หลังจากเปิดตัวรุ่นโบเดี่ยว 2 ลิตร พร้อมเกียร์ใหม่ 10 สปีด สำหรับ FORD RANGER ล่าสุดเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่นั่นคือ FORD RANGER WOLFTRAK

FORD RANGER WOLFTRAK เป็นการนำพื้นฐานรุ่น 4 ประตู XLS ยกสูงมาตกแต่งพิเศษให้แตกต่างพร้อมทั้งเพิ่มรุ่น WOLFTRAK ขับเคลื่อน 4 ล้อเข้ามาด้วย
ภายนอกดูดุดันยิ่งขึ้น

ด้วยการตกแต่งด้วยสีเขียวไลม์กรีน (Lime Green) กระจังหน้าดีไซน์เฉพาะ WOLFTRAK และสัญลักษณ์โลโก้ ที่ประตูหน้าและฝาท้าย ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว นิ้วพร้อมยาง 255/70 R17 พร้อมลายก้านล้อสีเขียวไลม์กรีน (Lime Green) โรลบาร์สีดำ เสริมความสปอร์ต เพิ่มความดุดันสะท้อนสปิริตแห่งการผจญภัย และพื้นปูกระบะท้าย

พร้อมความเข้มเดิมติดมากับรถด้วยโทนสีดำทั้งหมด ตั้งแต่ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ช่องระบายอากาศด้านข้าง กรอบไฟตัดหมอก มือจับประตู กันชนท้าย และกรอบกระจกเสา B บันไดข้างและบันไดเหยียบข้างกระบะท้ายช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้การขนของจากท้ายกระบะและกันชนหลัง ไฟหน้าแบบ LED รูปตัว C พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกหน้า และไฟท้าย LED
- ความยาว 5,370 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,918 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,884 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 3,270 มิลลิเมตร
- ความสูงใต้ท้องรถ 229 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,280 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร
- ส่วนท้ายพื้นที่ใช้งานตั้งแต่ความยาว 1,564 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,420 มิลลิเมตร และความสูง 540 มิลลิเมตร

ภายในอัปเกรดเพิ่มความหรูด้วยชุดแผงคอนโซลด้านหน้าที่ปรับดีไซน์ให้เข้ากับภายนอกที่ดูสปอร์ตมากขึ้น ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android Auto™ เชื่อมบลูทูธได้บนจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12 นิ้ว
พร้อมติดตั้งโมเด็มสำหรับเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันฟอร์ดพาสให้ลูกค้าเชื่อมต่อการสื่อสารกับรถได้ตลอดเวลา ช่วยยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถอย่างเหนือระดับด้วยฟีเจอร์ที่น่าสนใจ เช่น การสตาร์ทรถจากระยะไกล ตรวจเช็กข้อมูลรถเบื้องต้นรวมถึงการล็อกและปลดล็อกจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน

มาตรวัดดิจิทัลแบบสีขนาด 8 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบริเวณพวงมาลัยมี Cruise Control กุญแจรีโมทอัจฉริยะ พร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ ลำโพง 4 ตำแหน่ง ช่องต่อ USB 2 จุด พร้อม ช่องต่อไฟ 12V จำนวน 2 ช่อง

ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มีไล่ฝ้ากระจกหน้าและหลัง กระจกหน้าต่างปรับไฟฟ้าด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมระบบเปิด-ปิดแบบสัมผัสเดียว และชุดเบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำฝั่งคนขับปรับ 6 ทิศทางและด้านผู้โดยสาร 4 ทิศทาง พร้อมโลโก้ WOLFTRAK รวมถึงระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ พร้อมที่ฉีดน้ำ
ดีเซลเทอร์โบพัฒนาใหม่

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยวรหัส P02S ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 170 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที ผ่านมาตรฐาน EURO5
ปรับรายละเอียดเช่นการใช้ระบบโซ่ราวลิ้น แทนสายพานจุ่มน้ำมัน (Wet Belt) ให้ความทนกว่า ดูแลง่ายกว่า อัปเกรดระบบหัวฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
พร้อมระบบส่งกำลังใหม่เป็นเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รุ่น 10R80 ให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงและใหม่ขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time 2H, 4H และ 4L จับคู่กับโหมดการขับขี่ Terrain Management System 6 โหมด ทั้ง
- โหมดทั่วไป Normal
- โหมดประหยัด Eco
- ลากจูงและบรรทุก Tow/Haul
- โหมดทางลื่น Slippery
- โหมดโคลน Mud/Ruts ในรุ่น 4×4
- โหมดทราย Sand ในรุ่น 4×4

พร้อมดิฟล็อกแบบไฟฟ้า (Electronic Locking Rear Differential) ตอบโจทย์ความต้องการในการทำงานอย่างตรงจุด พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้าช่วยผ่อนแรงในการขับขี่มอบความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งใกล้-ไกลระบบกันสะเทือนหน้าแบบปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลงสำหรับด้านหน้าและระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อนสำหรับด้านหลัง
ความปลอดภัยเต็มคัน
- ถุงลมนิรภัยรอบคันรวมด้านข้างกับม่านนิรภัย 6 จุด
- ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน
- กล้องมองหลังขณะถอยจอดแสดงภาพด้านหลังรถ
- ไฟเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Emergency Brake Lights (EBL)
- ป้องกันล้อล็อก Anti-lock Brake System (ABS)
- กระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD)
- ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวElectronic Stability Program (ESP)
- ป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control System (TCS)
- ช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน Hill Launch Assist (HLA)
- ลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ Roll-Over Mitigation (ROM)
- ควบคุมความเร็วขณะลงเขา Hill Descent Control (HDC) เฉพาะรุ่น 4×4
- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ 3 จุด พร้อมระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ และด้านหลัง 3 จุด 3 ที่นั่ง
- จุดยึดสำหรับเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
- กุญแจนิรภัย Immobilizer

FORD RANGER WOLFTRAK มอบทางเลือกให้ลูกค้าผู้ที่ต้องการทั้งรถกระบะพันธุ์แกร่งสำหรับการทำงาน และภาพลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สามารถอวดความดุดันและโดดเด่นไปได้ทุกที่ โดยมาแทรกกลางระหว่างรุ่น XLS กับ WILDTRAK มีสีภายนอกให้เลือก 4 สีทั้ง สีขาว Arctic White สีดำ Absolute Black สีเทา Meteor Grey (เพิ่มเงิน 10,000 บาท) และสีใหม่ สีเขียว Traction Green (เพิ่มเงิน 10,000 บาท) ในราคาตัวรถดังนี้
- รุ่น WOLFTRAK 2WD ราคาพิเศษช่วงเปิดตัวเพียง 949,000 บาท จากราคาปกติ 999,000 บาท*
- รุ่น WOLFTRAK 4×4 ราคา 1,089,000 บาท
* ราคาพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและออกรถตั้งแต่ 3 สิงหาคม-30 กันยายน 2569 เท่านั้น
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day