Home News ยกเครื่องครั้งใหญ่! Honda CR-V เจเนอเรชันใหม่ อาจมีแค่ HEV ลุ้นเปิดตัวปี 2027 

ยกเครื่องครั้งใหญ่! Honda CR-V เจเนอเรชันใหม่ อาจมีแค่ HEV ลุ้นเปิดตัวปี 2027 

0
ยกเครื่องครั้งใหญ่! Honda CR-V เจเนอเรชันใหม่ อาจมีแค่ HEV ลุ้นเปิดตัวปี 2027 

Honda กำลังเร่งแผนครั้งใหญ่ ลุ้นส่งรถ SUV รุ่นขายดีที่สุดของค่ายลุยตลาดเร็วขึ้น โดยสื่อต่างประเทศรายงานว่า Honda CR-V เจเนอเรชันใหม่ เตรียมมาพร้อมระบบไฮบริดรุ่นใหม่ และมีโอกาสเปลี่ยนไปเป็นรุ่นไฮบริดทั้งหมด เพื่อรับมือการแข่งขันจากค่ายรถอื่นที่เดินหน้าเทคโนโลยีไฮบริดและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

Honda HEV

Honda เร่งแผนเปิดตัว CR-V รุ่นใหม่ ปี 2027

รายงานจาก Nikkei ระบุว่า Honda กำลังเร่งแผนผลิตรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ให้เร็วขึ้นมากกว่าเดิมหลายเดือน โดยตั้งเป้าเริ่มผลิต CR-V รุ่นใหม่ในอเมริกา ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2027

แม้ CR-V รุ่นปัจจุบันจะเริ่มทำตลาดช่วงปลายปี 2022 แต่ Honda มองว่าตอนนี้ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะรถรุ่นนี้เป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมของค่าย และมียอดขายสูงในหลายตลาด โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย

เป้าหมายสำคัญคือการรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดรถยนต์ SUV ไฮบริด ซึ่งตอนนี้มีคู่แข่งจากค่ายใหญ่ให้ความสำคัญกับตลาดนี้มากขึ้น ทั้ง Toyota RAV4, Kia Sportage และ Hyundai Tucson

 

ไม่ใช่แค่ปรับ แต่เปลี่ยนใหม่ทั้งคัน

ข้อมูลจาก Nikkei ระบุว่า CR-V รุ่นปี 2027 จะเป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมด (Full Redesign) ไม่ใช่การปรับโฉมต่อยอดจากรุ่นเดิม

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการติดตั้งระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ของบริษัท โดยคาดว่าจะเป็นการพัฒนาต่อยอดจากระบบไฮบริดแบบมอเตอร์คู่ที่แบรนด์ใช้งานมาหลายปี ซึ่งจะช่วยเสริมทั้งประสิทธิภาพและความประหยัดให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนี้ Honda ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดด้านสมรรถนะของรถรุ่นใหม่ แต่ก่อนหน้านี้ค่ายรถเคยระบุในแผนธุรกิจประจำปี 2026 ว่า รถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่จะเริ่มเปิดตัวช่วงปี 2027 ซึ่งจะมาพร้อมระบบไฮบริดและแพลตฟอร์มใหม่

 

รถรุ่นใหม่ อาจเปลี่ยนไปเป็นไฮบริดทั้งหมด

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ CR-V รุ่นใหม่อาจยุติเวอร์ชันเครื่องยนต์สันดาปล้วน และเหลือเฉพาะรุ่น Hybrid (HEV) เท่านั้น ซึ่งจะเหมือนกับค่ายรถร่วมประเทศอย่าง Toyota ที่เตรียมเปลี่ยน RAV4 รุ่นใหม่ให้เป็นไฮบริดทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม Nikkei ยังไม่ได้ยืนยันเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ แต่ก็มีโอกาสสูงที่ Honda จะเลือกใช้กลยุทธ์นี้ เพราะปัจจุบันค่ายรถกำลังเร่งแผนปรับรถยนต์รุ่นหลักให้ใช้ระบบไฮบริดมากขึ้น

นอกจากนี้ Automotive News ยังรายงานว่า Honda มีแผนเปลี่ยนรถยนต์รุ่นหลักให้เป็นไฮบริดในอนาคต โดยปัจจุบันตลาดออสเตรเลียมี CR-V ให้เลือกทั้งหมด 7 รุ่น แบ่งเป็น

  • รุ่นไฮบริด 1 รุ่น
  • รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 6 รุ่น

ทำให้ออสเตรเลียอาจเป็นหนึ่งในตลาดที่เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างชัดเจน

Honda HEV

ยกเครื่องไลน์อัปทั้งแบรนด์ แต่ไม่สร้างแพลตฟอร์มใหม่

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้มีแค่รถ CR-V เท่านั้น เพราะ Honda ยังมีแผนเตรียมรีเฟรชรถยนต์หลายรุ่นในค่าย ทั้งด้านหน้าตาและเทคโนโลยีใหม่ เพื่อรองรับทิศทางการทำตลาดของ Honda ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้บริษัทยังไม่มีแผนลงทุนสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ทั้งหมด

โดย Lance Woelfer รองประธานฝ่ายจำหน่ายรถยนต์ของ Honda America ระบุว่า Honda ยังสามารถปรับปรุงรายละเอียดของรถรุ่นต่างๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแพลตฟอร์มใหม่แบบทันที

นั่นหมายความว่า รถหลายรุ่นอาจได้รับการออกแบบและอัปเกรดระบบขับเคลื่อนใหม่ แต่ยังคงใช้พื้นฐานจากโครงสร้างเดิม เพื่อลดต้นทุนและช่วยให้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ได้เร็วขึ้น

Acura

เดินหน้าสู่ยุคไฮบริดเต็มกำลัง

ตามรายงาน Honda Accord ก็เป็นอีกรุ่นที่อาจปรับไลน์อัปครั้งใหญ่ โดยมีโอกาสเปลี่ยนไปทำตลาดด้วยระบบไฮบริดทั้งหมด

ส่วนแบรนด์หรูอย่าง Acura ก็เตรียมเพิ่มรถไฮบริดรุ่นใหม่ที่ใช้พื้นฐานเดียวกับ CR-V เจเนอเรชันใหม่ โดยมีรายงานว่าอาจเข้ามารับบทบาทต่อจาก RDX ในอนาคต

นอกจากนี้ Honda ยังเดินหน้าพัฒนา SUV ไฮบริดขนาดใหญ่แบบ 3 แถว ซึ่งวางแผนเปิดตัวในปี 2029 และคาดว่าจะใช้เครื่องยนต์ V6 ทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์คู่ ซึ่งแตกต่างจาก CR-V ที่เลือกใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ

 

Honda ชะลอเกม EV หันมาเร่ง Hybrid

ก่อนหน้านี้ Honda เพิ่งประกาศปรับแผนธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าครั้งใหญ่ โดยจะปรับลดแผนการพัฒนารถ EV หลายรุ่น และหันมาให้ความสำคัญกับรถไฮบริดมากขึ้น

ปัจจุบัน Honda มีรถยนต์ไฟฟ้า BEV ทำตลาดในบางประเทศเพียงไม่กี่รุ่น ทำให้รถไฮบริดอาจมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม แม้ Honda ยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดของ CR-V รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ แต่ก็ยืนยันได้ว่าในปี 2027 จะมีรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ออกมาให้เห็นอย่างแน่นอน ส่วนรายละเอียดของรถแต่ละรุ่นจะเป็นอย่างไร ยังคงต้องรอติดตามกันต่อไป


ข้อมูลจาก : Asia.nikkei.com, whichcar.com.au, roadandtrack.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com