คนกรุงเทพฯ และผู้ที่ต้องเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในเขตปริมณฑล กำลังจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ ระบบตั๋วร่วม หลัง สนข.เดินหน้าผลักดันระบบตั๋วร่วมให้เกิดขึ้นจริงตามกฎหมายใหม่ โดยตั้งเป้าเริ่มใช้กับรถไฟฟ้าทุกสายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ซึ่งมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมเริ่มต้นไม่เกิน 17 บาท และสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว พร้อมวางแผนขยายไปยังรถโดยสาร เรือโดยสาร และรถของ บขส. ในช่วงปี 2571-2573 เพื่อให้การเดินทางต่อหลายระบบสามารถจบได้ด้วยตั๋วใบเดียว

กฎหมายตั๋วร่วมครบ 20 ฉบับ พ.ย. 2569
นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้เดินหน้าขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568
โดยกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลและการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม จะมีผลบังคับใช้ครบทั้ง 20 ฉบับภายในเดือนพฤศจิกายน 2569
สำหรับเป้าหมายการเริ่มใช้ตั๋วร่วมตามมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมกับรถไฟฟ้าทุกสาย กำหนดให้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
ซึ่งกำหนดอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นให้ไม่เกิน 17 บาท และสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยวการเดินทาง
หลังจากนั้นยังมีแผนขยายระบบตั๋วร่วมเพิ่มเติมในช่วงปี 2571-2573 ให้ครอบคลุมทั้ง
- รถโดยสารประจำทาง
- เรือโดยสาร
- รถโดยสาร บขส.

ทั้งนี้ ผู้โดยสารจะสามารถใช้บัตร EMV และ Thai ABT (QR) ได้เต็มรูปแบบ หรือใช้ตั๋วใบเดียวเดินทางต่อเนื่องระหว่างรถไฟฟ้า รถประจำทาง เรือโดยสาร และ บขส. ทำให้สามารถเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างแต่ละระบบแบบไร้รอยต่อ
รฟม.เตรียมรับบทบริหารรถไฟฟ้า
ตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ได้กำหนดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นหน่วยงานของรัฐรายเดียวที่ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม
โดยแผนการโอนจะครอบคลุมทั้ง
- รถไฟฟ้าสายสีเขียว
- รถไฟฟ้าสายสีทอง
- รถไฟฟ้าสายสีแดง
- รายได้และภาระหนี้สิน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันขั้นตอนการโอนย้ายยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่าจะมีการเสนอต่อสภา กทม. เพื่อพิจารณาภายในเดือนกันยายนนี้
ส่วนรถไฟฟ้าสายสีแดง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งเป็นโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีรายละเอียดแตกต่างออกไป
เนื่องจากตามพระราชบัญญัติการรถไฟฯ ระบุว่า ทรัพย์สินของการรถไฟไม่สามารถโอนได้
ทำให้ รฟท.ยังคงเป็นเจ้าของโครงการรถไฟสายสีแดงและแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ต่อไป
แต่จะใช้วิธีโอนสิทธิ์การบริหารจัดการให้ รฟม.เข้ามาดูแลแทน ทั้งการเดินรถ การจัดเก็บรายได้ และการซ่อมบำรุง
เร่งคุยผู้ให้บริการ คำนวณเงินชดเชย
ก่อนหน้านี้ สนข.ได้มอบหมายให้ รฟม. และ กทม.เจรจากับผู้ให้บริการรถไฟฟ้าในแต่ละสาย เพื่อคำนวณว่า หากใช้อัตราค่าโดยสารร่วม 17-45 บาทต่อเที่ยว แต่ละสายจะต้องได้รับเงินชดเชยเท่าไร
โดยข้อมูลส่วนนี้จะถูกนำไปใช้กำหนดกรอบการชดเชยในกองทุนตั๋วร่วม ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบชดเชยประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี
แต่เนื่องจากกองทุนตั๋วร่วมของ สนข. ยังไม่มีเงินสะสม จึงมีแผนเตรียมเสนอ ครม. เพื่อขอใช้งบกลางสำหรับเป็นงบชดเชย
ส่วนอีกแนวทางที่อยู่ระหว่างพิจารณา คือการยืมเงินจาก รฟม.เข้ามาในกองทุนตั๋วร่วม เพื่อรองรับการดำเนินงานในช่วงเริ่มต้นของระบบ
ข้อมูลจาก : mgronline.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com