มีผลแล้ว! ดีเซลหน้าโรงกลั่น ปรับราคาลง 2.40 บาท/ลิตร ถึง 15 ส.ค. 69 

จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียด ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกและค่าการกลั่นมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ กบง. มีการประชุมและมีมติให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาช่วยลดภาระด้านพลังงาน ล่าสุด ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศปรับลดราคา ดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2569 อย่างเป็นทางการแล้ว

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

เคาะ 3 กลุ่มดีเซล ลดหน้าโรงกลั่น

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กบง. ครั้งที่ 8/2569 ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง 2.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2569

ราชกิจจาฯ ประกาศลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น

ล่าสุด เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เรื่อง การปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 3 (1) แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และข้อ 3 (1) แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 15/2562 เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

ซึ่งจะกำหนดให้มีการลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นในอัตรา 2.40 บาทต่อลิตร ครอบคลุมน้ำมันดีเซล 3 ประเภท ได้แก่

  • น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B0 ลดลง 2.40 บาทต่อลิตร
  • น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา B7 ลดลง 2.40 บาทต่อลิตร
  • น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ลดลง 2.40 บาทต่อลิตร

มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569

โรงกลั่นน้ำมัน

ทำไมต้องลดราคา ณ โรงกลั่น?

หนึ่งในปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ที่ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายในเร็วๆ นี้ และเริ่มส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันในตลาดโลก

สถานการณ์นี้ทำให้ทั้งราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปมีความผันผวน และส่งผลต่อราคาน้ำมันในประเทศไทย รวมถึงค่าใช้จ่ายของประชาชนและต้นทุนของภาคธุรกิจ

กระทรวงพลังงานจึงจำเป็นต้องเข้ามาดูแลสถานการณ์ราคาน้ำมัน โดยนำส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาช่วยพยุงราคา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ก็ต้องกำหนดให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อการดำเนินงานของโรงกลั่นมากเกินไป

โดยส่วนเกินจากค่าการกลั่น จะคำนวณตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) จากราคาน้ำมันโลกและต้นทุนการกลั่นในช่วงวันที่ 1 – 15 กรกฎาคม 2569  ที่ผ่านมา 

พร้อมใช้ปริมาณการใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลหมุนเร็วในประเทศไทย ประจำเดือนมิถุนายน 2569 ที่ประมาณ 91.03 ล้านลิตรต่อวัน มาเป็นส่วนหนึ่งในการคำนวณ 

ซึ่งประเมินได้ว่ามีส่วนเกินจากค่าการกลั่นประมาณ 3,892 ล้านบาท และนำส่วนนี้มาใช้ช่วยลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นในครั้งนี้ 

น้ำมันหน้าปั๊ม

2.40 บาท ไม่ใช่ราคาหน้าปั๊ม

อย่างไรก็ตาม การลดราคาดีเซล 2.40 บาทต่อลิตรในครั้งนี้ เป็นการปรับลดราคา ดีเซลหน้าโรงกลั่น ไม่ใช่ราคาขายปลีกที่จ่ายหน้าปั๊ม 

ซึ่งโดยปกติราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะองค์ประกอบอื่นๆ รวมอยู่ด้วย เช่น ภาษี เงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เงินส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน รวมถึงค่าการตลาด

ดังนั้น แม้ว่าราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นจะลดลง 2.40 บาทต่อลิตร แต่ราคาหน้าปั๊มจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ก็คงต้องรอดูกันต่อไป เพราะราคาหน้าโรงกลั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงสร้างราคาน้ำมันเท่านั้น ซึ่งราคาขายปลีกหน้าปั๊มจริงๆ ยังขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นๆ อีก

 

ข้อมูลจาก : khaosod.co.th, thairath.co.th

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts