Home แบรนด์รถยนต์ ข่าวรถยนต์ GWM GWM TANK 500 3.0T DIESEL เปิดขาย 4 รุ่นย่อย เริ่มต้น 1.669 ล้านบาท

GWM TANK 500 3.0T DIESEL เปิดขาย 4 รุ่นย่อย เริ่มต้น 1.669 ล้านบาท

0
GWM TANK 500 3.0T DIESEL เปิดขาย 4 รุ่นย่อย เริ่มต้น 1.669 ล้านบาท

เมืองไทยเป็นที่ที่สองต่อจากออสเตรเลียเผยตัวจริงและราคาจำหน่าย GWM TANK 500 3.0T DIESEL มิติใหม่พีพีวีหรูพลังใหม่

GWM

GWM TANK 500 3.0T DIESEL มาในร่างทรงกล่องขนาดใหญ่ พร้อมถ่ายทอดนิยาม Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด 

หน้าเดิมปรับออปชันเล็กน้อย

GWM

ใหม่!! บันไดข้างไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ เพื่อช่วยให้การขึ้น-ลงรถสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงห้องโดยสารของตัวรถที่มีความสูงจากพื้น

พร้อมตราอักษร GWM TANK ย้ายมาที่กรอบป้ายะเบียนท้ายส่วนบน ย้ายชื่อ 500 มาอยู๋ฝั่งซ้ายของฝาท้าย และเพิ่มคำว่า 3.0T ฝั่งขวามือแทนที่คำว่า 500

GWM

นอกนั้นคงเดิมกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ผสานช่องระบายอากาศแนวนอนและโลโก้ TANK ที่ลงตัวรับเส้นสายที่นูนขึ้นของฝากระโปรงไฟหน้า Intelligent LED ดีไซน์โดดเด่นด้วยระบบอัจฉริยะ อาทิ ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติและฟังก์ชันหน่วงเวลาไฟส่องทางหลังดับเครื่อง (Follow me home) พร้อม Daytime Running Light ไฟตัดหมอกหน้า LED

ด้านข้างตกแต่งหรูด้วยกรอบโครเมียมที่กระจก กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ปรับ-พับด้วยระบบไฟฟ้า ที่เปิดประตูแบบดึงก้าน หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่ เปิด–ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ราวหลังคา เสาอากาศแบบ shark fin

GWM

ประตูท้ายเปิดบานเดียวใหญ่แบบ horizontal พร้อมระบบดูดไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง พร้อมกล้องมองหลัง ไฟท้าย Vertical LED ดีไซน์แนวตั้ง ไฟเบรกดวงที่ 3 ไฟตัดหมอกหลังแบบ LED พร้อมสปอยเลอร์ท้าย ยางอะไหล่ย้ายตำแหน่งไปที่ใต้ท้องรถ และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง Continental ขนาด 265/50 R20

ส่วนรุ่น BLACK WARRIOR เพิ่มเติมด้วยชุดแต่งสีดำรอบคันตั้งแต่ กระจังหน้า กรอบกระจก กระจกมองข้าง ที่เปิดประตูรถ ล้ออัลลลอย และกรอบป้ายทะเบียนด้านท้าย

มิติตัวรถกว้างขวาง ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวตั้งแต่หน้ารถจรดท้ายรถพัฒนาบนโครงสร้างแชสซีแบบตัวถังวางบนเฟรม (Body-on-Frame) ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับรถยนต์ในตระกูล GWM TANK มอบความแข็งแกร่งเหนือระดับ มิติตัวรถตั้งแต่

  • ความยาว 4,886 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,934 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,905 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 219 มิลลิเมตร (ลดลง 5 มิลลิเมตร)
  • น้ำหนักรถ 2,560-2,635 กิโลกรัม
  • ความจุถังน้ำมัน 78 ลิตร

ภายในหรูใส่ใจในทุกรายละเอียด

GWM

ใหม่!! ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.0 อัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต (FOTA – Firmware Over-the-air) ช่วยอัปเดตระบบการทำงานของรถให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพิ่มความสะดวกและทำให้รถพร้อมใช้งานบนหน้าจอกลางอัจฉริยะแบบสัมผัส ขนาด 14.6 นิ้ว รองรับความบันเทิงได้ทั้ง Apple CarPlay Android Auto MP5 Bluetooth ระบบนำทาง

GWM

หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่พร้อมมาตรวัดดิจิทัล TFT (TFT Digital Driving Display) ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกด้านหน้า พร้อม ลำโพง Amor จำนวน 12 ลำโพง ระบบแอมพลิฟายเออร์อิสระ และระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ HUD เป็นออปชันมาตรฐาน

