พึ่งจะเผยที่สหรัฐอเมริกาไปไม่นานกับรุ่นพิเศษสีเขียวญี่ปุ่นก็เอาด้วยเปิดตัว LEXUS IS 2027 ทั้งรุ่น F Sport Mode Black VI และรุ่นปกติ

ไฮไลต์หลักครั้งนี้ก็คือ LEXUS IS F Sport Mode Black VI ที่ออกมาเป็นครั้งที่ 6 ของตระกูล F Sport Mode Black ในร่างเก๋งสปอร์ตแซยิดเจเนอเรชันที่ 3 รหัส XE30 พื้นฐานรุ่นปรับโฉมครั้งที่ 4 ในรอบ 12 ปี ปรับไปตั้งแต่ปีกลาย

เริ่มที่ ล้ออัลลอยฟอร์จขนาด 19 นิ้วจาก BBS ที่ผ่านการทำสีดำขึ้นมาใหม่ ดีไซน์แบบก้านละเอียด (multi-spoke) เสริมภาพลักษณ์ความโฉบเฉี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมยางหน้า 235/40R19 และยางหลัง 265/35R19 ส่วนดุมล้อเป็นตราโลโก้สีเงิน พื้นหลังสีดำทรงกลม คาลิเปอร์เบรกจากสีแดงพร้อมโลโก้ LEXUS มาเป็นสีดำ
ภายในตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังกลับ อัลตร้าซูเอด Ultrasuede ตกแต่งโทนสีดำ อันเป็นเอกลักษณ์ ประจำรุ่น พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่ และหนังกลับ อัลตร้าซูเอด Ultrasuede บริเวณที่พักแขนแผงประตู แผงคอนโซลหน้าส่วนบน
ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมแพ็กเกจสำหรับใช้งานในสภาพอากาศหนาวเย็นหรือ Cold Weather Package ป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั้งระบบอุ่นที่พวงมาลัยกับเบาะนั่งคู่หน้า กระจกมองข้างไล่ฝ้า พร้อมเบาะเย็นคู่หน้า สตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกล (Remote Engine Start) ท่อเป่าลมอุ่นจากพื้นสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (Rear Floor Heater Ducts)

นอกนั้นคงเดิมทั้งกระจังหน้าดีไซน์ใหม่สไตล์ เล็กซัส แบบ Unified Spindle คล้ายรุ่น LBX และ LM ส่วนบนแบบมีคิ้วเสริมไฟหน้า LED 3 ดวง ย้ายตำแหน่ง Daytime Running Lights แบบ LED รูปทรงตัว L อยู่ในโคมเดียวกัน พร้อมไฟเลี้ยววิ่ง Sequential Turning Lamps กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่สปอร์ตเข้ม ด้านข้างคงเดิมทั้งกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ทรงสปูน ที่จับประตูดึงก้าน เสาอากาศครีบฉลาม
ด้านท้ายดีไซน์เดิมด้วยไฟท้ายแนวยาวแบบ LED อันเป็นเอกลักษณ์ กันชนหลังออกแบบลิ้นสปอยเลอร์หลังใหม่พร้อมท่อไอเสียคู่ออกสองฝั่ง เปลี่ยนมาใช้ตราสัญลักษณ์ด้านท้ายแบบตัวอักษร LETTERING แทนโลโก้ และล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้วลายใหม่สีเมทาลิกเข้มพร้อมยางหน้า 225/40R18 และยางหลัง 255/35R18
รุ่นหล่อ F Sport มาพร้อมกับสปอยเลอร์หลังใหม่ที่ช่วยลดแรงยกของท้ายรถโดยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศจากใต้พื้นรถไปยังด้านท้ายรถ ช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างราบรื่น ระบบช่วงล่างมาพร้อมล้ออะลูมิเนียมน้ำหนักเบาขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์ใหม่สีดำเมทัลลิกเงาดีไซน์ดุดันด้วยซี่ล้อบาง มอบความเบาสบายและคล่องตัว นอกจากนี้ ยังมีคาลิเปอร์เบรกสีแดงพร้อมโลโก้ LEXUS เป็นอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้ โดยมีมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,720 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,840 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,435-1,440 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,800 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 66 ลิตร
ภายในสปอร์ต

