เมื่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมรถยนต์รุนแรงขึ้น ต้นทุนการพัฒนารถก็เริ่มแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายเดินหน้าพัฒนารถและเทคโนโลยีของตัวเองเพียงลำพังทำได้ค่อนข้างลำบากกว่าเดิม หลายแบรนด์จึงหันมาร่วมมือกัน เพื่อแบ่งปันเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะในตลาดที่การแข่งขันสูงอย่างในยุโรป และล่าสุด Ford จับมือ Geely เตรียมใช้จุดแข็งของแต่ละค่ายมาร่วมกันพัฒนารถรุ่นใหม่ที่โรงงานในสเปน

Ford – Geely จับมือทำ JV ในสเปน
Ford และ Geely ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2026 เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุน หรือ Joint Venture (JV) ในโรงงานของ Ford ที่เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน
ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายคือ การผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำ สำหรับทำตลาดในยุโรปเป็นหลัก
โครงสร้างการถือหุ้น
- Ford เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 66%
- Geely ถือหุ้น 34% ผ่านบริษัทลูก Centurion Industries
สำหรับการร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากทิศทางการปรับกลยุทธ์ธุรกิจของทั้งสองบริษัท
โดย Ford กำลังปรับรูปแบบการทำธุรกิจในตลาดโลก เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในหลายตลาด
ส่วน Geely ก็เดินหน้าขยายความร่วมมือกับผู้ผลิตรายอื่น เพื่อเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มของตัวเองถูกนำไปใช้งานในตลาดต่างๆ มากขึ้น

Ford เตรียมใช้แพลตฟอร์ม GEA ของ Geely
รายละเอียดสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือ Ford จะนำแพลตฟอร์ม Global Intelligent Electric Architecture (GEA) ของ Geely มาใช้เป็นพื้นฐานของ SUV รุ่นใหม่สำหรับตลาดยุโรป
โดยข้อมูลนี้ยังได้รับการยืนยันจาก An Conghui ประธานคนใหม่ของ Geely Automobile Holdings ที่เปิดเผยระหว่างการแถลงผลประกอบการของบริษัทช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่ 25 สิงหาคม 2569)
แพลตฟอร์ม GEA ถูกออกแบบมาให้รองรับระบบขับเคลื่อนได้หลายรูปแบบบนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน ทั้ง
- รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV)
- Plug-in Hybrid (PHEV)
- Range-Extended Electric Vehicle (REEV)
ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตสามารถเลือกใช้ระบบขับเคลื่อนให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละตลาดได้ โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาแพลตฟอร์มแยกสำหรับรถแต่ละประเภท ที่สำคัญยังช่วยลดความซับซ้อนในการผลิตและควบคุมต้นทุนได้ง่ายขึ้น
สำหรับ Ford การเลือกใช้ GEA ยังสอดคล้องกับทิศทางของบริษัทในตลาดยุโรป ที่เริ่มปรับจากการเดินหน้า EV เต็มตัว มาเป็นการทำตลาดรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนหลากหลายมากขึ้น ทำให้บริษัทมีแพลตฟอร์มที่สามารถปรับให้เหมาะกับความต้องการของตลาดได้ ไม่ว่าจะเป็น EV, PHEV หรือรถแบบ REEV
GEA ไม่ได้เพิ่งถูกนำมาใช้งาน
แม้ GEA จะเป็นแพลตฟอร์มของ Geely แต่ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่งถูกนำมาทดลองใช้กับ Ford
ปัจจุบัน GEA ถูกนำไปใช้กับรถในตระกูล Geely Galaxy รวมถึง Geely EX5 แล้ว
นอกจากนี้ Geely ยังมีความร่วมมือกับ Renault Group ซึ่งมีการนำแพลตฟอร์ม GEA ไปใช้กับรถบางรุ่นที่ผลิตเพื่อทำตลาดในอเมริกาใต้
การนำ GEA มาใช้กับรถ Ford จึงถูกมองว่าจะเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้แพลตฟอร์มนี้ได้ขยายจากตลาดเดิมเข้ามาสู่ยุโรปตะวันตก และยังเป็นความร่วมมือที่น่าสนใจ เพราะเป็นการนำเทคโนโลยีจากผู้ผลิตรถยนต์จีนมาใช้กับรถของผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐฯ ในตลาดยุโรป

