GWM WEY G9 ปลั๊กอินหรู ขับดี นั่งสบาย ฟีเจอร์ตัวจบ ราคา 2 ล้านต้นๆ

GWM เปิดเซกเมนต์ใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อนกับกลุ่มรถเอ็มพีวีลักชัวรีภายใต้แบรนด์ใหม่ลำดับที่ 5 กับ GWM WEY ในไทยรุ่นแรกกับ GWM WEY G9

GWM WEY G9

GWM WEY G9 นำเข้ามาจากมาเลเซียไม่ได้ประกอบที่จีนแต่อย่างใดประกอบที่โรงงานในเมืองเปโกห์ รัฐมะละกา และเป็นการแลกเปลี่ยนการผลิตระหว่างไทยกับมาเลเซียโดยทางไทยผลิต GWM TANK 500ส่งไปขาย ทำให้ราคาน่าสนใจมากขึ้นจึงจับรุ่นนี้มารีวิวทดลองขับให้รู้ถึงไส้ถึงพุง

Design & ExteriorGWM WEY G9 GWM WEY G9 GWM WEY G9

GWM WEY G9

ด้วยกระจังหน้าโครเมียมใหม่แนวตั้ง 25 ซี่ ปะตราโลโก้เด่นพร้อมขอบสีเงินล้อมรอบด้านหน้ารถแบบเต็มๆไฟหน้า LED ดีไซน์หรู ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED Daytime มาพร้อมระบบเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง–ต่ำอัตโนมัติ และฟังก์ชัน Follow Me Home เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนในสภาพแสงที่หลากหลาย

ชุดกันชนหน้าทรงหรูเสริมคิ้วแนวนอนใต้กันชนหน้า พร้อมชุดตกแต่งสีเงินที่ขอบกระจก คิ้วชายล่างประตู คิ้วกันชนหลัง หลังคา Dual Panoramic Sunroof ช่วยเพิ่มความโปร่งของห้องโดยสารและให้แสงธรรมชาติในระดับที่พอดี ประตูสไลด์ด้านข้างเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ทรงสปูน ปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า ที่เปิดประตูดึงก้าน

ไฟท้ายดีไซน์แนวยาว LED และไฟเลี้ยววิ่ง Sequential พร้อมฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อม Kick Sensor เพิ่มความสะดวกในการเปิด–ปิดประตูท้ายเมื่อต้องการขนของหรือถือสัมภาระหลายชิ้น ล้ออัลลอยลายสุดล้ำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 245/50R18

Dimension

GWM WEY G9

  • ความยาว 5,050 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,985 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,900 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อ 3,085 มิลลิเมตร
  • ความสูงจากใต้ท้องรถ 155 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 2,764 กิโลกรัม
  • ความจุถังน้ำมัน 58 ลิตร

Interior & Convenience

GWM WEY G9

ด้วยชุดแผงคอนโซลหน้ามาพร้อมจอถึง 3 จอเริ่มที่จอมาตรวัดความเร็ว LCD สี ขนาด 12.3 นิ้ว จอสัมผัสตรงกลาง ขนาด 14.6 นิ้ว 2.5K รองรับ Apple CarPlay  Android Auto และจอบนเพดานความละเอียดสูงพิเศษ 3K ขนาด 17.3 นิ้ว ติดตั้งจอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือคอนโซลหน้า SR-HUD พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้านปรับได้ 4 ทิศทาง

GWM WEY G9

ตัวจอสัมผัสมาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 พร้อมชิปเกรดยานยนต์ 8295 และรองรับ Coffee Intelligence ระบบนิเวศ AI สั่งงานด้วยเสียงมากถึง 21 ภาษา และสำเนียงที่แตกต่างกัน จับเสียงได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น มาพร้อมระบบการนำทาง Petal Maps Global Navigation สามารถแสดงภาพแผนที่แบบ 3 มิติและสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่างๆ ผ่าน GWM App Store ได้ง่ายขึ้น

พร้อมลำโพง AMOR จำนวน 21 จุด ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบ 64 สี ช่องต่อ USB/Type-A และ Type C กระจกมองหลังอัจฉริยะสามารถเปลี่ยนมุมมองจากกระจกมองหลังปกติเป็นกระจกอัจฉริยะด้วยกล้องที่ติดตั้งบริเวณประตูหลังพร้อมช่องจ่ายไฟ USB สำหรับกล้องบันทึกภาพ (Dashcam)