ภายใต้แนวคิด TAZUNA COCKPIT เน้นให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ใช้ได้งานอย่างเป็นธรรมชาติเริ่มที่แผงคอนโซลหน้าใหม่ทั้งแผงเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มหนังแบบใหม่ จอสัมผัสขนาดใหญ่ขึ้น 12.3 นิ้ว รองรับ Apple Carplay และ Android Auto ให้เป็นออปชันมาตรฐานทุกรุ่น มาตรวัดความเร็วสีแบบ TFT LCD ขนาดใหม่ 12.3 นิ้ว แสดงผลกราฟิกที่เรียบง่ายและเข้าใจง่าย
นำวัสดุการตกแต่งจากไม้ไผ่ซึ่งเป็นวัสดุเอกลักษณ์เฉพาะเข้ากับแผงตกแต่ง “Forged Bamboo” ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ในตำแหน่งด้านบนของแผงคอนโซลและขอบสวิตช์ปุ่มสตาร์ทเงาอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่เกิดจากเส้นใยไม้ไผ่ที่ทอเข้ากับวัสดุช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ปราดเปรียว และสปอร์ต โดยเป็นวัสดุที่ต่อยอดมาจากแนวคิด “Bamboo CMF Concept”

เบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มหนังกลับ Ultrasuede ลวดลายพิเศษช่วยเสริมให้มีสไตล์โดดเด่นซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ โดยสเปกญี่ปุ่นได้โทนสีภายในเป็นสี “PROMINENCE” โดยได้แรงบันดาลใจจากเปลวไฟสีแดงที่ปกคลุมดวงอาทิตย์ มุ่งเน้นการตกแต่งภายในที่ดุดันและสปอร์ต
ติดตั้งไฟส่องสว่างเส้นแนวนอนในส่วนกลางของชุดแผงคอนโซลหน้า ใต้แผงสวิตช์แอร์ ใต้พื้นวางเท้าทั้งฝั่งคนขับและคนนั่งคู่หน้า และมีไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light ให้เลือกถึง 14 สี และอีก 50 สีสามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ
พร้อมลำโพงขั้นเทพจาก Mark Levinson 7 จุด ซึ่งได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการจัดวางลำโพงและปรับแต่งคุณภาพเสียงให้เหมาะสมที่สุด มอบความรู้สึกสบายและเต็มอิ่ม ถือเป็นอุปกรณ์เสริมจากโรงงาน และลำโพงมาตรฐาน Lexus Premium Sound 10 จุดเป็นออปชันมาตรฐาน พร้อมที่เสียบชาร์จ USB Type-C 2 จุด ที่ด้านหน้าของคอนโซลกลาง และ 2 จุดสำหรับด้านหลัง
ปรับตำแหน่งที่ชาร์จมือถือไร้สายใหม่อยู่หน้าคอนโซลเกียร์แบบ Gen5 (มาตรฐานการชาร์จ: Qi) ซึ่งมีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับสมาร์ทโฟนได้หลากหลายพร้อม ไฟส่องสว่างที่วางแก้วน้ำ มีอุปกรณ์จ่ายไฟกระแสสลับให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกโดยเสียบปลั๊กได้ 1 จุดในรถ เป็นไฟกระแสสลับ 100 โวลต์ 1,500 วัตต์ แบบปลั๊กเสียบ สามารถจ่ายไฟให้รถยนต์ได้แม้จะเสียบสายไฟไว้
โดยทำงาน 2 แบบทั้งจ่ายไฟจากแบตเตอรี่อย่างเดียวพอไฟหมดก็หยุดหรือจะเลือกให้ติดเครื่องมาชาร์จแบตหากแบตหมดก็ได้ มาพร้อมแผงเสียบกระจกเพื่อให้สายไฟลอดออกมาจากตัวรถได้ ทำหน้าที่กันน้ำฝนและกันแมลงเข้ารถ โดยเป็นออปชันเสริม
ขุมพลังเดิม

