นับเป็นค่ายรถที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากรูปแบบสำหรับ BYD ทั้งรถเก๋ง เอสยูวี กระบะไปจนถึงมินิคาร์และล่าสุดกับ BYD SONG ULTRA EV

BYD SONG ULTRA EV มาในร่างเอสยูวีไซซ์เล็ก B-Segment หลังคาท้ายลาดในตระกูล Dynasty มีเอกลักษณ์ด้วยตราโลโก้ภาษาจีน
เด่นด้วยตราตระกูล SONG ภาษาจีนติดตรงชุดกระจั้งหน้าใหม่สีดำเข้ม รับกับไฟหน้า LED พร้อมกันชนหน้ามีช่องระบายอากาศแบบรังผึ้งทรงสีเหลี่ยมคางหมูโดดเด่นล้ำสมัย ด้านข้างตกแต่งเข้มกระจกกรอบสีดำ ติดระบบ LiDAR ที่หลังคารถ ราวหลังคา หลังคาพาโนรามิกซันรูฟบานใหญ่ กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ที่เปิดประตูแบบยกก้าน
ด้านท้ายมีไฟท้าย LED แบบแนวยาว ติดตรา BYD อย่างเท่ลงตัวด้วยชุดกันชนหลังดีโซน์ล้ำจุดสังเกตุตรงที่ชุดป้ายทะเบียนท้ายอยู่ตำแหน่งเดียวกับชุดกันชนท้ายและล้ออัลลอยทูโทนขนาดใหญ่ขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 235/50R19 โดยมีมิติตั้งแต่
- ความยาว 4,850 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,910 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,670 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,840 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,990-2,050 กิโลกรัม

ภายในยังไม่มีการเปิดเผยแต่มาพร้อมกับขุมพลังไฟฟ้าล้วนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่ยังไม่ระบุว่าจะเป็นขับเคลื่อนล้อหน้าหรือล้อหลัง โดยให้กำลัง 326 แรงม้า พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไออขนาด 75.6 kWh แบบ LFP วิ่งไกลสุด 620 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 598 กิโลเมตร (NEDC) ในรุ่นเริ่มต้น
ทางด้านรุ่นท็อปสุดให้กำลังรวม 367 แรงม้า พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไออขนาด 82.7 kWh แบบ LFP วิ่งไกลสุด 710 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 685 กิโลเมตร (NEDC) ทั้งคู่ให้ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและคาดว่าจะมาพร้อมกับระบบขับขี่อัจฉริยะ “God’s Eye” B (DiPilot 300) ของ BYD ซึ่งรองรับฟังก์ชันขั้นสูงอย่าง Urban NOA (ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติในเมือง)

เบื่องต้นรถใหม่ลำดับที่ 4 ของตระกูล SONG เตรียมขายจีนเร็วๆนี้พร้อมตั้งเป้ายอดขายมากกว่า 20,000 คันต่อเดือนในจีนโดยราคาอย่างไม่เป็นทางการเริ่มต้น 180,000 YUAN หรือราว 809,000 บาท
ที่มา CarNewsChina