GWM WEY G9

เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง หุ้มหนัง NAPPA โดยเบาะนั่งคู่หน้าฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งและระบบ Welcome Seat เพื่อช่วยปรับตำแหน่งอัตโนมัติขณะเข้า–ออกจากตัวรถ รวมถึงระบบดันหลังไฟฟ้าและระบบนวดไฟฟ้า 10 จุดที่ช่วยลดความเมื่อยล้า เบาะผู้โดยสารตอนหน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และมีระบบระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง

เบาะนั่งตอนที่ 2 แบบสภาวะไร้น้ำหนัก (Zero-Gravity Seat ทำงานตอนหยุดรถ รถจอดสนิทเท่านั้น) ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายเหมือนนั่งอยู่ในอวกาศที่ปราศจากแรงโน้มถ่วง โดยร่างกายของผู้โดยสารไม่ได้สัมผัสกับชิ้นส่วนหรือพื้นของรถ ลดแรงกดทับ พร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบ มีระบบระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง มอบความผ่อนคลายขั้นสุดตลอดการเดินทาง

พร้อมทางเดินกลางระหว่างเบาะ เพิ่มความสะดวกในการเดินเข้าสู่แถวที่ 3 มาพร้อมการปรับตำแหน่งไฟฟ้าเต็มระบบ ทั้งการเลื่อนรางไฟฟ้า การปรับเอนพนักพิง การมีพนักพิงศีรษะ 4 ทิศทาง ที่พักขาไฟฟ้า 2 ทิศทาง และระบบนวดหลายจุด ช่วยให้ผู้โดยสารนั่งได้สบายในระยะทางไกล

เบาะแถวที่ 2 ยังมีที่วางแขนแบบยึดแน่น ที่วางแก้ว ช่องต่อ USB/Type-A และ Type C ระบบระบายอากาศเฉพาะตำแหน่งเซนเซอร์ตรวจจับผู้โดยสาร และระบบรีเซตตำแหน่งเบาะแบบสัมผัสเดียว รวมถึงปุ่มปรับตำแหน่งเบาะแบบบิลต์อินบนตัวเบาะ 8 ทิศทาง ช่วยให้การใช้งานสะดวกและแม่นยำ

เบาะนั่งตอนที่ 3 ใช้วัสดุเบาะ NAPPA หนังแท้ผสม PVC พื้นที่สัมภาระสามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ 7, 12 และ 13 ใบตามลำดับ โดยมีพื้นที่สัมภาระท้ายตั้งแต่ 233-1,725 ลิตรสีรถภายในมีให้เลือก 2 สีทั้ง สีดำ และสีเทา

GWM WEY G9

มาพร้อมกับเครื่องฟอกอากาศระบบพลาสมา ระบบทำความสะอาดอากาศในห้องโดยสารอัจฉริยะ Air Quality System (AQS) และม่านบังแดดสำหรับแถวที่ 2 และ 3 อีกด้วย นับว่าเป็นรถยนต์ที่มอบความสะดวกสบายผ่านเทคโนโลยีเหนือระดับได้อย่างลงตัว

ตู้เย็นขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดได้ทั้งชั้นบนและชั้นล่างร่วมกับระบบควบคุมอุณหภูมิสองโหมดได้แก่ โหมดทำความเย็น (0-15 องศาเซลเซียส) และโหมดทำความร้อน (35-50 องศาเซลเซียส) มาพร้อมปริมาณความจุที่ให้มาถึง 12.5 ลิตร มอบความสะดวกสบายแบบเหนือระดับยิ่งกว่าใคร

มอบความเงียบในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี เมื่อความเร็วอยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงห้องโดยสารจะถูกควบคุมอยู่ที่ 65 เดซิเบล ควบคู่กับเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนของเครื่องยนต์ (HALOSonic EOC) ไร้ซึ่งสิ่งรบกวนในการเดินทางไม่ว่าจะขับหรือโดยสารรับรองคันนี้เงียบจริงๆไม่ติงนัง

Performance & Transmission

GWM WEY G9 Hi4

ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดแบบ Hi4 (Hybrid Intelligent 4WD) ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ไฮบริด มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง จากเบนซินเทอร์โบแปรผัน 4 สูบขนาด 1.5 ลิตร รหัส E15BE ให้กำลัง 170 แรงม้า แรงบิด 245 นิวตันเมตรในภาคเครื่องยนต์

จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลัง 109 แรงม้า แรงบิด 170 นิวตันเมตรในส่วนล้อหน้าและล้อหลัง 184 แรงม้า แรงบิด 232 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน แบบ NMC 44.28 kWh เมื่อทำงานร่วมกันได้แรงม้ารวม 442 แรงม้า แรงบิดรวม 642 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ DHT Four-speed hybrid 4 สปีด

