ข่าวร้อนของโลก Ford ส่งสัญญาณเตรียมปลุกชีพรถเก๋งทั้ง Sedan และ Hatchback ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งทั้งในยุโรปและอเมริกา หลังจากที่ก่อนหน้านี้เทใจไปให้ SUV และกระบะจนเกลี้ยงโชว์รูม

คอรถยนต์ฝั่งยุโรปมีเฮ! หลังจาก Ford ทยอยฆ่าตัดตอนรถเก๋งรุ่นดังอย่าง Fusion ในปี 2020 และล่าสุดกับ Focus ที่เพิ่งปิดตำนานไปในปี 2025 จนทำให้ตอนนี้แทบไม่มีรถเก๋งวางขายเลย ทว่าล่าสุดในงานแถลงผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 Jim Farley CEO ได้เผยข่าวดีว่า “เรามีแผนที่น่าตื่นเต้นสำหรับยุโรป” โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
กลยุทธ์ “เล่นท่ายาก” ในเซกเมนต์ที่ถนัด
Farley ระบุว่า ฟอร์ดจะกลับมาเล่นในบางเซกเมนต์อย่างระมัดระวัง โดยเน้นไปที่จุดแข็งของแบรนด์ ซึ่งคาดการณ์ว่ารถรุ่นใหม่ๆ จะเริ่มทยอยเปิดตัวในปี 2027 มีให้เลือกครบทั้งขุมพลัง Hybrid และ EV 100%
พันธมิตรข้ามค่าย กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

-
Volkswagen: อาจมีการใช้แพลตฟอร์ม MQB พัฒนา Hatchback ไฟฟ้าขนาดเล็ก (คล้ายกับ VW ID.3)
-
Renault: เซ็นสัญญาผลิตรถ 2 รุ่นบนแพลตฟอร์ม Ampere EV คาดว่าจะได้เห็นคันจริงในปี 2028
-
Geely: มีข่าวลือหนาหูว่ากำลังเจรจาให้ยักษ์ใหญ่จากจีนมาผลิตรถที่โรงงานในสเปน เพื่อเลี่ยงกำแพงภาษีนำเข้าของยุโรป

ฝั่งอเมริกาก็ไม่น้อยหน้า รถเก๋งราคาเข้าถึงง่ายกำลังมา
ไม่ใช่แค่ยุโรป แต่ตลาดอเมริกาเหนือ (US) ก็เตรียมรับแรงกระแทกเช่นกัน โดย Andrew Frick ประธานฝั่ง Ford Blue และ Model E ยืนยันว่าภายในปี 2030 จะมี Line-up ใหม่ที่ครบทั้ง “เก๋ง, กระบะ, SUV และตู้”
ไฮไลท์สำคัญที่สายซิ่งต้องรู้
-
ราคาเป็นมิตร: ตั้งเป้าทำราคาต่ำกว่า 40,000 ดอลลาร์ ประมาณ 1.4 ล้านบาท
-
ขุมพลังหลากหลาย: มีระบบ “Multi-energy” ให้เลือกตามความต้องการ
-
ชื่อใหม่แกะกล่อง: ข่าวระบุว่าจะเป็นการสร้างชื่อรุ่นใหม่ทั้งหมด จะไม่ใช่การเอาชื่อ Mustang มาทำเป็นซีดานแน่นอน แฟนๆ Mustang สบายใจได้ครับ

Motor1 รายงานว่า ตลาดต้องการทางเลือกที่มากกว่า SUV
การที่ฟอร์ดตัดสินใจนำรถเก๋งกลับมานับเป็นสัญญาณที่ดี เพราะปัจจุบันลูกค้าที่ไม่อยากขับ SUV ถูกบีบให้ต้องไปซื้อแบรนด์อื่น หากฟอร์ดสามารถทำรถเก๋งที่ขับสนุก เทคโนโลยีล้ำ และราคาต่ำกว่า 4 หมื่นดอลลาร์ได้จริง ก็น่าจะช่วยดึงส่วนแบ่งการตลาดที่เสียไปให้กลับคืนมาได้
Source: Motor1










