หลังจากเปิดภาพโฉมจริงอย่างเป็นทางการของรุ่นใหม่ซีรีส์ Z9 อย่าง DENZA Z9S เก๋งสปอร์ต 4 ประตู งานนี้สาวกที่รอคอยก็อยากเห็นภายในลักชัวรี

และแล้ว Autohome เว็บรถยนต์เมืองจีนเผยภาพครั้งแรกภายในสุดอลังการของ DENZA Z9S อย่างไม่เป็นทางการ
ภายในต่างจาก DENZA Z9 GT อย่างชัดเจน

ตั้งแต่ดีไซน์ของชุดแผงคอนโซลหน้าแผงประตู แม้กระทั่งเบาะนั่งต่างกันสิ้นเชิงเริ่มที่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านปาดล่างแบบ flat-bottomed ดีไซน์ใหม่ คันเกียร์ไปอยู่ที่คอพวงมาลัย และมีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Boost แบบสัมผัสเดียว
ติดตั้งระบบจอเรียงกันถึง 2 จอประกอบด้วยชุดมาตรวัดดิจิทัลแบบ LCD จอสัมผัสเชื่อมต่อระบบความบันเทิงขนาดใหญ่แบบลอยตัว จอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือคอนโซลหน้าหรือ AR-HUD Head-Up Display พร้อมจอแสดงควบคุมระบบปรับอากาศแบบ LCD แทบเล็ตในที่ท้าวแขน ที่ตอนนี้ยังไม่การเปิดเผยว่าแต่ละจอจะมีขนาดเท่าไหร่

คอนโซลกลาง ติดตั้งที่ชาร์จสมาร์ตโฟนชาร์จจุใจถึง 2 เครื่อง กำลังชาร์จ 50W ช่องแอร์ตรงกลางดีไซน์ใหม่ ช่องเสียบ USB Type-C กำลัง 60W 3 จุด ติดตั้งตู้แช่ความเย็นขนาดเล็กด้านหน้า ใส่น้ำขวดได้ 6 ขวด บรรจุแชมเปญได้ 2 ขวดหรือไวน์ 4 ขวด รองรับอุณหภูมิ-6 ℃ to 50 ℃
ยังคงมีปุ่มควบคุมการทำงานฟังก์ชันต่างๆภายในรถใต้จอแสดงผลแบบสัมผัสตรงกลาง เช่น ระบบจอดรถอัตโนมัติ e³ และ DiSus การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดอื่นๆได้แก่ ช่องปอร์ ซ้าย-ขวา แนวตั้ง และการตกแต่งลำโพงที่แผงประตูใหม่
แสงไฟเพื่อสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารกว่า 128 เฉดสี ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิ 4 โซน มั่นใจด้วย ด้วยแผ่นกรองมาตรฐาน CN95 และแผ่นกรองฝุ่นละเอียด PM2.5 พร้อมกระจายน้ำหอมอัจฉริยะ Car Fragrance Diffuser

กระจกมองหลังแบบดิจิตอล (Digital / Streaming Rearview Mirror) แสดงภาพสดจากกล้องความละเอียดสูงด้านท้ายรถมาที่หน้าจอกระจกมองหลังโดยตรงและตัดแสงอัตโนมัติในตัว พร้อมกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่อง 2 ด้านบนหลังคารถ หลังคาภายในขึ้นรูปแบบแบบกำมะหยี่ และกุญแจคีย์การ์ด NFC
เบาะนั่งหรูแบบ 5 ที่นั่งหุ้มหนัง NAPPA เบาะคู่หน้าแบบ Zero Gravity เบาะคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า มาพร้อมกับอุ่นเบาะ ระบายอากาศหรือเบาะเย็น และนวด จดจำตำแหน่งการปรับตำแหน่ง มีดันหลังไฟฟ้า ส่วนฝั่งคนขับมีเบาะรองขาปรับไฟฟ้าแบบยาวพิเศษโดยดึงส่วนรองขาให้ยื่นออกมาและยกตัวขึ้นในลักษณะคล้ายกับ “งวงช้าง” เพื่อรองรับช่วงน่องและเท้าได้อย่างเต็มที่

