร่างกายนักขับ ซึ่งก็คือส่วน ศีรษะ ที่โผล่ออกมาจาก Survival Cell แต่นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา รถแข่ง F1 นั้นก็มี Halo ที่เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ในการปกป้องศีรษะของนักขับ ซึ่งมันก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บส่วนศีรษะของนักขับไปได้อีกมากโข

    Survival Cell
    บริเวณ Survival Cell ของรถแข่ง ที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ

    อ้างอิง : the-race.com


    บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts