ผ่านพ้นไปนานกว่า 20 ปีหลังจากรุ่นแรกยุติการผลิต Audi ได้ปลุกชื่อตำนานกลับมาอีกครั้งในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า A2 E-Tron ที่ชูจุดเด่นด้วยระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 645 กม./WLTP ยังคงรักษารูปลักษณ์และแนวคิดหลุดโลก ล้ำอนาคตเหมือนรุ่นพี่ในอดีต โดยมีแผนเปิดตัวในยุโรปช่วงปลายปี 2026 เน้นการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ และสัดส่วนตัวรถที่ไม่เหมือนใคร มาพร้อมห้องโดยสารกว้างขวางเกินขนาดตัว เปิดราคาเริ่มต้นประมาณ 1.45 ล้านบาท

ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Black-Panel ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเซนเซอร์และชุดไฟหลัก โดยมีไฟ DRL ทรงเรียวบางวางอยู่ด้านบน ส่วนด้านท้ายติดตั้งไฟ LED แนวขนานที่ช่วยเน้นความกว้างของตัวรถ มือจับประตูทำงานด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์สัมผัส และออกแบบให้เรียบเนียนไปกับตัวถัง ระยะแฮงค์หน้า-หลังสั้น ผสานกับหลังคาที่ลาดเอียงอย่างนุ่มนวล สร้างทรวดทรงที่เป็นเอกลักษณ์

ขนาดมิติตัวถัง
- ความยาว 4,320 มม.
- ความกว้าง 1,790 มม.
- ความสูง 1,550 มม.
- ระยะฐานล้อ 2,770 มม.
ไฮไลต์สำคัญคือเรื่องแอโรไดนามิก ด้วยค่า Cd เพียง 0.24 ทำให้ A2 E-Tron เป็นรถคอมแพกต์ที่ลู่ลมที่สุดในไลน์อัปของ Audi ซึ่งเกิดจากการดีไซน์ใต้ท้องรถแบบปิดเกือบทั้งหมด, ช่องรับลมด้านหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ, ซุ้มล้อที่ลดแรงจัดของกระแสลม และล้ออัลลอยแอโรไดนามิกขนาด 18 ถึง 20 นิ้ว รัดด้วยยางหน้ากว้าง 225 หรือ 235 มม.
ห้องโดยสารมาพร้อมแนวคิดการตกแต่งที่เรียกว่า Softwrap ใช้วัสดุผ้านุ่มนวลคลุมยาวตั้งแต่แผงคอนโซลหน้า ลามไปถึงแผงประตูและห้องโดยสารด้านหลัง ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสหน้าจอมาตรวัด Virtual Cockpit Plus ขนาด 11.9 นิ้ว ทำงานร่วมกับหน้าจอสัมผัส MMI แบบโค้งขนาด 12.8 นิ้ว รองรับระบบสั่งการด้วย AI, ระบบวางแผนเดินทางสำหรับ EV และการเปลี่ยนเกียร์ถูกย้ายไปไว้ที่คอพวงมาลัยเพื่อเพิ่มพื้นที่คอนโซลกลาง


ความน่าสนใจอื่น ๆ ได้แก่ แท่นชาร์จไร้สาย Qi 2.2 รองรับการชาร์จพร้อมกัน 2 เครื่อง กำลังไฟสูงสุด 25 วัตต์ พร้อมระบบระบายความร้อนในตัว รวมถึงระบบยึด Fidlock ที่ใช้แม่เหล็กล็อกอุปกรณ์เสริม เช่น ที่วางแก้วหรือกระเป๋าได้อย่างสะดวก

หลังคากระจกพาโนรามิค (ออปชันเสริม) มีพื้นที่กระจกใหญ่ถึง 1.6 ตารางเมตร ช่องเก็บของรอบคันใส่ขวดน้ำขนาดใหญ่ได้ถึง 1.5 ลิตร ความจุสัมภาระท้ายอยู่ที่ 396 ลิตร และขยายได้ถึง 1,336 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง นอกจากนี้ในรุ่นกำลัง 228 แรงม้า และ 322 แรงม้า ยังมีช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk) ขนาด 14 ลิตรให้อีกด้วย

Audi A2 E-Tron ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวร ขับเคลื่อนล้อหลัง โดยมีพละกำลังให้เลือก 4 ระดับ: 168, 187, 228 และ 322 แรงม้า
รุ่นท็อปสุด 322 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. ส่วนรุ่นอื่น ๆ ล็อกความเร็วสูงสุดไว้ที่ 160 กม./ชม. โดยมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 8.8, 7.9 และ 7.0 วินาทีตามลำดับ

ตัวเลือกแบตเตอรี่แบ่งเป็น 3 ขนาด โดยรุ่น 52.0 kWh และ 61.0 kWh ใช้เซลล์ชนิด LFP ส่วนรุ่น 84.0 kWh ใช้เคมีแบบ NMC
| ขนาดแบตเตอรี่ | พละกำลัง | ระยะทางวิ่ง (WLTP) | อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. |
| 52.0 kWh | 168 แรงม้า | 423 กิโลเมตร | 8.8 วินาที |
| 61.0 kWh | 187 แรงม้า | 515 กิโลเมตร | 7.9 วินาที |
| 84.0 kWh | 228 แรงม้า | 645 กิโลเมตร | 7.0 วินาที |
| 84.0 kWh | 322 แรงม้า | 629 กิโลเมตร | 5.7 วินาที |
การชาร์จเร็ว DC ทำได้สูงสุด 183 kW ในรุ่นความจุสูง สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ในเวลา 24 ถึง 29 นาที อีกทั้งยังรองรับระบบจ่ายไฟข้อนกลับ Vehicle-to-Load (V2L) สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก และ Vehicle-to-Home (V2H) เพื่อจ่ายไฟกลับเข้าบ้านได้อีกด้วย

ในประเทศเยอรมนี Audi A2 E-Tron เปิดตัวรุ่นเริ่มต้น 168 แรงม้า (แบตเตอรี่ 52.0 kWh) ที่ราคา 38,350 ยูโร (ประมาณ 1.45 ล้านบาท) ส่วนรุ่นท็อปและออปชันเต็มจะมีราคาขยับขึ้นไปเกินกว่า 50,000 ยูโร (ประมาณ 1.89 ล้านบาท) โดย Audi จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการครบทุกรุ่นย่อยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
Source: Motor1