ใหม่!! พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันปรับได้แบบ 4 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift) ที่พวงมาลัย

ไฟตกแต่งห้องโดยสาร Ambient Light พร้อมฟังก์ชันแบบหลายสีและเป็นจังหวะช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้คุณเพลิดเพลิน นาฬิกาแบบคลาสสิก เปิด-ปิดล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้และออกห่างจากรถ

ระบบกุญแจ Smart Key และระบบ Push Start ปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา-หลัง รวม 3 โซน พร้อมระบบกรองอากาศ N95 ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย 50W พร้อมพอร์ต Type-A/C ด้านหน้า และ Type-A ด้านหลัง ระบบเบาะระบายอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและแถวสอง การตกแต่งด้วยวัสดุสี Black, Silver, Piano Black, Chrome โทนสีภายในสีดำ

GWM

เบาะนั่งทั้ง 7 ที่นั่งหุ้มหนัง NAPPA ปรับไฟฟ้าคู่หน้าพร้อมระบบเบาะนวดและดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมระบบ Memory Seat และ Welcome Seat เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับตำแหน่งเบาะผู้โดยสารด้านหน้าจากด้านคนขับ

GWM

เบาะนั่งโดยสารแถวที่ 2 ปรับการใส่วัสดุโฟม เพื่อเพิ่มความนุ่มสบายในการนั่งให้มากยิ่งขึ้น พร้อมหน้าจอควบคุมระบบระบายอากาศและเบาะระบายอากาศอีกระดับของความสบายด้วยที่พักแขนตอนกลาง ม่านบังแดด และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เบาะนั่งโดยสารแถวที่ 3 พร้อมพนักพิง เพิ่มความสะดวกด้วยตำแหน่งปรับพนักพิงบริเวณข้างประตูผู้โดยสารแถวที่ 2 และประตูท้าย

GWM

พื้นที่ห้องโดยสารมีที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้ตามต้องการ เบาะนั่งโดยสารแถวที่ 2 สามารถแยกพับเบาะได้แบบ 60:40 และเบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถพับเรียบแบบ 50:50 ใหม่!!ติดตั้งระบบปรับพับด้วยไฟฟ้า รองรับปริมาณสัมภาระสูงสุด 795 ลิตร ช่วยเพิ่มพื้นที่และความสะดวกในการจัดเก็บสัมภาระ

พลังใหม่แรงเร้าใจ

GWM

ด้วยดีเซลเทอร์โบแปรผัน VGT บล็อกใหม่จาก GWM มาในขนาด 3.0 ลิตร 4 สูบ ในรหัส 4F30 ให้กำลังสูงสุด 231 แรงม้า ที่ 3,200 รอบต่อนาที แรงบิด 620 นิวตันเมตร ที่ 1,400-2,400 รอบต่อนาที

เพิ่มจากเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร 47 แรงม้า แรงบิดเพิ่มขึ้น 140 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด Electronic Shifter ปรับจูนใหม่รองรับกำลังที่เพิ่มขึัน ประหยัดน้ำมัน 14.08 กิโลเมตรต่อลิตร พัฒนาใหม่!! ติดตั้งแท่นเครื่องแบบ Hydraulic Engine Mount และเปลี่ยนระบบระบายความร้อนอากาศอัดเป็นแบบ Water-Cooled Intercooler

GWM

พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part Time 8 โหมดการขับขี่ได้แก่ โหมด 2H, โหมด 4H, โหมด 4L, โหมดพื้นหิมะ, โหมดพื้นโคลน, โหมดพื้นทราย, โหมดพื้นหิน และโหมดผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรองรับทุกสภาพเส้นทางทั้งบนถนนและออฟโรดอย่างมั่นใจ และพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าแปรผันตามความเร็วช่วยผ่อนแรงได้ 3 ระดับ (เบา/สบาย/สปอร์ต)

ระบบสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ (Double-Wishbone) ระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงค์ ปรับเชตใหม่ด้วยการปรับจูนคอยล์สปริงและโช๊คอัพ มอบความแม่นยำในการควบคุมทิศทางช่วยสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่อย่างลงตัว

รวมถึงปรับเหล็กกันโคลงด้านหลังเพิ่มเส้นผ่าศูนย์กลางเป็น 22 มิลลิเมตร ปรับจานดิสก์เบรกด้านหลังเพิ่มขนาดเป็น 343 มิลลิเมตร และใหม่!!ควบคุมแรงเบรกแบบ Integrated Brake Control (IBC)

