ความขัดแย้งสร้างผลกระทบร้ายแรง
สำหรับภาพรวมในการรับมือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีผลพลอยได้ เช่น ปุ๋ย และเม็ดพลาสติก มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดโลก
ซึ่งสถานการณ์มีความรุนแรง และยกระดับไปสู่การโจมตีแหล่งผลิต โรงกลั่น คลังน้ำมัน และระบบขนส่งพลังงานในหลายพื้นที่ ทำให้โครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหาย แม้เหตุการณ์อาจจะคลี่คลายได้ในอนาคต แต่การฟื้นฟูจะต้องใช้เวลาพอสมควรก่อนจะกลับมาสู่ภาวะปกติ ทำให้ราคาพลังงานและการขาดแคลนผลิตภัณฑ์จากปิโตเคมีจะคงมีอยู่มนระยะหนึ่ง
3 แนวทาง รับมือจากรัฐฯ
รัฐบาลยังได้เปิดเผยว่าจะแนวทางการรับมือ 3 ด้านหลัก ได้แก่
- ปรับลดงบประมาณภาครัฐ เพื่อนำมาใช้ช่วยเหลือประชาชนเป็นลำดับแรก
- ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
- ออกมาตรการช่วยเหลือ เพื่อลดความเดือดร้อน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการ SME
วิกฤตระดับโลก ต้องร่วมกันปรับตัว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตที่มีผลกระทบในระดับโลก จำเป็นต้องยอมรับความจริง และร่วมกันปรับตัวเพื่อผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้
โดยย้ำว่า ความร่วมมือของประชาชนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดผลกระทบ และช่วยให้ประเทศสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคตได้
มาตรการ เปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน หลังสงกรานต์
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี มีการเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงมติเห็นชอบ ก่อนจะมีการส่งต่อให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ศึกษารายละเอียดต่อไป
ในส่วนของมาตรการเร่งด่วน รัฐบาลเตรียมพิจารณาใช้ พ.ร.ก. แก้ไขป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 บางส่วน โดย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ระบุว่า หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ ให้ข้าราชการสามารถทำงานในรูปแบบ Work From Anywhere หรือการทำงานนอกสถานที่ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อลดการเดินทางและการใช้น้ำมัน
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดกำหนดมาตราการ เปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน เพื่อควบคุมการจำหน่ายให้เป็นช่วงเวลา ลดแรงกดดันด้านความต้องการใช้น้ำมันในช่วงวิกฤต รายละเอียดคาดว่าจะเริ่มได้ใช้ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์
หมุดหมายมาตรการใหม่ หลังสงกรานต์
อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุด (เวลา 09.20 น. วันที่ 7 เมษายน 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการ เปิด-ปิด สถานีบริการน้ำมัน ว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการออกมาตรการประหยัดน้ำมัน เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศจะมีน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้งานภายในประเทศ
นอกจากนี้ยังเตรียมจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่ หลังจากชุดเดิมสิ้นสุดวาระไป โดยมีเป้าหมายเพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางรับมือสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จากความไม่แน่นอนของวิกฤติพลังงานโลก โดยระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่สถานการณ์ยังมีความเสี่ยง รัฐบาลจำเป็นต้องหาทุกวิธีในการประหยัดพลังงาน และออกมาตรการควบคุมการใช้น้ำมันให้เหมาะสมมากที่สุด
เลี่ยงกระทบการเดินทางช่วงสงกรานต์
สำหรับผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญของประเทศอย่าง เทศกาลสงกรานต์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่า จะยังไม่เริ่มใช้มาตรการในช่วงนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างสะดวก
โดยยืนยันว่า หากมีการนำมาตรการ เปิด – ปิด สถานีบริการน้ำมันมาใช้ อาจกำหนด หยุดขายช่วง 22.00 – 05.00 น. และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการหลังจากวันที่ 20 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
ซึ่งแนวทางนี้ มีเป้าหมายคือเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการใช้พลังงานและการดำเนินชีวิตตามปกติของประชาชน ในช่วงที่ประเทศต้องมีการบริหารทรัพยากรที่จำกัดมากขึ้น
วิกฤตพลังงานครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องราคาที่แพงขึ้น แต่ยังบอกถึงความมั่นคงในชีวิตประจำวัน ยิ่งสถานการณ์มีความยืดเยื้อ ผลกระทบก็อาจจะยิ่งหนักกว่าเดิม ทุกภาคส่วนจึงต้องปรับตัวเร็วกว่าที่เคย
และอาจไม่ใช่แค่ช่วงสั้นๆ แต่คืออาจเป็นการเปลี่ยนแปลงระยะยาวที่ยากจะเลี่ยงได้
ข้อมูลจาก : today.line.me, news.ch7.com, khaosod.co.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com