โรงงาน Valencia เตรียมผลิต 5 รุ่น
สำหรับโรงงาน Ford ที่ Valencia การเข้ามาของแพลตฟอร์ม GEA ทำให้เห็นภาพของโครงการร่วมทุนครั้งนี้ชัดเจนมากขึ้น
โดยคาดว่าโรงงานแห่งนี้จะมีแผนผลิตรถยนต์ทั้งหมด 5 รุ่น ภายใต้โครงสร้างของบริษัทร่วมทุน ได้แก่
- Ford Kuga รุ่นที่ผลิตอยู่ในปัจจุบัน
- SUV ตระกูล Ford Bronco รุ่นใหม่
- SUV ไฟฟ้าแบรนด์ Geely จำนวน 2 รุ่น
- Ford crossover รุ่นใหม่ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม GEA
ซึ่งทั้งหมดจะใช้พื้นที่การผลิตเดียวกันในโรงงาน Valencia
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า Ford crossover รุ่นใหม่ จะใช้สถาปัตยกรรมร่วมกับ SUV ของ Geely ทั้ง 2 รุ่นที่จะผลิตบนสายการผลิตเดียวกัน
นั่นหมายความว่า รถทั้ง 3 รุ่นจะมีพื้นฐานทางวิศวกรรมร่วมกันในระดับหนึ่ง แต่ยังคงออกแบบและวางตำแหน่งแบรนด์ให้แตกต่างกันระหว่าง Ford และ Geely

ใช้แพลตฟอร์มเดียว ลดต้นทุนทั้งระบบ
สาเหตุหลักที่ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้น คือการใช้แพลตฟอร์มและโครงสร้างร่วมกัน เพื่อช่วยลดต้นทุนในการพัฒนารถ เพราะเมื่อรถหลายรุ่นใช้พื้นฐานเดียวกัน ผู้ผลิตก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องมือและสร้างระบบการผลิตใหม่ทั้งหมดสำหรับรถแต่ละรุ่น
นอกจากนี้ ยังช่วยให้การจัดหาชิ้นส่วนและการผลิตในท้องถิ่นทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับ Ford ที่ต้องการลดต้นทุน พร้อมเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์จีนในตลาดยุโรป เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์จากจีนกลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานด้านต้นทุนที่ผู้ผลิตรถยนต์รายเดิมต้องพยายามรับมือ
ส่วนฝั่งของ Geely ก็ได้ประโยชน์จากความร่วมมือนี้เช่นกัน เพราะการนำแพลตฟอร์ม GEA มาใช้กับรถของ Ford และผลิตจริงในยุโรป จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เทคโนโลยีของ Geely เป็นที่ยอมรับในตลาดตะวันตกมากขึ้น และเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าแพลตฟอร์มที่พัฒนาจากจีนสามารถนำมาใช้กับรถที่ทำตลาดในยุโรปได้จริง
ดังนั้น ความร่วมมือของ 2 ค่ายยักษ์ในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแบ่งพื้นที่ผลิตรถในโรงงาน Valencia เท่านั้น แต่ยังเป็นการนำแพลตฟอร์มจากจีนมาเป็นพื้นฐานของรถ Ford รุ่นใหม่ เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มความยืดหยุ่นด้านระบบขับเคลื่อน และทำให้ทั้งสองค่ายสามารถรับมือกับการแข่งขันในตลาดยุโรปได้ดีขึ้น
ข้อมูลจาก : autoblog.com, automotivemanufacturingsolutions.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com