สามารถลุยน้ำที่ระดับความลึก 800 มิลลิเมตร เพรียบพร้อมไปด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบออฟโรดอันชาญฉลาดและล้ำสมัย ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น

  • ล็อกเฟืองขับด้านหน้าและด้านหลัง (Front and Rear Differential Lock)
  • ช่วยกลับรถในพื้นที่แคบ (TANK Turn)
  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ Off-road (Offroad Cruise Control)
  • ตรวจจับความลึกของน้ำ (Wading Depth Detection)
  • แสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent)

ระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L2+ (Level L2+ Automated Driving)

GWM

ยิ่งไปกว่านั้นมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัยมีมากมาย ให้ทุกการเดินทางปลอดภัยไร้กังวล ได้แก่

  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Full-speed Range ACC) รองรับความเร็ว 0-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • เตือนการชนด้านหน้า (FCW) Forward Collision Warning
  • ช่วยควบคุมให้อยู่ในเลน (LKA) Lane Keeping Assist
  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) Traffic Jam Assist
  • ควบคุมอัจฉริยะบนทางด่วน (HWA) Highway Assist
  • ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) Lane Departure Warning
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) Emergency Lane Keeping
  • ช่วยเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ (MEB) Mild Off-Road Braking
  • ช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) Rear Cross-Traffic Alert
  • ช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB) Rear Cross-Traffic Braking
  • ช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA) Lane Change Assist
  • ช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IIP) Intelligent Integrated Parking
  • ช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA) Auto Reversing Assistance
  • กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 540 องศา แสดงภาพรอบคันแบบเรียลไทม์ เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่และจอดรถ
  • เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI) Autonomous Emergency Braking with Intersection Support
  • ช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) Wisdom Dodge System
  • ช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) Lane Centering Keeping
  • ช่วยชะลอความรุนแรงของการเกิดการชนซ้ำครั้งที่ 2 (SCM) Secondary Collision Mitigation
  • เตือนมุมอับสายตา Blind Spot Monitoring (BSM)

พร้อมความปลอดภัยพื้นฐานเช่น ช่วยลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control) ช่วยออกตัวบนทางชัน HSA (Hill Start Assist) กระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution) เสริมแรงเบรกอัตโนมัติเมื่อผู้ขับเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน BAS (Brake Assist System) ป้องกันการพลิกคว่ำ RMI (Roll Movement Intervention)

ควบคุมการลื่่นไถล TCS (Traction Control System) เซนเซอร์จอดด้านหน้า 6 จุด / ด้านหลัง 6 จุด ตรวจความดันลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitoring System) ช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)

ไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS (Emergency Signal System) ถุงลมนิรภัยรอบคัน 6 จุด และ ควบคุมและจัดการแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ IBC (Integrated Brake Control)

GWM

GWM TANK 500 3.0T DIESEL จะเริ่มทยอยส่งมอบรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ให้กับลูกค้าได้ปลายเดือนกันยายน 2569 นี้เป็นต้นไป ในขณะที่รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) จะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนมกราคม 2570 เป็นต้นไป มีสีภายนอก 3 สี สีขาว Hamilton White สีดำ Sun Black (เฉพาะรุ่น BLACK WARRIOR) และสีเทา Crystal Gray และจำหน่ายเพียง 4 รุ่นย่อยทั้งรุ่น

  • รุ่น ULTRA ราคา 1,669,000 บาท
  • รุ่น ULTRA 4WD ราคา 1,769,000 บาท
  • รุ่น BLACK WARRIOR ราคา 1,699,000 บาท
  • รุ่น BLACK WARRIOR 4WD ราคา 1,799,000 บาท

GWM

พิเศษ!! มอบข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว (Early Bird) มูลค่ากว่า 50,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จอง รุ่น 4WD ULTRA และ 4WD BLACK WARRIOR ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 พร้อมรับสิทธิ์เป็นเจ้าของในราคาพิเศษ ดังนี้

  • รุ่น 4WD ULTRA ราคา 1,719,000 บาท
  • รุ่น 4WD BLACK WARRIOR ราคา 1,749,000 บาท

ยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันเครื่องยนต์นานสูงสุด 8 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) พร้อมตอกย้ำความอุ่นใจด้วยการรับประกันความพร้อมส่งอะไหล่ภายใน 7 วัน พร้อมการชดเชยด้วย GWM Point หากไม่สามารถส่งอะไหล่ได้ภายใน 7 วัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การให้บริการที่ครบวงจร ชัดเจน และเชื่อถือได้ในทุกมิติ

 


ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day