ในที่สุด LEXUS ตัดสินใจปลดป้ายเลิกขายเดินหน้าต่อกับเก๋งใหญ่รุ่นเรือธงอย่าง LEXUS LS 2027 แนะนำรุ่นปรับปรุงใหม่หวังฟาดฟันคู่แข่งจากยุโรป

LEXUS LS 2027 มาในเก๋งซาลูนไซซ์ใหญ่ร่างเจเนอเรชันที่ 5 รหัส XF50 ปรับอีกครั้งตอบโจทย์ผู้นำยุคใหม่ในรอบเกือบ 10 ปี
หน้าเดิมปรับใหม่

ด้วยการเปลี่ยนโลโก้จากโลโก้ตัว แอล มาเป็นตัวอักษร LEXUS แบบพาดเต็ม สำหรับด้านท้าย นอกนั้นหน้าเดิมปรับโฉมครั้งแรกในปี 2020 ยังใช้หน้านี้มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมสี สีขาว “White Nova Glass Flake” ซึ่งเป็นสีสะอาดตา และ สีน้ำเงิน “Deep Blue Mica” ซึ่งผสานความสดใสเข้ากับความแวววาวอันล้ำลึก

ติดตั้งหลังคาซันรูฟแบบมาตรฐาน Tilt-and-Slide เป็นออปชันมาตรฐาน จากเดิมเป็นทางเลือกเสริมและแบบพาโนรามิกให้เลือกในทุกรุ่นย่อย ใหม่!! ติดตั้งแผงกันลมแบบตาข่าย (mesh deflector) ไว้ที่ด้านหน้าลดเสียงรบกวนจากลมเมื่อเปิดหลังคาสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่โปร่งโล่งและกว้างขวางต่อเนื่องไปจนถึงเบาะนั่งด้านหลัง

หล่อเดิมตั้งแต่ไฟหน้า LED แบบ three-bulb พร้อมมุมไฟเลี้ยวสีรมดำ พร้อมไฟ L-shaped DRLs ในโคมเดียวกัน กระจังหน้าทรง Spindle Grill รับกับชุดกันชนหน้าดีไซน์เท่ ชุดโครเมี่ยมชายล่างประตู ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้าย LED กันชนหลังเสริมคิ้วโครเมี่ยมและลิ้นสปลอยเลอร์หลังสีเข้ม กับล้ออัลลอยลายขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 245/50 R19 และ ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 245/45 R20 จากพื้นฐาน TNGA GA-L ตั้งแต่
- ความยาว 5,235 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,900 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,450-1,460 มิลลิเมตร
- ฐานล้อยาว 3,125 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรวม 2,290 – 2,370 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 82 ลิตร
ภายในเน้นสบาย

รุ่น EXECUTIVE เพิ่มสีสันภายในห้องโดยสารให้มีโทนสีหลากหลายขึ้น สามารถเลือกใช้วัสดุตกแต่งแผงคอนโซลเป็นกระจกเจียระไนลวดลาย “คิริโกะ” (Kiriko) ได้อีกด้วย

คอนโซลกลางในชุดแผงคอนโซลด้วยจอสัมผัสขนาดใหญ่ขึ้นขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมการตกแต่งหรูพรีเมี่ยมแบบ Nishijin & Haku ตัดเย็บเบาะนั่งแนวลึกลวดลายสามเหลี่ยมเพิ่มความสะดวกสบาย เพิ่มความประณีตขึ้นอีกระดับ หน้าปัดแสดงการทำงานของรถยนต์ก็ถูกปรับใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม คันเร่ง, เบรก และที่พักเท้าก็ใช้เป็นชิ้นอลูมิเนียม เสริมความดูแข็งแรงให้เพิ่มมากกว่าเดิม
มาตรวัดความเร็วดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมเครื่องเสียงคุณภาพ Mark Levinson QLI ระบบเสียงสามมิติ 16 ช่องทาง พร้อม ลำโพง 23 จุด พร้อมใช้สมาร์ทโฟนเป็นกุญแจดิจิทัลได้พร้อมหน้าจอด้านหลังเบาะคู่หน้าขนาด 11.6 นิ้ว จะให้คุณเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่น ทั้งยังเพลิดเพลินไปกับวิดีโอ ดนตรี และสื่อบันเทิงที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือได้โดยใช้ Miracast หรือ DLNA (Digital Living Network Alliance)

ปรับอุณหภูมิอัจฉริยะ สามารถตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้นั่งแต่ละคน ด้วยเซนเซอร์วัดแสงอินฟราเรด ปรับความสบายให้เหมาะสมกับผู้นั่งโดยทันที เบาะนั่งตอนหน้าไฟฟ้าปรับ 28 ทิศทาง ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระทุกส่วนของร่างกายอย่างพอดี เบาะรองไหล่ช่วยเสริมการขับขี่ สร้างความรู้สึกให้เป็นหนึ่งเดียวกับรถ ส่วนเบาะนั่งตอนหลังควบคุมด้วยไฟฟ้าปรับ 22 ทิศทาง และพนักวางขาไฟฟ้า เบาะนั่งคู่หน้าและหลังแบบอุ่นเบาะเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ควบคุมด้วยไฟฟ้าใช้มอเตอร์ผสานกับระบบนิวเมติก สามารถสูบลมเข้าออกถุงลมเพื่อปรับองศาเก้าอี้ได้ในทุกมุม เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดเบาะนั่งหลังด้านซ้ายสามารถปรับพื้นที่วางขาสูงสุดได้ถึง 1,020 มิลลิเมตร พร้อมนวดผ่อนคลายพร้อมฟังก์ชันกดจุดแบบร้อน ใน่สวนเบาะที่นั่งด้านหลังซ้ายและขวา และมี Automatic Rear Seat Reclining เมื่อไม่มีผู้โดยสารนั่งเบาะหลัง ระบบจะปรับเอนเบาะสอดคล้องกับการเข้าเกียร์ ทั้งยังปรับเบาะให้ต่ำลงเพื่อให้ผู้ขับขี่มองกระจกหลังได้ทัศนวิสัยกว้างขึ้น
เน้นฟูลไฮบริด

