เผยแล้วกระบะขาโหดขาลุยสู้ทุกงานกับ Ford Ranger Super Duty พร้อมแล้วที่จะเผยโฉมในตลาดบ้านเกิดที่เมืองไทยกับพลังแรงดีเซล V6

Ford Ranger Super Duty นำพื้นฐานของ Ford Ranger มายำขยายความกว้างแบบ Wide Body แต่งดิบๆคล้าย Raptor
เน้นโหดดุอย่างแท้จริง
ตั้งแต่กระจังหน้าทรงดุสีดำแบบตาข่ายทอเปิดพร้อมปีกกระจังหน้าซ้าย-ขวา ฝากระบะหน้าออกแบบใหม่ปั้มคำว่า Super Duty บนขอบฝากระโปรงรับกับ ไฟหน้า Projector แบบ LED พร้อมไฟส่องเวลากลางวัน LED Daytime รูปตัว C ในโคมเดียวกัน

ชุดกันชนหน้าทรงเข้มแบบอิสระจากกระจังหน้าติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า LED โดยเป็นกันขนเหล็กยึดกับโครงรถโดยตรง ทำให้กันชนมีความแข็งแรงและรองรับน้ำหนักได้ดีขึ้น สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมขนาดเล็กเพิ่มเติม ยังช่วยเพิ่มการป้องกันด้านหน้าจากการกระแทกและช่วยปกป้องตัวรถจากอุปสรรคต่างๆ ขณะขับขี่ออฟโรดได้
ด้านข้างออกแบบใหม่ตั้งแต่คิ้วขอบล้อสีดำทรงเหลี่ยม กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงโตกว่าเดิม บันไดข้างใหม่สีดำสุดเข้ม บันไดข้างดีไซน์เข้ม ไฟท้ายสีขาวแดง LED พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ที่เหยียบข้างกระบะท้ายกับกันชนหลังติดมาให้จากโรงงานและล้อเหล็กดีไซน์เฉพาะขนาด 18 นิ้ว น็อตล้อ 8 รู พร้อมยาง AT จาก General Grabber 275/70 R18 มิติตัวถังดังนี้
- ความยาว 5,470–5,644 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 2,032 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,985 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 3,270 มิลลิเมตร
- ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 299 มิลลิเมตร
- ความสามารถในการลุยน้ำ 850 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 130 ลิตร พร้อมแผ่นกันกระแทกเหล็ก

ภายในเน้นการใช้งาน
ออกแบบให้มีความสะดวกสบายและล้ำสมัย พร้อมความทนทานและสามารถรองรับการใช้งานจริงได้ ภายในตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ ‘SUPER DUTY’ ที่แผงคอนโซลหน้า
ออปชันครบครันไม่ว่าจะเป็นหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ 12 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC4A® รุ่นล่าสุด พร้อม FordPass Connect ที่ไม่เพียงช่วยเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิง แต่ยังแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับรถได้อย่างชัดเจน เชื่อมต่อ Apple Car Play ไร้สาย Android Auto และ Bluetooth กับลำโพง 6 จุด มาตวัดดิจิทัลแบบสีขนาด 8 นิ้ว
เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาพร้อมช่องแอร์ด้านหลัง ช่องต่อ USB 2 จุด พร้อมช่องต่อไฟ 12 V 2 ช่อง พร้อมมาตรวัดสีขนาด 8 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน ปุ่ม Push Start แท่นชาร์จไฟไร้สาย ช่องต่อ USB บนกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ไล่ฝ้ากระจกหลัง

Integrated Device Mounting System (IDMS) ที่ติดตั้งมาจากโรงงานเลย เพื่อให้ลูกค้าติดตั้งอุปกรณ์ทำงานได้อย่างลงตัว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ติดตั้ง IDMS มาให้จากโรงงาน เบาะนั่งคนขับคนนั่งปรับสูงต่ำได้ 8 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้าหุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้

ติดตั้งช่องต่อ AUX 6 ตัวพร้อมสวิตช์เหนือคอนโซลที่ต่อวงจรเข้ากับกล่องจ่ายไฟ รองรับการปรับแต่งและใช้งานอุปกรณ์เสริมได้อย่างสะดวกโดย สวิตช์ที่เดินสายไว้แล้วตามจุดต่างๆ ที่อุปกรณ์เสริมส่วนใหญ่มักได้รับการติดตั้ง ทั้งใต้ฝากระโปรงหน้ารถ กระจังหน้า และบริเวณกระบะท้าย ทำให้การใช้งานรถสะดวกและเต็มที่มากขึ้น ไม่ว่าคุณจะใช้ทำงาน ตั้งแคมป์กับครอบครัว หรือออกผจญภัย