GWM WEY G9

ให้ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ไกลถึง 170 กิโลเมตร (NEDC) และวิ่งไกลสุดด้วยน้ำมัน 1 ถัง 1,000 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.7 วินาที ชาร์จได้ทั้งกระแสตรง DC 30-80% กำลังชาร์จสูงสุด 60 kW ภายใน 26 นาที สามารถวิ่งได้อีก 172 กิโลเมตร และชาร์จกระแสสลับ AC 15-100% กำลังไฟ 6.6 kW ภายใน 6.5 ชั่วโมง

Handling & Ride

GWM WEY G9

เพื่อให้ได้ทั้งสมรรถนะ ความประหยัด การยึดเกาะถนนที่มั่นคง สามารถเลือกแหล่งพลังงานที่เหมาะสมให้โดยอัตโนมัติในทุกสภาพการขับขี่ ทาง GWM จัดทริปกรุงเทพฯ-เขาใหญ่ นครราชสีมา ระยะทางรวมไปกลับ 503 กิโลเมตร (ขาไป 320 กิโลเมตร ขากลับ 183 กิโลเมตร)

เริ่มจากการขับขี่แบบอีวีล้วน โหมดการขับขี่ Normal เป็นหลักมี ECO และ Sport มาผสมบ้างจากเส้นรามคำแหง กรุงเทพฯเข้ามอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ไปบางแสนจนถึงหน้าสถานีรถไฟปราจีนบุรี อำเภอเมือง ระยะทาง 230 กิโลเมตร ใช้แบตเตอรี่ไปเพียง 81% (จาก 99-18%) ขับความเร็ว 90-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คันนี้สร้างจุดเด่นตรงที่วิ่งได้ไกลและเมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลงจะเข้าสู่ระบบไฮบริดโดยอัตโนมัติ และการกินไฟนั้นทำได้ 15.9 kWhต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 6.29 กิโลเมตรต่อ kWh

GWM WEY G9

จากปราจีนบุรีเข้าเขาใหญ่โซนนครราชสีมาเป็นเส้นทางชันเน้นขึ้นลงเขาเป็นส่วนใหญ่กลับมาใช้แบบไฮบริด HEV ที่ต้องทำงานร่วมกันหรือสลับกันทั้งเครื่องยนต์กับไฟฟ้า จาก 18% สามารถชาร์จกลับได้อย่างรวดเร็วถึง 40% เรียกว่าระดับชาร์จเพียงพอที่จะขับโหมดอีวีต่อไปจนถึงที่ชาร์จเพื่อชาร์จกลับได้

มีระบบ SOC (State of Charge) หรือระบบจัดการพลังงาน โดยการกินไฟ ทำได้ 9.0 kWhต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 11.11 กิโลเมตรต่อ kWh และการสิ้นเปลืองทำได้ 15.39 กิโลเมตรต่อลิตร ตัวเลขนี้ไม่เลวเลยทีเดียว

โดยรวมของการขับขี่จากพลังเทอร์โบ 1.5 พ่วงแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า กดคันเร่งไป พุ่งไม่รอรอบ การเร่งแซงทำได้นิ่ง สมูทนิ่ง ไม่ว่าจะขับโหมดอีวีหรือไฮบริด มีระบบ ระบบ Braking Energy Regeneration และ One Pedal ปรับการทำงาน ได้อย่างชาญฉลาด รองรับทุกสภาพถนนและทุกสไตล์การใช้งาน

ยิ่งตอนเส้นทางเขาใหญ่ลองใช้ระบบ AWD มันสามารถกระจายกำลังล้อหน้า ล้อหลังได้อย่างสมดุล พ่วงระบบ ITVC (Intelligent Torque Vectoring Control) สามารถปรับแรงบิดของล้อแต่ละข้างตามสถานการณ์การขับขี่ ลดการลื่นไถลได้ดีแม้จะเป็นเนินชัน ภูเขาขึ้น-ลงหลายจุด บอกได้เลยว่าคันนี้รับจบทุกกรณี ระบบเกียร์แม้เป็น 4 สปีดเซดเกียร์มาดีราบรื่นในทุกจังหวะเปลี่ยนเกียร์มาเพื่อเน้นความประหยัดจริงๆโดยไม่กระทบในเรื่องความแรง

