Leapmotor A10 เตรียมล็อกเป้าหมายไปที่สังเวียนที่ดุเดือดที่สุดอย่างตลาดเอสยูวีขนาดเล็ก วางตำแหน่งรองลงมาจากรุ่นพี่อย่าง B10 และงานนี้ไม่ได้มาเดี่ยว เพราะจะควงคู่มากับรถ Hatchback รุ่นน้องที่น่าจะใช้รหัสว่า A05 เปิดตัวแบบ World Premiere อย่างเป็นทางการที่งาน Guangzhou Auto Show

ดีไซน์ภายนอก: เรียบหรู สไตล์ Leapmotor
งานออกแบบของ A10 ยังคงเอกลักษณ์ความโค้งมน ลื่นไหล ตามสไตล์ค่าย จุดที่น่าสนใจคือการออกแบบเรือนกระจก รอบคันที่ให้กลิ่นอายคล้ายกับ Citroen เสริมลุคลุยด้วยกาบพลาสติกกันกระแทกแบบพองาม และชุดไฟ LED รมดำเพิ่มความดุ
ตัวรถในภาพโปรโมทมาในสีเขียว Seaweed Green และสีน้ำตาล Acorn Brown สวมล้ออัลลอยก้านคู่ 5 ก้าน แม้จะยังไม่มีตัวเลขมิติถังรถออกมาเป๊ะๆ แต่กูรูคาดการณ์ว่าน่าจะมีความยาวอยู่ที่ราวๆ 4,200 – 4,300 มม. ซึ่งชัดเจนว่านี่คือพิกัด Small SUV หรือ B-SUV นั่นเอง

Tech & Interior: จิ๋วแต่แจ๋ว
สังเกตจากภายนอกจะเห็นติ่ง Lidar บนหลังคาและเซนเซอร์รอบคัน บ่งบอกได้เลยว่าเจ้านี่จะมาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) แบบจัดเต็มแน่นอน
ส่วนภายในห้องโดยสาร คาดว่าจะมาในสไตล์ Minimalist ตามสูตรถนัดของ Leapmotor คือเน้นจอ Infotainment ใหญ่ๆ แดชบอร์ดคลีนๆ รองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง และด้วยความที่เป็นแพลตฟอร์มรถไฟฟ้า (EV Platform) การจัดสรรพื้นที่ใช้สอยน่าจะทำได้ดีเยี่ยม โดยทาง Leapmotor นิยามรถคันนี้ไว้ว่าเป็น “SUV อัจฉริยะ พรีเมียม และวิ่งได้ไกล”
ในด้านขุมพลัง แม้สเปคยังไม่หลุด แต่คาดว่าจะใช้มอเตอร์เดี่ยว และทำระยะทางวิ่งได้สูสีกับคู่แข่งในคลาสเดียวกัน

แผนการตลาดและคู่แข่ง
Leapmotor A10 และรุ่นน้อง A05 (Supermini) มีแผนบุกตลาดยุโรปในปี 2026 เพื่อสมทบทัพกับรุ่นพี่ที่ลุยไปก่อนหน้าแล้วอย่าง T03, B05, B10 และ C10
- ในจีน: A10 จะต้องฟัดกับเจ้าตลาดอย่าง BYD Yuan Up (หรือที่เรารู้จักกันว่า Atto 2) ซึ่งมีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 96,800 – 119,800 หยวน (ตีเป็นเงินไทยคร่าวๆ ประมาณ 4-5 แสนบาท)
- ในยุโรป: งานนี้บอกเลยว่า “เดือด” เพราะต้องเจอกับเจ้าถิ่นและคู่แข่งเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Citroen e-C3 Aircross, Opel Frontera Electric, Renault 4 E-Tech, Kia EV3, Peugeot E-2008, Fiat 600e, Jeep Avenger, Alfa Romeo Junior, Ford Puma Gen-E รวมถึง Volkswagen ID.Cross และ Skoda Epiq ที่กำลังจะตามมา

สถานการณ์ล่าสุดของ Leapmotor
ฟอร์มกำลังร้อนแรงสุดๆ เพราะยอดขายสะสมทั่วโลกตั้งแต่ มกราคม – กันยายน 2025 กวาดไปแล้วถึง 395,516 คัน (โตขึ้น 129% จากปีก่อน) ส่งผลให้ยอดขายรวมทะลุหลัก 1 ล้านคันไปเรียบร้อย แถมเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็ยังทุบสถิติยอดขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ด้วยตัวเลข 70,289 คัน
Source: Carscoops










