GWM เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการกับ GWM HAVAL H10 หรือ GWM H10 สายลุยทรงเหลี่ยมรุ่นหรูหลังจากเปิดราคาขายล่วงหน้าหรือพรีเซลไปก่อนหน้า

Flagship SUV จากค่าย GWM HAVAL ในชื่อ GWM HAVAL H10 หรือ GWM H10 สร้างขึ้นจากบนแพลตฟอร์มโมดูลาร์ GWM One ภายใต้รหัส HX
แรงบันดาลใจงานดีไซน์มาจาก DEFENDER ค่าย LANDROVER

รุ่นนี้มาในทรงเหลี่ยมซึ่งได้รับเด่นด้วย ไฟหน้า LED ทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ถึง 4 ดวงโคมเดียว กระจังหน้าทรงกึ่งปิดทึบใต้ล่างของกระจังหน้ามีช่องระบายอากาศเล็กแนวยาวในชุดกันทรงเท่ ช่องระบายอากาศติดกับบังโคลนหน้าซ้าย-ขวา สีเงิน
หลังคารถทรงบางเฉียบ ราวหลังแบบยกจากหลังคารถ พร้อม LiDAR มือจับประตูดึงก้าน และล้ออัลลอยชุบโครเมียมแบบหลายก้านขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 265/55 R19 ด้านหลังมีฝาท้ายแบบเปิดข้างทั้งแผงพร้อมยางอะไหล่ และไฟท้าย LED แนวตั้ง และวางตำแหน่งสูงกว่า GWM HAVAL H9 ในแบบตัวถังโมโนค็อก พร้อมมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 5,138 มิลลิเมตร ในรุ่น 5 ที่นั่ง และ 5,299 มิลลิเมตร ในรุ่น 6 ที่นั่ง
- ความกว้าง 2,050 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,970 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้ออยู่ที่ 3,000 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 200 มิลลิเมตร
ภายในหรูหรา

พร้อมความสบายด้วยออปชันล้นคันทั้ง มาตรวัดความเร็ว LCD ขนาด 8.8 นิ้ว มีจอสัมผัสแสดงความบันเทิงขนาด 15.6 นิ้ว ประมวลผลด้วยระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3 มีผู้ช่วยอัจฉริยะ AI ในชื่อ “Coffee GPT” เข้ามาเป็นออปชันมาตรฐาน รองรับความบันเทิงได้ทั้ง Apple CarPlay, Android Auto, Bluetooth, ระบบนำทาง แสดงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ ประมวลการทำงานจอสัมผัสได้อย่างรวดเร็วด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8155
จอแสดงผล SR-HUD ขนาด 29 นิ้ว ที่มีความสว่างสูงสุด 13,000 นิต และจอแสดงผลความบันเทิงบนเพดานขนาด 17.3 นิ้ว พร้อมรองรับขอบเขตสี P3 และการปรับปรุงภาพด้วย AI พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน พร้อมเบรกมือไฟฟ้ากับ Auto Hold ที่วางชาร์จมือถือไร้สายกำลัง 50W เกียร์คอ

มีตู้เย็นอัจฉริยะขนาด 7.7 ลิตร โต๊ะพับได้หลังเบาะนั่งคู่หน้า 2 ฝั่ง รับน้ำหนักได้ 10 กิโลกรัม กระจกหลังแบบตัดแสง และม่านบังแดดด้านหลัง

ความจุสัมภาระแตกต่างกันไปตามการกำหนดค่า รุ่น 5 ที่นั่งมีพื้นที่เก็บสัมภาระ 815 ลิตร ขยายได้ถึง 1,885 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวที่ 2 รุ่น 6 ที่นั่งมีพื้นที่เก็บสัมภาระมาตรฐาน 316 ลิตร เพิ่มขึ้นเป็น 1,056 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวที่ 2 กับ 3 และลำโพงรอบคัน 21 จุด
ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด Hi4

ใช้สถาปัตยกรรมแรงดัน 800V จากเบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร 167 แรงม้า พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP ขนาด 42.8 kWh พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ โดยมอเตอร์ล้อหน้าให้กำลัง 136 แรงม้า และมอเตอร์ล้อหลังให้กำลัง 299 แรงม้า
เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุด 598 แรงม้า แรงบิดรวม 722 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.9 วินาที วิ่งอีวีล้วน 180 กิโลเมตร (WLTC) หรือ 232 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 224 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งไกลทั้งระบบ 1,404 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,354 กิโลเมตร (NEDC) และแบตเตอรี่ชาร์จเร็ว 6C สูงสุด 120 kW สามารถวิ่งได้ 126 กิโลเมตร หลังจากชาร์จประมาณ 15 นาที
พร้อมโหมด crab-walking บังคับเลี้ยว 4 ล้อคลานแบบปู ลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 600 มิลลิเมตร มีโหมดการขับขี่แบบออฟโรด 7 โหมด ควบคุมการทรงตัว 9 ระดับ
มีระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้าที่ล้อหลัง เพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดของยานพาหนะเมื่อเผชิญกับทางลาดชัน โคลน ทะเลทราย และภูมิประเทศที่ซับซ้อนอื่นๆ ด้วยมุมจาก (Departure angle) 25-30 องศา
ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบแบบปีกนกคู่ทำจากอลูมิเนียมทั้งหมด ด้านหลังแบบอิสระ 5 จุด พร้อมโช้คอัพแม่เหล็กไฟฟ้า EDC มี ช่วงล่างถุงลม Air Suspension
ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Coffee Pilot 3

ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งหลายรายที่จำกัดฮาร์ดแวร์ LiDAR ไว้เฉพาะรุ่นพรีเมียม GWM ได้ติดตั้งเซนเซอร์นี้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ผสานรวมเซนเซอร์ขับขี่อัจฉริยะ 27 ตัว เพื่อให้การรับรู้ด้านหน้าได้ไกลถึง 250 เมตร การติดตามด้านข้างได้ไกลถึง 120 เมตร และการตรวจสอบด้านหลังได้ไกลถึง 150 เมตร
รองรับการนำทางอัตโนมัติบนทางหลวงและในเมือง (NOA) รวมถึงฟังก์ชันต่างๆ เช่น การขับขี่ในวงเวียน การช่วยเหลือในการกลับรถ การเลี้ยวซ้ายตัดหน้ารถที่กำลังวิ่งสวนทางมา และการสร้างเลนถนนจำลองในพื้นที่ที่ไม่มีเครื่องหมายจราจรชัดเจน
รองรับฟังก์ชันการจอดรถอัตโนมัติแบบจดจำเส้นทางได้ 3 กิโลเมตร ซึ่งสามารถจัดเก็บเส้นทางการจอดรถได้สูงสุด 100 เส้นทาง และทำการติดตามถอยหลังอัตโนมัติในระยะทางสูงสุด 100 เมตร

GWM HAVAL H10 หรือ GWM H10 เปิดราคาขายอย่างเป็นทางการ 4 รุ่นย่อย เริ่มต้น 201,800-223,800 YUAN หรือราว 989,000-1,099,000 บาท
ที่มา CarnewsChina
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day