เปิดขายจีนเป็นที่แรกของโลกตั้งแต่ปลายปีที่แล้วสำหรับ Hyundai ELEXIO เอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วนไซซ์คอมแพ็คพื้นฐานเดียวกับ KIA EV5
ล่าสุดเปิดตลาดโกลบอลผลิตจีนส่งเวอร์ชันพวงมาลัยขวาไปขายที่ออสเตรเลียแบบทรงกล่องสำหรับ Hyundai ELEXIO
ภายนอกโดดเด่นเฉพาะตัว
เริ่มที่ ไฟหน้า LED 4 ดวงเล็กในโคม พร้อมกระจังหน้าทึบติดตราโลโก้แบบเรืองแสง ใต้ชุดไฟหน้ามีไฟส่องสว่างตอนกลางวัน DRL แบบ LED ลากยาวต่อเนื่องไร้รอยต่อได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดของคริสตัลและผสานรวมของตัวเลข “8” ซึ่งถือเป็นเลขนำโชคของชาวจีน กันชนหน้าดีไซน์แบบทูโทนที่แข็งแกร่ง สะท้อนถึงสไตล์ที่ “พรีเมียมสุดเท่”
ด้านข้างออกแบบให้เห็นถึงเส้นสายที่มีพลังและซุ้มล้อที่โดดเด่นทำให้รถดูแข็งแกร่ง ราวหลังคา มีหลังคาพาโนรามิก ที่จับประตูซ่อนอยู่ในตัวถัง กระจกมองข้าง และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วดูมีสไตล์พร้อมยาง 255/45R20
ด้านหลังสะท้อนถึงด้านหน้าที่มีหลังคาลอยที่มีรูปทรงเฉียงเป็นเอกลักษณ์บนเสา D พร้อมไฟท้าย LED รูปตัว U แนวยาว ครอบใต้กระจกหลังแบบทะลุและรูปลักษณ์เรียบง่าย เสริมด้วยที่ปัดน้ำฝนด้านหลังที่ซ่อนอยู่ โลโก้ Hyundai ถูกผสานเข้ากับกระจกหลัง
ตัวรถสร้างจากพื้นฐาน Electric Global Modular Platform (E-GMP) เป็นแพลตฟอร์มพัฒนาร่วมกับเพื่อนร่วมชายคาเดียวกันทั้ง Hyundai IONIQ 5 Hyundai IONIQ 6 Genesis GV60 KIA EV9 ด้วยมิติใกล้เคียงกับ KIA EV5 ตั้งแต่
- ความยาว 4,615 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,875 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,673 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 166 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,039 กิโลกรัม

ภายในมีจุดเด่น
ด้วยหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ 27 นิ้ว ที่มาพร้อมความละเอียดระดับ 4K และความสว่างสูงถึง 1000 cd/m² พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านเด่นด้วยแป้นกดแตรมีจุดกลม 4 จุด พร้อมก้าน Paddle Shift สำหรับปรับระดับการกู้คืนพลังงานจากการเบรกได้ถึง 4 ระดับ และยังเปิดใช้งานโหมดขับขี่แบบ One-Pedal Driving ได้ด้วย
มาพร้อมแท่นชาร์จไร้สายแบบคู่ ทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า กับช่องเสียบ USB Type-C 5 จุด ลำโพง 6จุด จอแสดงข้อมูลการขับขี่บนแผงคอนโซลหน้า HUD พร้อมกุญแจแบบ Digital Key ทำงานด้วยระบบ NFC ทำงานผ่านสมาร์ตโฟน เพียงแตะ สั่งปลดล็อก ล็อก และสตาร์ทรถ สามารถ แชร์สิทธิ์การเข้าถึง ให้คนอื่นได้อย่างสะดวกผ่านแอปฯ บนมือถือ

เบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold ไฟเรืองแสง Ambient Light 64 สี ไม่ต้องห่วงเรื่องที่เก็บของ เพราะมีช่องเก็บของมากถึง 29 ช่อง กล่องเก็บของแบบเลื่อนได้เพื่อความเป็นส่วนตัว ช่องวางแก้วน้ำแบบปรับขยายได้สองทิศทาง พร้อมพวงมาลัยแบบอุ่น และเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา พร้อมช่องแอร์ด้านหลัง
เบาะนั่งหุ้มกึ่งหนังแท้ โดยฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง ปรับดันหลัง 4 ทิศทางพร้อมระบบความจำตำแหน่งเบาะ ฝั่งคนนั่งปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ระบายอากาศ และอุ่นเบาะนั่งคู่หน้า เบาะหลังพับแบบ 60/40 พร้อมที่วางแก้วในที่พักแขน มีพื้นที่สัมภาระท้ายก่อนพับถึง 506 ลิตร และถ้าพับเบาะจะมีพื้นที่ 1,540 ลิตร พร้อมโทนสีภายใน 2 สีทั้งสีดำ Obsidian Black และสีเทา Dove Grey

ขุมพลังไฟฟ้า
ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP ใช้แรงดันไฟฟ้าเพียง 400V
มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า ด้วยความจุแบตเตอรี่ 88 kWh ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จ 546 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP หรือ 642 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.5 วินาที
ชาร์จมีทั้งแบบกระแสตรง DC รองรับการชาร์จสูงสุด 350 kW ชาร์จเร็ว 10-80% ภายใน 38 นาที ส่วนการชาร์จกระแสสลับ AC ชาร์จช้า รองรับกำลังไฟในการชาร์จ 7 kW 10-100% ภายใน 9.43 ชั่วโมง โดยหัวชาร์จแบบ CCS Type 2 และ AC แบบ Type 2
สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้หลากหลายทั้งแบบ Normal Mode / ECO Mode / Sport Mode และ Smart Mode ช่วยเพิ่มความสนุกสนานและความสปอร์ตในการขับขี่จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 1 speed Reduction Gear พร้อมระบบ i-Pedal – One Pedal Driving Function ยังชาร์จ V2L สามารถต่อกระแสไฟ จากรถยนต์ไปพ่วงใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆได้

ความปลอดภัย Hyundai Smart Sense
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Smart Cruise Control Stop & Go (SCC)
- ช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก Forward Collision-Avoidance Assist Junction Turning Function (FCA-JT)
- ช่วยเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่ออยู่ในจุดอับสายตา Blind-Spot Collision Warning (BCW)
- กล้องมองภาพจุดอับสายตา Blind-Spot View Monitor (BVM)
- เตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ Driver attention warning (DAW)
- ขับขี่อัตโนมัติสำหรับทางหลวง Highway Driving Assist 2 (HDA 2)
- ช่วยจำกัดความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limit Assist (ISLA)
- ควบคุมรถให้อยู่กลางเลน Lane Following Assist (LFA)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist (LKA)
- ตรวจจับขอบถนน road-edge detection
- เตือนและหลีกเลี่ยงการชนขณะจอดรถ-ถอยรถ จอดรถด้านข้าง Parking Collision-Avoidance Assist (forward, side, reverse)
- แจ้งเตือนให้เช็กผู้โดยสารด้านหลัง Rear Occupant Alert (ROA)
- เตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ Rear Cross-traffic Collision Avoidance Assist (RCCA)
ความปลอดภัยมีครบครันทั้ง ระบบเบรก ABS+EBD พร้อมระบบ Multi-Collision Brake (MCB), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC) กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง Surround View Monitor (SVM) เซนเซอร์ช่วยเหลือการเข้าจอดด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง (Parking Distance Warning Front, Side and Rear) สวิตช์ควบคุมเด็กเปิดประตูหลังแบบไฟฟ้า ตรวจวัดลมยาง TPMS และ ถุงลมนิรภัย 9 จุด

เบื่องต้นขายนรุ่นย่อยเดียวรุ่น Elite ขายออสตรเลียในราคารวมค่าใช้จ่ายในการขับขี่ หรือ Drive-Away $59,990 หรือราว 1,269,000 บาทเริ่มไตรมาสแรกของปี 2026 มีสีภายนอก 4 สีทั้ง
- สีเทา Medium Grey
- สีน้ำเงิน Pebble Blue
- สีแดง Dragon Red
- สีดำ Phantom Black
ที่มา Carexpert











