ทำตลาดเมืองจีนมา 4 ปีและขยายตลาดไปยังตะวันออกกลางและล่าสุดกับออสเตรเลียพวงมาลัยที่แรกของโลกสำหรับ MG7 สปอร์ตซีดานไร้กรอบ

ล่าสุดเปิดตัวรุ่น MY2026 ที่จีน สำหรับ MG7 อัปเกรดออปชันที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ฉับไวทันใจกว่าเดิมทั้งระบบความบันเทิง การสั่งงาน และความปลอดภัยในร่างเดิม
ภายนอกเดิมๆ
ได้แรงบันดาลใจของ MG CYBERSTER มาขัดเกลาจนสมบูรณ์แบบหรูด้วยไฟหน้า LED ทรงสปอร์ตด้านหน้าหล่อ กระจังหน้าทรงทึบมีตราโลโก้พร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ครอบทับกันชนหน้าทรงสปอร์ต ด้านข้างมีประตูรถทั้งสี่บานเป็นแบบ Hardtop ไร้กรอบ กับกระจกรถโอเปราพร้อมกระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยว
ด้านท้ายทรงเท่ด้วยไฟท้าย LED แนวยาว พร้อมโลโก้ MG แถมมีสปอยเลอร์หลังที่ออกแบบมาสามารถยกตัวเมื่อความเร็วรถเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และพับเก็บได้เมื่อความเร็วรถลดลงเหลือ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบบ Ducktail กันชนหลังทูโทนติดตั้งลิ้นสปอยเลอร์หลังสีดำครอบทับกันชนและท่อไอเสียคู่ 2 ฝั่ง
ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาดใหญ่ 18 นิ้วพร้อมยาง 225/50R18 กับ 19 นิ้ว พร้อมยางขนาด 245/40 R19 และ 245/40 ZR19 ตัวรถมาในร่าง สปอร์ตซีดาน 5 ประตูสไตล์ Fastback มีมิติดังนี้
- ความยาว 4,884 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,889 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,447 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,778 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,570-1,650 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 65 ลิตร

ภายในปรับใหม่
ดีไซน์เดิมๆแต่ปรับออปชันด้วยใหม่สั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ AI Large Language Model ช่วยให้การสั่งงานด้วยเสียงเป็นธรรมชาติ เข้าใจบริบทได้ดี และควบคุมฟังก์ชันในรถได้หลากหลายกว่า
นอกนั้นคงเดิมทั้ง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน คอนโซลหน้าที่มีจอขนาดใหญ่แนวยาว 33 นิ้ว ที่รวมทั้ง มาตรวัดดิจิตอลแบบ LCD 10.25 นิ้ว และจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รวมไว้ในชุดเดียวกันรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ประมวลผลเร็วด้วยการใช้ชิปคุณภาพ XIAOLONG 8155 ควบคุมทั้งโหมดการขับขี่ที่กำหนดเองและช่วยจอดอัจฉริยะ
พร้อมลำโพง BOSE 14 จุด จอแสดงข้อมูลเหนือแผงคอนโซลหน้าแบบ AR HUD ขนาด 49 นิ้ว พร้อมที่ชาร์จมือถือไร้สายช่องเสียบ USB-C 2 จุด

พร้อมชุดเบาะนั่งหุ้มหนังแบบ DINAMICA กับหนัง NAPPA ที่มีโทนให้เลือกทั้งสีแดง เขียว และดำ วัสดุหนังผิวสัมผัสคุณภาพสูง และมีพื้นที่ด้านท้ายถึง 375 ลิตรในกรณีไม่พับเบาะหลังแบบ 60/40

ขุมพลังเบนซินเทอร์โบ
มีให้เลือกถึงสองแบบตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร รหัส 20A4E ให้กำลังสูงสุด 261 แรงม้าที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 405 นิวตันเมตรที่ 1,750-3,500 รอบต่อนาที ให้อัตราเร่งแรง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 6.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประหยัดน้ำมัน 14.41 กิโลเมตรต่อลิตร ตามมาตรฐาน WLTC หรือ 16.13 กิโลเมตรต่อลิตร ตามมาตรฐาน NDEC จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดของ ZF ในรุ่น 405 VGTI
และเบนซินเทอร์โบแปรผัน VGT รหัส 15E4E ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 188 แรงม้าที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 300 นิวตันเมตรที่ 1,500-4,000 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประหยัดน้ำมัน 16 กิโลเมตรต่อลิตร ตามมาตรฐาน WLTC หรือ 17.86 กิโลเมตรต่อลิตร ตามมาตรฐาน NDEC จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ DCT 7 สปีด

ทั้งคู่มาพร้อมโหมดการขับขี่ได้แก่ โหมด Normal, โหมด Eco, โหมด Sport, โหมด Super Sport แรงเหนือชั้น ประหยัดเหลือเชื่อ และปุ่ม X-Mode สามารถเซตค่าต่างๆได้มากกว่า 150 รูปแบบ โดยเซตตั้งค่าทั้งความสามารถเครื่องยนต์ การตอบสนองของพวงมาลัย เสียงท่อไอเสีย มีเฟืองท้ายไฟฟ้า E-LSD กับ mCDC ช่วงล่างอัจฉริยะควบคุมด้วยไฟฟ้า
พร้อมความปลอดภัยพัฒนาใหม่ด้วยการติดตั้งระบบ NGP (Navigation Guided Pilot) ใช้ฮาร์ดแวร์ตรวจจับรอบคันถึง 23 จุด ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ช่วยขับขี่อัจฉริยะ Advanced Driver – Assistance Systems (ADAS) ครอบคลุม 22 รายการเช่น
- ควบคุมความเร็วอัจฉริยะ ISC (Intelligent Cruise System)
- ช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ALC (Intelligent Lane Change Assist System)
- ควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ ACC (Adaptive Cruise Control)
- ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Brake)
- ช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
- ช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
- ช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
- ช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
- ช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันอัจฉริยะ ICA (Intelligent Cruise Assist)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
- ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
- เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
- จดจำป้ายจราจร TSR (Traffic Sign Reminder)
- ช่วยจอดอัจฉริยะ PDC (Parking Car Assist Reminder)
นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัย กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) พร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง กุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์

MG7 MY2026 จากที่เคยนำพื้นฐานของ Rover 75 มาแปะตรา MG ครั้งนี้ไฉไลยิ่งกว่าเปิดขายจีนทั้งหมด 4 รุ่นย่อยเริ่ม 116,900-154,900 Yuan หรือราว 525,000-695,000 บาท โดยมีสีภายนอก 5 สี
- ใหม่!!สีฟ้าอ่อน Icelandic Blue
- สีดำ Ink jade black
- สีเขียวเข้ม Philadelphia
- สีเทา Andean gray
- สีขาว Glazed porcelain white
ที่มา CarNewsChina