ขุมพลังเป็นดีเซล
ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว V6 ในรหัส BF2S ขนาด 3.0 ลิตร Power Stroke ที่ให้กำลังมากถึง 250 แรงม้า ที่ 3,250 รอบต่อนาที แรงบิด 600 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,250 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รุ่น 10R80 e-Shifter (ถูกปรับกำลังเหลือ 210 แรงม้า)
อัดแน่นด้วยด้วยสมรรถนะออฟโรดตั้งแต่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time 4WD แบบ e-Shifter (2H,4H,4L และ 4A) ที่มาพร้อมเกียร์ทรานสเฟอร์แบบ 2 จังหวะ (On-Demand Two-Speed Electromechanical transfer case–EMTC) มีโหมดการขับขี่ Terrain Management System 7 โหมดทั้ง
- โหมดปกติ Normal (ใช้ได้ทั้ง 2H,4H,4L)
- โหมดประหยัด Eco (ใช้ได้ทั้ง 2H,4H,4L)
- โหมดลากจูงและบรรทุก Tow/Haul (ใช้ได้ทั้ง 2H,4H,4L)
- โหมดทางลื่น Slippery (ใช้เฉพาะ 4H)
- โหมดทราย Sand (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L)
- โหมดโคลน Mud/Ruts (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L)
- โหมดไต่โขดหิน Rock Crawl (ใช้ได้เฉพาะ 4L)
ระบบล็อกเฟืองท้ายหน้าและหลังแบบไฟฟ้า ให้แรงยึดเกาะสูง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Trail Control) และระบบช่วยเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรด (Trail Turn Assist)

โครงสร้างที่ได้รับการอัปเกรดใหม่แข็งแรงขึ้น มีน้ำหนักมากกว่าโครงปกติของเรนเจอร์ทั่วไปถึง 70–80 กิโลกรัม เนื่องจากใช้โลหะที่มีความหนากว่าและมีจุดเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติม เพื่อให้รับกับสมรรถนะเพื่อการบรรทุกและลากจูงของหนักได้อย่างเต็มที่
แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถแบบ Heavy Duty ปกป้องบริเวณเฟืองหน้า เกียร์ และชุดส่งกำลัง ด้วยวัสดุเหล็กหนา 3.6 มิลลิเมตร โดยแผ่นกันกระแทกบริเวณถังน้ำมันมีความหนัก 130 กิโลกรัม ออกแบบมาให้เป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้าง ช่วยรองรับการเคลื่อนผ่านสิ่งกีดขวางได้
พร้อมมอบความสามารถที่เหนือกว่าหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ลากจูงได้มากขึ้น บรรทุกได้มากขึ้นโดยรองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุก (Gross Vehicle Mass-GVM) สูงสุดถึง 4,500 กิโลกรัม ให้คุณ ‘ทำได้’ มากขึ้น น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุกและลากจูง (Gross Combined Mass-GCM) สูงสุดถึง 8,000 กิโลกรัม
ช่วงล่างล่างอัปเกรดใหม่ทั้งหมด
พร้อมโครงใหม่และแหนบหลังที่ยาวขึ้น ออกแบบเฉพาะเพื่อเพิ่มความสามารถบรรทุกและลากจูง ด้วยปีกนกมีความหนามากที่สุด มีความแข็งแรงและออกแบบมาเพื่อบรรทุกหนัก จุดยึดสปริงและปีกนกล่างปรับให้ยกสูง เพื่อป้องกันการกระแทกเมื่อใช้งานออฟโรด เพลาขับหน้าและหลังที่พัฒนาใหม่ให้แข็งแรงขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักได้มากขึ้นเฟืองท้ายแบบใหม่ ซึ่งเป็นเฟืองท้ายที่ใหญ่และแข็งแรงที่สุดที่เคยติดตั้งในฟอร์ด เรนเจอร์ ตั้งแต่เคยผลิตมา พร้อมความปลอดภัยทั้ง
- เบรกอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน Automatic Emergency Braking with Pedestrian Detection
- เตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning with Brake Support
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Keeping System
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning
- ตรวจจับรถในจุดบอด Blind Spot Information System
- ตรวจจับขณะออกจากช่องจอดและเบรกอัตโนมัติ Cross-Traffic Alert and Braking
- ป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง Reverse Brake Assist
- ช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ Evasive Steer Assist

กล้องมองรอบคัน 360 องศา ถุงลมนิรภัย 7 จุด รอบคัน รวมถุงลมบริเวณหัวเข่า ช่วยโทรฉุกเฉิน ป้องกันล้อล็อก ABS กระจายแรงเบรก EBD ดิสก์เบรก 4 ล้อ ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ป้องกันล้อหมุนฟรี TCS ช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA ลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM ควบคุมความเร็วขณะลงเขา HDCสัญญาณกันขโมย สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและด้านหลังรวมกัน 8 จุด (หน้า 4 จุด หลัง 4 จุด) ตรวจวัดลมยาง

Ford Ranger Super Duty สุดยอดรถกระบะสำหรับภารกิจหนักตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งกลุ่มนักเดินทางสายลุยที่ต้องการรถที่มีสมรรถนะสูงเพื่อการผจญภัยในเส้นทางออฟโรดสุดท้าทาย รวมถึงผู้ประกอบการหรือลูกค้าองค์กรที่ต้องการรถสำหรับภารกิจหนัก อย่างที่รถกระบะทั่วไปอาจไม่สามารถรองรับได้มาก่อน
ผลิตขึ้นที่โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ โรงงานเอเอที เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยปี 2026 มาในร่างตอนเดียว หัวกระสือ Chassis Cab และ 4 ประตู Double Cab










