ออสเดรเลียเป็นที่แรกของโลกเปิดตัวกระบะขาโหดขาลุยสู้ทุกงานอย่างเป็นทางการกับ Ford Ranger Super Duty โดยผลิตจากประเทศไทย
Ford Ranger Super Duty นำพื้นฐานของ Ford Ranger รุ่นปกติจับมายำขยายความกว้างแบบ Wide Body แต่งโหดดิบคล้าย Raptor เน้นโหดดุอย่างแท้จริง
ตั้งแต่กระจังหน้าทรงดุสีดำแบบตาข่ายทอเปิดพร้อมปีกกระจังหน้าซ้าย-ขวา ฝากระบะหน้าออกแบบใหม่ปั้มตราคำว่า Super Duty บนขอบฝากระโปรงรรับกับ ไฟหน้า Projector แบบ LED พร้อมไฟส่องเวลากลางวัน LED Daytime รูปตัว C ในโคมเดียวกัน ในชุดกันชนหน้าทรงเข้มแบบอิสระจากกระจังหน้าติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า LED
ด้านข้างออกแบบใหม่ทั้งสนอร์เกิ้ลติดอยู่บังโคลนรถด้านขวาบังโคลนหน้า-หลังพร้อมคิ้วขอบล้อสีดำทรงเหลี่ยม กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงโตกว่าเดิม บันไดข้างใหม่สีดำสุดเข้ม บันไดข้างดีไซน์เข้ม ไฟท้ายสีขาวแดง LED พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ที่เหยียบข้างกระบะท้ายกับกันชนหลังติดมาให้จากโรงงานและล้ออัลลอยดีไซน์เฉพาะขนาด 18 นิ้ว น็อตล้อ 8 รู พร้อมยาง AT จาก General Grabber 275/70 R18
ภายในเน้นการใช้งานที่ครบครันไม่ว่าจะเป็นหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ 12 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC4A® รุ่นล่าสุด พร้อม FordPass Connect ที่ไม่เพียงช่วยเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิง แต่ยังแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับรถได้อย่างชัดเจน เชื่อมต่อ Apple Car Play ไร้สาย Android Auto และ Bluetooth กับลำโพง 6 จุด
เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาพร้อมช่องแอร์ด้านหลัง ช่องต่อ USB 2 จุด พร้อมช่องต่อไฟ 12 V 2 ช่อง พร้อมมาตรวัดสีขนาด 8 นิ้ว เบาะนั่งคนขับปรับสูงต่ำได้ 6 ทิศทางหุ้มด้วยวัสดุหกึ่งหนังแท้ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน ปุ่ม Push Start แท่นชาร์จไฟไร้สาย ช่องต่อ USB บนกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ไล่ฝ้ากระจกหลัง
และติดตั้งช่องต่อ AUX 6 ตัวพร้อมสวิตช์เหนือคอนโซล*ที่ต่อวงจรเข้ากับกล่องจ่ายไฟ รองรับการปรับแต่งและใช้งานอุปกรณ์เสริมได้อย่างสะดวกโดย สวิตช์ที่เดินสายไว้แล้วตามจุดต่างๆ ที่อุปกรณ์เสริมส่วนใหญ่มักได้รับการติดตั้ง ทั้งใต้ฝากระโปรงหน้ารถ กระจังหน้า และบริเวณกระบะท้าย ทำให้การใช้งานรถสะดวกและเต็มที่มากขึ้น ไม่ว่าคุณจะใช้ทำงาน ตั้งแคมป์กับครอบครัว หรือออกผจญภัย
ขุมพลังเป็นดีเซล V6 เทอร์โบเดี่ยว ในรหัส BF2S ขนาด 3.0 ลิตร Power Stroke ที่ให้กำลังมากถึง 250 แรงม้าที่ 3,250 รอบต่อนาที แรงบิด 600 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,250 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รุ่น 10R80 e-Shifter พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time 4WD แบบ e-Shifter (2H,4H,4L และ 4A) ที่มาพร้อมเกียร์ทรานสเฟอร์แบบ 2 จังหวะ (On-Demand Two-Speed Electromechanical transfer case–EMTC)
มีโหมดการขับขี่ Terrain Management System ลุยทุกสภาพพื้นผิวด้วย 6 โหมดทั้ง โหมดปกติ Normal (ใช้ได้ทั้ง 2H,4H,4L), โหมดประหยัด Eco (ใช้ได้ทั้ง 2H,4H,4L), โหมดลากจูงและบรรทุก Tow/Haul (ใช้ได้ทั้ง 2H,4H,4L), โหมดทางลื่น Slippery (ใช้เฉพาะ 4H), โหมดทราย Sand (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L), โหมดโคลน Mud/Ruts (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L) มีระบบดิฟล็อกไฟฟ้าด้านหลัง locking differentials และออกแบบถังน้ำมันมากถึง 130 ลิตร
พร้อมมอบความสามารถที่เหนือกว่าหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ลากจูงได้มากขึ้น รองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม บรรทุกได้มากขึ้น น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุก (Gross Vehicle Mass-GVM) สูงสุดถึง 4,500 กิโลกรัม ให้คุณ ‘ทำได้’ มากขึ้น น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุกและลากจูง (Gross Combined Mass-GCM) สูงสุดถึง 8,000 กิโลกรัม พร้อมความปลอดภัยทั้ง
- ช่วยเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน Automatic Emergency Braking with Pedestrian Detection
- เตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning with Brake Support
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Keeping System
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning
- ตรวจจับรถในจุดบอดและตรวจจับขณะออกจากช่องจอด Blind Spot Information System with Cross-Traffic Alert and Braking
- กล้องมองรอบคัน 360 องศา
- ป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง Reverse Brake Assist
- ช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ Evasive Steer Assist
ความปลอดภัยพื้นฐานทั้ง ถุงลมนิรภัย 7 จุด รอบคัน รวมถุงลมบริเวณหัวเข่า ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน ป้องกันล้อล็อก ABS กระจายแรงเบรก EBD ดิสก์เบรก 4 ล้อ ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ป้องกันล้อหมุนฟรี TCS ช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA ลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM ควบคุมความเร็วขณะลงเขา HDC สัญญาณกันขโมย สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและด้านหลังรวมกัน 8 จุด (หน้า 4 จุด หลัง 4 จุด) ตรวจวัดลมยาง
Ford Ranger Super Duty จะผลิตขึ้นที่โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ โรงงานเอเอที และจะเริ่มจำหน่ายในประเทศไทย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ในปี 2026 นอกจากนี้ ยังมีแผนวางจำหน่ายในตลาดอื่นๆ ผ่านโกลบอล ฟลีต โซลูชันส์ (Global Fleet Solutions) ซึ่งสามารถให้บริการดัดแปลงรถยนต์ได้อีกด้วย มาในร่างตอนเดียว Single Cab ตอนครึ่ง Open Cab และ 4 ประตู Double Cab