GWM WEY G9

พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับน้ำหนักพวงมาลัยให้แปรผันตามความเร็วทั้งการขับในเมืองและทางไกล พร้อมโหมดช่วยผ่อนแรงพวงมาลัย 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมดเบา โหมดสบาย และโหมดสปอร์ต ไม่ว่าจะโหมดไหนให้น้ำหนักดี ตึงมือและคุมง่ายมาก

ดิสก์เบรกสี่ล้อพร้อมครีบระบายความร้อน จับอาการเบรกดีเหยียบฉับไวไม่ลึกไม่ตื้นเบรกแบบพอดีๆ ช่วงล่างมาแบบอิสระ 4 ล้อด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบมัลติลิงก์แบบ 5 Link ยามมาเป็นคนขับกลับให้ความหนึบนุ่มเข้าโค้งดี ไม่โคลงในยามเปลี่ยนเลน

แต่เมื่อมาเป็นผู้โดยสารตอนที่ 2 กลับรู้สึกว่านุ่มเกินเจอถนนที่เป็นหลุมบ่อหรือมาเป็นคลื่นๆในบางจังหวะ รอยต่อสะพาน จะมีอาการย้วยให้รู้สึกได้ในช่วงความเร็ว 90-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าต่ำกว่านั้นนุ่มสบายระดับกลางๆ

Safety & Feature with ADAS

GWM WEY G9

  • จอดอัตโนมัติเต็มรูปแบบ Automatic Parking Assist (APA)
  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ Intelligent Adaptive Cruise Control (IACC)
  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ Traffic Jam Assist (TJA)
  • ช่วยเบรกฉุกเฉินบนทางตรงและทางแยก Automatic Emergency Braking for Intersections (AEBI)
  • ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
  • ช่วยเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ Maneuver Emergency Braking (MEB)
  • ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist (LKA)
  • ช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน Lane Keeping Control (LCK)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน Emergency Lane Keeping (ELK)
  • ช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน Lane Change Assist (LCA)
  • ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
  • ช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross-Traffic Alert  (RCTA)
  • ช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross-Traffic Braking  (RCTB)
  • ช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 Collision Mitigation System (SCM)
  • แจ้งเตือนการเปิดประตู Door Open Warning (DOW)
  • ช่วยเตือนสัญลักษณ์จราจร Traffic Sign Recognition (TSR)
  • แจ้งเตือนการขับรถเร็วเกินกำหนด Overspeed Alert (OA)

ระบบติดต่อเบอร์ฉุกเฉิน กล้องแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 360 องศาพร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) ช่วยออกตัวบนทางชัน และควบคุมความเร็วลงทางลาดชัน (HSA / HDC) ตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS) เซนเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง (6 จุด / 6 จุด) ไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบล็อกป้องกันเด็ก

Verdict

GWM WEY G9

GWM WEY G9 แบบฝึกหัดชั้นดีสำหรับคนที่กล้าๆกลัวๆที่จะข้ามไปเล่นรถอีวีล้วนๆเพราะคันนี้ไม่ต้องง้อที่ชาร์จ (ชาร์จได้ในบางครั้ง) จากเทคโนโลยีปล๊กอินไฮบริด Hi4 ใช้ทั้งเครื่องยนต์และอีวี วิ่งไกลทุกระบบรวมกันถึง 1,000 กิโลเมตร

ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งรับส่งลูก เข้าเมืองทำธุระปะปัง ใช้แบบอีวีล้วนวิ่งเพียวๆได้ร้อยกว่ากิโลหรือจะใช้ทางไกลไปเที่ยวด้วยไฮบริด พวงมาลัยทำงานคม ช่วงล่างหนึบนุ่มในยามขับแต่ย้วยในยามนั่งงานนี้ GWM ต้องปรับช่วงล่างให้สมดุลเท่าๆกันเพื่อการขับขี่อย่างอภิรมย์

จุดเด่นอีกอย่างกับเบาะนั่งทั้ง 3 ตอนนั่งสบายหุ้มหนัง NAPPA ยิ่งตอนที่ 2 แบบ ZERO Gravity มีนทั้งนวด เป่าลมเย็นและอุ่นเบาะ สบายจนหลับ มีตู้เย็นไว้สดชื่นแก้กระหายควบคู่กับดูจอทีวีเพดานเปิดหนัง ฟังเพลง สตรีมมิ่งกันอย่างจุใจ ด้วยค่าตัว 2,349,000 บาทกับเรือนร่างหรูหราลักชัวรีที่น่าสนใจไม่แพ้เอ็มพีวีอีวีเพื่อนร่วมชาติอย่างแน่นอน

ABOUT THE AUTHOR

Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

Latest Posts