Home Lifestyle รู้หรือไม่? ผ่อนรถเดือนละ 8,000… ไม่ได้แปลว่าจ่ายจบแค่ยอดนี้!

รู้หรือไม่? ผ่อนรถเดือนละ 8,000… ไม่ได้แปลว่าจ่ายจบแค่ยอดนี้!

0
รู้หรือไม่? ผ่อนรถเดือนละ 8,000… ไม่ได้แปลว่าจ่ายจบแค่ยอดนี้!

เห็นโปรผ่อนรถเดือนละ 8,000 บาทแล้วรู้สึกว่า “เออ ไหวนะ” ยังไม่ผิดค่ะ แต่ก่อนตัดสินใจซื้อจริง อย่าลืมว่าค่างวดเป็นแค่หนึ่งในค่าใช้จ่ายของการมีรถหนึ่งคัน เพราะหลังรับรถกลับบ้านแล้ว ยังมีทั้งค่าน้ำมัน ทางด่วน ที่จอดรถ ประกัน เช็กระยะ ไปจนถึงยางที่ไม่ได้มาทุกเดือน แต่พอถึงรอบก็ต้องจ่ายอยู่ดี

เพราะฉะนั้นก่อนถามว่า “ผ่อนเดือนละเท่านี้ไหวไหม?” ลองเปลี่ยนเป็น “ถ้ารวมทุกอย่างแล้ว เดือนหนึ่งรถคันนี้ใช้เงินเท่าไร?” จะเห็นภาพชีวิตหลังออกรถชัดกว่าค่ะ

 

ค่าใช้จ่ายที่มากับรถทุกเดือน

รถน้ำมัน vs รถ EV ผ่อนเท่ากัน แต่ค่าใช้จ่ายต่อเดือนต่างกันแค่ไหน?

 

1. ค่าน้ำมันหรือค่าไฟชาร์จ

ข้อนี้หนีไม่พ้นแน่นอน ต่างกันแค่ว่าเราใช้รถมากน้อยแค่ไหน คนที่ขับไปทำงานทุกวัน วิ่งต่างจังหวัดบ่อย หรือรถติดเป็นประจำ ก็ต้องเผื่องบสูงกว่าคนที่ใช้รถเฉพาะวันหยุด

ก่อนซื้อ ลองเอาระยะทางที่ขับจริงในหนึ่งเดือนมาคิดคร่าวๆ จะดีกว่าดูแค่ว่ารถรุ่นนั้นประหยัดแค่ไหนบนกระดาษ

2. ทางด่วนและค่าจอดรถ

ค่าใช้จ่ายเล็กๆ ที่จ่ายทีละไม่กี่สิบหรือหลักร้อย แต่พอรวมทั้งเดือนอาจไม่เล็กเลยค่ะ โดยเฉพาะคนที่เข้าเมืองทุกวัน ใช้ทางด่วนไปกลับ และต้องเสียค่าจอดรถที่ออฟฟิศหรือห้างเป็นประจำ

ลองรวมค่าเดินทางหนึ่งสัปดาห์แล้วคูณเป็นเดือน ตัวเลขอาจทำให้ต้องกลับมาคิดงบใหม่เลยก็ได้

3. ค่าล้างรถและของจุกจิก

ล้างรถ เปลี่ยนที่ปัดน้ำฝน น้ำยาล้างกระจก ที่ชาร์จโทรศัพท์ กล้องติดรถ หรือของที่ซื้อเพิ่มหลังรับรถ ฟังดูเหมือนซื้อทีละนิด แต่ถ้าไม่เผื่องบไว้ก็กลายเป็นรายจ่ายที่โผล่มาเรื่อยๆ

 

ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องเจอทุกปี

4. ประกันภัยรถยนต์

ถ้าเลือกทำประกัน โดยเฉพาะประกันชั้น 1 ต้องเตรียมเงินก้อนสำหรับต่อในแต่ละปี อย่ารอให้ใกล้หมดแล้วค่อยหาเงิน เพราะค่าใช้จ่ายก้อนนี้มักมาพร้อมค่าอื่นในช่วงเวลาใกล้กันค่ะ

5. พ.ร.บ. และภาษีรถประจำปี

สองรายการนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่เจ้าของรถต้องเผื่อไว้ตามรอบ ถึงไม่ได้จ่ายทุกเดือน แต่ก็เป็นอีกก้อนที่ควรนำมาหารเฉลี่ยไว้ในงบประจำเดือนตั้งแต่แรก

 

ค่าใช้จ่ายที่ไม่มาทุกเดือน แต่ถึงเวลาก็เลี่ยงไม่ได้

6. ค่าเช็กระยะและดูแลรถ

รถต้องเข้าศูนย์หรืออู่ตามระยะ มีทั้งน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง ของเหลว และค่าแรง รายการจริงจะแตกต่างกันตามรุ่นและระยะทางที่ใช้งาน

7. ยางและอะไหล่สิ้นเปลือง

ยาง แบตเตอรี่ ผ้าเบรก หรืออะไหล่บางชิ้นไม่ได้เปลี่ยนบ่อย แต่พอถึงรอบมักมาเป็นเงินก้อน ดังนั้นการมีเงินสำรองสำหรับรถไว้ต่างหากจะช่วยไม่ให้เดือนนั้นตึงเกินไป

 

ก่อนซื้อรถ ลองคิด “ค่ารถจริง” อีกครั้ง

สูตรง่ายๆ ที่ใช้เช็กตัวเองได้คือ

งบรถต่อเดือน = ค่างวด + ค่าเดินทาง + ค่าดูแล + ค่าใช้จ่ายรายปีเฉลี่ยต่อเดือน

สมมติผ่อน 8,000 บาท ก็ไม่ได้หมายความว่าค่าใช้รถจะหยุดอยู่ที่ 8,000 บาทค่ะ เพราะยังมีรายจ่ายรอบคันรออยู่เสมอ

Car2Day Tip: คันที่เหมาะกับเราไม่จำเป็นต้องเป็นคันที่ผ่อนได้สูงสุด แต่ควรเป็นคันที่รวมทุกค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเหลืองบให้กิน เที่ยว เก็บเงิน และใช้ชีวิตประจำวันได้แบบไม่ต้องลุ้นทุกสิ้นเดือน


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ เงินเดือนเท่านี้ ควรผ่อนรถเดือนละเท่าไร? สูตรคำนวณงบซื้อรถให้ชีวิตยังคล่องตัว

■ รวมลิสต์ “Scenic Routes” ทางหลวงวิวสวยในไทย ที่ต้องไปลองสักครั้ง