เปิด Maps ไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง แบตมือถือก็เริ่มลดจนต้องมองหาสายชาร์จแล้ว ใครใช้โทรศัพท์เป็น Navigation ประจำน่าจะเคยเจอสถานการณ์นี้ค่ะ Wireless Car Charger เลยเป็นอีก Gadget ที่น่ามีในรถ เพราะได้ทั้งที่วางมือถือและชาร์จแบตระหว่างทางในชิ้นเดียว แต่ก่อนซื้ออย่าดูแค่ตัวเลขวัตต์ เพราะแต่ละรุ่นมีจุดเด่นต่างกัน ทั้งระบบระบายความร้อน แม่เหล็ก แขนจับอัตโนมัติ และอุปกรณ์ที่ให้มาในชุด
Car2day คัด 5 รุ่นมาให้เลือกตามการใช้งานค่ะ

1. ESR OmniLock Magnetic Car Charger with CryoBoost — สาย Road Trip
สูงสุด 25W
คนที่เปิด Maps ต่อเนื่องนานๆ น่าจะสนใจรุ่นนี้ เพราะ ESR OmniLock รองรับการชาร์จสูงสุด 25W สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ พร้อม CryoBoost แบบ Active Cooling ช่วยจัดการความร้อนระหว่างชาร์จ ตัวแท่นติดช่องแอร์และใช้แม่เหล็กยึดมือถือ เหมาะกับคนเดินทางไกลหรือใช้ Navigation เป็นประจำค่ะ
2. UGREEN MagFlow Magnetic Wireless Car Charger — สายชาร์จไว
สูงสุด 25W
UGREEN MagFlow เป็น Wireless Car Charger สำหรับติดช่องแอร์โดยเฉพาะ รองรับ Qi2 สูงสุด 25W กับอุปกรณ์ที่รองรับ พร้อมแม่เหล็กช่วยจัดมือถือให้อยู่ตรงตำแหน่งชาร์จและฐานหมุนได้ 360 องศา จุดนี้เหมาะกับคนที่สลับใช้มือถือแนวตั้งเวลาเปิดแผนที่และแนวนอนตามการใช้งานค่ะ
3. Mi 20W Wireless Car Charger — สายไม่ใช้แม่เหล็ก
สูงสุด 20W
ถ้าไม่อยากใช้แท่นแม่เหล็ก Mi 20W Wireless Car Charger น่าสนใจตรงแขนจับแบบไฟฟ้าที่เปิดและล็อกมือถืออัตโนมัติเมื่อวางเครื่องเข้าไป เหมาะกับคนที่ชอบแท่นจับมือถือแบบดั้งเดิมแต่ได้ระบบชาร์จไร้สายในตัว โดย Xiaomi ยังมีรุ่นนี้อยู่บนเว็บไซต์ประเทศไทยค่ะ อย่างไรก็ตาม กำลังชาร์จจริงขึ้นอยู่กับมือถือที่ใช้ และ Xiaomi ระบุว่าฟังก์ชัน 20W เต็มกำลังของรุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับ Mi 9 เมื่อใช้อะแดปเตอร์ที่กำหนดค่ะ
4. Baseus CW01 MagSafe Wireless Car Mount — ซื้อชุดเดียวจบ
สูงสุด 15W
Baseus CW01 ใช้แม่เหล็ก N52 พร้อมชาร์จไร้สายสูงสุด 15W และติดตั้งกับช่องแอร์ด้วย Metal Tail Hook จุดที่ต่างจากหลายรุ่นคือในชุดมี Car Adapter 40W ซึ่งยังมีพอร์ต USB-A สำหรับชาร์จอุปกรณ์อีกเครื่องระหว่างทาง เหมาะกับคนที่ไม่อยากซื้อแท่นกับหัวจ่ายไฟแยกกันค่ะ
5. Mazer Infinite.BOOST MagDrive V3 — หาซื้อในไทยง่าย
สูงสุด 15W
ปิดท้ายด้วย Mazer รุ่น M-NAW-004A-BK ที่รองรับชาร์จไร้สายสูงสุด 15W และใช้แท่นแม่เหล็กสำหรับติดช่องแอร์ โดยแพ็กเกจที่จำหน่ายในไทยมีหัวชาร์จรถ USB-C + USB-A 36W พร้อมสายมาให้ จึงเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่อยากซื้อจากร้านในไทยและเริ่มใช้งานได้เป็นชุดค่ะ
ก่อนซื้อ เช็กมือถือกับรถก่อน
ตัวเลข 15W, 20W หรือ 25W คือกำลังสูงสุดที่อุปกรณ์รองรับภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ไม่ได้หมายความว่ามือถือทุกเครื่องจะชาร์จได้เท่ากันค่ะ ก่อนซื้อควรเช็กมาตรฐานของมือถือ เคส และกำลังของหัวจ่ายไฟ รวมถึงดูตำแหน่งช่องแอร์ของรถด้วยว่าเหมาะกับขาจับหรือไม่ ที่สำคัญควรตั้งมือถือและเส้นทางให้เรียบร้อยก่อนออกรถ ไม่กดหรือปรับหน้าจอขณะกำลังขับค่ะ