ครั้งนี้ตัดเครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร V6 รหัส V35A–FTS เทอร์โบคู่ Twin turbochargers ให้กำลังสูงสุด 421 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,600–4,800 รอบต่อนาที คู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด Direct Shift-10AT ในรุ่น LS500 ออกไป
เหลือเพียงเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid V6 3.5 ลิตร รหัส 8GR–FXS ให้กำลังถึง 299 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิด 356 นิวตันเมตร ที่ 5,100 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์
จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว รุ่น 2NM ให้กำลังถึง 180 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกันได้กำลังสูงถึง 359 แรงม้า คู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด Multi Stage Hybrid System มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ในรุ่น LS500h
พร้อมช่วงล่างถุงลมควบคุมด้วยไฟฟ้า ปรับความสูงของรถที่ปรับเป็นแบบ Normal และ High ได้แล้ว ยังมีโหมด Access จะช่วยยกตัวรถขึ้นอัตโนมัติเมื่อผู้โดยสารต้องการขึ้นหรือลง ทำให้การเข้าออกเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ในรุ่น F Sport คาลิปเปอร์เบรกเป็นสีแดงสปอร์ต พร้อมโลโก้สีเงินที่ดูมีสไตล์และหรูหรา
ระบบควบคุมการเลี้ยวที่ล้อหลังของรถ Dynamic Rear Steering (DRS) ให้มาทุกรุ่น ติดตั้งแถบรองรับหม้อน้ำของรถด้วยวิธีการยึดช่วงล่างของรถทั้งด้านหน้า-หลัง เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวรถ ลดการสั่นสะเทือนของรถด้วยการชิ้นส่วนของยางที่ยึดท่อไอเสียรถ
พร้อมระบบ Teammate ช่วยควบคุมรถขณะการจราจรติดขัด และช่วยจอดรถขณะผู้ขับอยู่ห่างจากตัวรถและมีระบบเก็บข้อมูลภาพจากกล้องหน้าและกล้องหลังและ มีระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกในกรณีฉุกเฉิน

ในรุ่นปี 2027 ปรับใหม่ เสริมความแข็งแรงบริเวณอุโมงค์กลางเพิ่มเติมจากส่วนหน้าและส่วนท้ายที่มีอยู่เดิมให้กับโครงสร้างหลักของรถ ติดตั้ง “REDS (Response-Enhancing Damping Structure)” ลดแรงสั่นสะเทือนด้วยการเคลือบและอบเรซินชนิดเซตตัวด้วยความร้อน (thermosetting resin) ลงบนค้ำยันระบบกันสะเทือนหลังและค้ำยันห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ ซึ่งช่วยลดการสั่นสะเทือนที่มีความถี่สูง
ปรับจูนช่วงล่างปรับความหนืดอัตโนมัติด้วยโช้คอัพไฟฟ้า AVS (Adaptive Variable Suspension) เพื่อควบคุมการยืดและยุบตัวของล้อแต่ละล้อแยกอิสระจากกัน ความนุ่มนวลและเกาะถนนสูงสุด ช่วยลดอาการโคลงกับหน้าทิ่ม-ท้ายยก และ พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) ปรับใหม่ปรับให้คม เป็นธรรมชาติ นิ่งและมั่นคงขึ้น
ความปลอดภัย LEXUS Safety System+ 4.0

อัปเกรดใหม่ปรับตั้งค่าให้ตรวจจับสิ่งกีดขวางและช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้แม่นยำกว่าทั้ง
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบเรดาร์ Dynamic Radar Cruise Control (ACC)
- แจ้งเตือนป้ายจราจรในรถยนต์ Road Sign Assist (RSA)
- แจ้งเตือนการล่าช้าของรถ Departure Delay Notification (TMN)
- ช่วยเหลือการขับขี่เชิงรุก Proactive Driving Assist (PDA)
- ป้องกันก่อนการชน Pre-Collision System (PCS) รองรับคนเดินเท้า (กลางวัน/กลางคืน) และนักปั่นจักรยานจากกลางวันเป็นกลางคืน และรถจักรยานยนต์ (กลางวัน)
- ช่วยบังคับเลี้ยวฉุกเฉินพร้อมระบบบังคับเลี้ยวอัตโนมัติ Emergency Steering Support with Active Steering
- ช่วยเตือนขณะเดินหน้า Front Cross Traffic Alert (FCTA)
- ตรวจจับพฤติกรรมผู้ขับขี่ Driver Monitor Integration
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking (AEB)
- ปรับไฟสูง-ต่ำ อัจฉริยะ Intelligent High-Beam System
- ช่วยเตือนจุดบอดช่วยเตือนขณะถอยรถ Blind Spot Monitor (BSM)
- ช่วยเตือนขณะถอยรถ Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- ถุงลมนิรภัยรอบคันมีถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

LEXUS LS 2027 เปิดขายแล้วที่ญี่ปุ่นเหลือเพียง 3 เกรดทั้งรุ่น EXECUTIVE, รุ่น Version L, รุ่น F SPORT 6 รุ่นย่อย เริ่มต้น 14,140,000-18,050,000 YEN หรือราว 3,029,000-3,867,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยแต่ถ้ารวมภาษีแล้วราคาจะอยู่ที่ 9,939,000-12,685,000 บาท
ที่มา TOYOTA
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day