ภายนอกดีไซน์กันชนหน้าออกแบบมุมซ้าย-ขวาเป็นรูปแนวนอน มีไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED เน้นความทึบมากขึ้นพร้อมช่องระบายอากาศออกแบบให้ใหญ่แบบแอคทีฟติดตรา DENZA ไว้ประกบกับไฟหน้า LED MATRIX พร้อมไฟเลี้ยววิ่ง sequential turn signals LED ด้านหน้าใต้ชุดไฟ DRL
ด้านข้างสปอร์ตล้ำกับ ตำแหน่ง LiDAR มาไว้ที่หลังคารถพร้อมไฟสีน้ำเงินอัจฉริยะสำหรับการขับขี่ในโหมดอัตโนมัติ หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา กระจกล้อมกรอบสีดำ กระจกมองข้างทรงสปูน ปรับพับด้วยนระบบไฟฟ้าพร้อมทำความร้อนและไล่ฝ้า
ที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวรถแบบจับก้านภายใน กระจกไร้กรอบแบบ Frameless กระจกเข้ม Privacy glass ทั้งกระจกรถคู่หลัง กระจกเล็ก เสา C และกระจกหลังทั้งบาน พร้อมประตูสุญญากาศหรือประตูดูด 4 บาน
เสริมเด่นกับล้ออัลลอย ขนาด 19 นิ้วพร้อมยางหน้า 245/50R19 และยางหลัง 275/45R19 ขนาดใหญ่ 20 นิ้ว พร้อมยางหน้า 245/45R20 และยางหลัง 275/40R20 เพื่อลดแรงต้านการหมุนและลดเสียงรบกวน พร้อมไฟส่องสว่างต้อนรับอัจฉริยะรับใต้ท้องรถแบบปีกแสงดาวตก Meteor Light Wings
ด้านท้ายมีความพรีเมียมขึ้นมาอีกระดับกับสปอยเลอร์หลัง Built In พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ฝาท้ายเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อม Hands-free และ Kick Sensor จับเซนเซอร์ด้วยเท้าเตะ ไฟท้าย LED แนวยาวครอบเส้นตรงกลาง พร้อมไฟเลี้ยววิ่ง sequential turn signals LED ด้านหลัง
ตราโลโก้และตราตัวอักษรขนาดใหญ่ ด้วย สัญลักษณ์ “Flash Charging” บ่งบอกว่ารถคันนี้ใช้ระบบชาร์จเร็ว Blade Battery รุ่นที่สองของ BYD รับกับกันชนท้ายชิ้นใหญ่เสริมลิ้นกันชนหลังสีเงินให้ตัวรถดูดีขึ้น ตัวรถมีมิติลดลงจากรุ่น Z9 SEDAN ตั้งแต่
- ความยาว 5,090 มิลลิเมตร (สั้นกว่า 90 มิลลิเมตร)
- ความกว้าง 1,980 มิลลิเมตร (แคบกว่า 10 มิลลิเมตร)
- ความสูง 1,490 มิลลิเมตร (เตี้ยลง 10 มิลลิเมตร)
- ฐานล้อ 3,025 มิลลิเมตร (ฐานล้อสั้นลง 100 มิลลิเมตร)
- น้ำหนักรถ 2,700-3,017 กิโลกรัม
สถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 800V

รุ่นไฟฟ้าล้วนให้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังให้กำลังมากถึง 435 และ503 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP 102.326 kWh ระยะทางวิ่งไกลออกเป็น 920 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 754 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 888 กิโลเมตร (NEDC)
รุ่นไฟฟ้าล้วนด้วยรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ Performance 4WD มอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ 3 ตัว e³ แบ่งเป็นมอเตอร์ล้อหน้า 1 ตัว และมอเตอร์ล้อหลัง 2 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 1,210 แรงม้า จากแบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต LFP Blade Battery 2.0 (แบตรุ่นใหม่) ขนาด 102.326 kWh ระยะทางวิ่งไกลออกเป็น 780 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 640 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 752 กิโลเมตร (NEDC)
ชาร์จได้ทั้ง DC และชาร์จ AC สูงสุด 11kW ได้ พร้อมโหมดการขับขี่ 6 โหมดทั้ง Sport Normal Eco Customize Racing และ Snow

พร้อมช่วงล่างถุงลมไฟฟ้าอัจฉริยะแบบห้องคู่ DiSus-A Intelligent Air Body Control System ให้การขับขี่สมดุลทั้งความนุ่มนวลระดับรถผู้บริหารและความหนึบสปอร์ตสไตล์สปอร์ต ปรับตัวรถให้เตี้ยลง 50 มิลลิเมตร
จากพื้นช่วงล่างอิสระ 4 ล้อจากด้านหน้าแบบปีกนกคู่ Double Wishbone ด้านหลังแบบมัลติลิงก์ Multi-link พร้อมโช้คอัพอิเล็กทรอนิกส์ แปรผันและปรับความหนืดได้อัตโนมัติแบบเรียลไทม์ และเลี้ยว 4 ล้อหมุนได้ถึง 20 องศา มีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.62 เมตร ดิสก์เบรก 4 ล้อ และความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ God’s Eye B LiDAR DiPilot 300
DENZA Z9S มาพร้อมสีโปรโมทสีม่วง Dawn Purple เตรียมพร้อมที่จะขายจีนเร็วๆนี้ส่วนจะมีในตลาดโลกด้วยไหมต้องติดตาม
ที่มา CarNewsChina
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