เบนซิน Hybrid ขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FSE ในรุ่น IS300h ให้พลังแรง 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 221 นิวตันเมตรที่ 4,200-4,800 รอบต่อนาที ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส 1KM แรงม้าอยู่ที่ 143 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันจะได้แรงม้ารวมสูงถึง 220 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT รหัส L210 ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปรับปรุงในส่วนของระบบบังคับเลี้ยวทั้งพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า (EPS) เพื่อให้เสถียรภาพของรถดีขึ้นจากการใช้มอเตอร์แรงเฉื่อยต่ำมาใช้ และเปลี่ยนจากแบบแร็คโคแอกเชียลทั่วไปเป็นแบบแร็คขนานทำให้มุมเลี้ยวลดลงส่งผลให้สาวพวงมาลัยสบายยิ่งขึ้น กับช่วงล่างแปรผันแปรอัตโนมัติ (AVS) นำแอคชูเอเตอร์โซลินอยด์เชิงเส้นในตัวพัฒนาใหม่มาใช้ แทนแอคชูเอเตอร์แบบขั้นบันไดทั่วไป ทำให้การตอบสนองแรงหน่วงดีขึ้นถึง 4 เท่าเพื่อการขับขี่ที่คมขึ้น

Lexus Teammate Advanced Drive ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติเพื่อช่วยสนับสนุนการขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดบนทางด่วน โดยทำงานร่วมกับเซนเซอร์ กล้อง เรดาร์ และระบบนำทางความละเอียดสูง เพื่อควบคุมการเร่ง เบรก และเลี้ยวรถ ทำให้ผู้ขับขี่ลดความเหนื่อยล้าและมีสมาธิกับสภาพแวดล้อมได้มากขึ้นพร้อมความปลอดภัย Lexus Safety System+ ปรับปรุงใหม่และเพิ่มใหม่ให้กับทุกรุ่นด้วย
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบเรดาร์ Dynamic Radar Cruise Control (ACC)
- แจ้งเตือนป้ายจราจรในรถยนต์ Road Sign Assist (RSA)
- แจ้งเตือนการล่าช้าของรถ Departure Delay Notification (TMN)
- ช่วยเหลือการขับขี่เชิงรุก Proactive Driving Assist (PDA) คาดการณ์ความเสี่ยงตามสถานการณ์การขับขี่ เพื่อช่วยเหลือการขับขี่และป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่เข้าใกล้อันตรายมากเกินไป
- ป้องกันก่อนการชน Pre-Collision System (PCS) ปรับปรุงใหม่ ขยายการทำงานรองรับคนเดินเท้า (กลางวัน/กลางคืน) และนักปั่นจักรยานจากกลางวันเป็นกลางคืน และรถจักรยานยนต์ (กลางวัน)
- ช่วยบังคับเลี้ยวฉุกเฉินพร้อมระบบบังคับเลี้ยวอัตโนมัติ Emergency Steering Support with Active Steering
- ช่วยเตือนขณะเดินหน้า Front Cross Traffic Alert (FCTA)
- ตรวจจับพฤติกรรมผู้ขับขี่ Driver Monitor Integration (DMI)
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking (AEB)
- ปรับไฟสูง-ต่ำ อัจฉริยะ Intelligent High-Beam System (IHB)
- ช่วยเตือนจุดบอดช่วยเตือนขณะถอยรถ Blind Spot Monitor (BSM)
- ช่วยเตือนขณะถอยรถ Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- ช่วยรักษาช่องทางเดินรถ Lane tracing Assist (LTA)
- ถุงลมนิรภัยรอบคันมีถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

LEXUS IS 2027 ปรับจนโมลแตกกันไปข้าง เปิดขายแล้วที่ญี่ปุ่นในราคาเริ่มต้น 5,900,000-6,950,000 YEN หรือราว 1,255,000-1,479,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยแต่ถ้านำเข้ามาขายในไทยราคารวมภาษีอยู่ที่ 3,935,000-4,635,000 บาท ทั้งรุ่น version L, รุ่น F SPORT, รุ่น F SPORT Mode Black VI ขายจริง 1 ตุลาคม
ที่มา TOYOTA
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day