สเปนเริ่มบังคับจดทะเบียน ทำประกัน และติดป้ายสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2026 เพื่อควบคุมความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ และกำหนดความรับผิดชอบทางกฎหมาย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Micro Mobility Scooter หรือยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยและประเทศในยุโรป อย่าง สเปน ภาครัฐเริ่มออกมาตรการควบคุมเพื่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบในการใช้ถนน ซึ่งบทความนี้จะอธิบายกฎหมายใหม่ของสเปน และนำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในประเทศไทย เพื่อวิเคราะห์ว่าประเทศไทยควรหรือไม่ควรเริ่มบังคับจดทะเบียน micro mobility scooter
สเปนเริ่มบังคับจดทะเบียนและทำประกันสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2026
สำนักงานการจราจรสเปน (DGT – Dirección General de Tráfico) ประกาศเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่กำหนดให้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (VMP – Vehículos de Movilidad Personal) ต้องจดทะเบียน มีป้ายระบุตัวตน และทำประกันภัยภาคบังคับ ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2026 เป็นต้นไป
กฎหมายสเปน: บังคับจดทะเบียนและทำประกัน
ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2026 เป็นต้นไป หน่วยงานจราจรกลางของสเปน (DGT) เริ่มบังคับใช้กฎหมายให้ Micro Mobility Scooter ต้องลงทะเบียนกับรัฐ มีป้ายหรือสติกเกอร์ระบุตัวตน และทำประกันภาคบังคับ หากมีผู้ฝ่าฝืนอาจถูกปรับตั้งแต่ 200 ถึง 1,000 ยูโร ซึ่งกำหนดวงเงินคุ้มครองขั้นต่ำสำหรับความเสียหายต่อบุคคลและทรัพย์สิน โดยมาตรการนี้เกิดจากจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและจำนวนอุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐต้องสามารถระบุตัวเจ้าของรถและความรับผิดชอบทางกฎหมายได้
และสำหรับกลุ่ม VMP ที่มีน้ำหนักมากกว่า 25 กิโลกรัม หรือทำความเร็วได้เกิน 14 กม./ชม. ทาง DGT มองว่ายานพาหนะกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงกว่า จะต้องมีประกันภาคบังคับ ภายในวันที่ 26 มกราคม 2026 แม้ว่าระบบทะเบียนกลางจะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม

สถานการณ์ในประเทศไทย
ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีข้อบังคับให้ ไมโคร โมบิลิตี้ สกู๊ตเตอร์ ต้องจดทะเบียนหรือทำประกัน โดยภาพรวมอยู่ภายใต้มาตรการดังนี้:
- นิยามทางกฎหมายยังไม่ชัด
ไทยยังไม่มีการนิยาม ไมโคร โมบิลิตี้ สกู๊ตเตอร์ เป็น “รถ” ตามกฎหมายจราจรทางบก จึงไม่เข้าข่ายการต้องมีทะเบียนหรือป้าย - ข้อบังคับความปลอดภัย
ในบางพื้นที่ เช่น เขตกรุงเทพมหานคร หรือเมืองท่องเที่ยว อาจมีข้อกำหนดให้ใส่อุปกรณ์ป้องกันหัว เช่น หมวกกันน็อก แต่ยังไม่มีข้อบังคับทั่วประเทศ - การประกันภัย
ยังไม่มีการบังคับให้ทำประกันภาคบังคับสำหรับผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือซ่อมแซมจากเงินของตนเอง
ข้อดี/ข้อเสีย ถ้าประเทศไทยควรบังคับจดทะเบียน
ข้อดี
- เพิ่มความปลอดภัย
การบังคับจดทะเบียนทำให้สามารถติดตามสถิติการใช้งานและอุบัติเหตุ เพื่อวางมาตรการปรับปรุง - รับผิดชอบต่อชุมชนมากขึ้น
ระบบทะเบียนและประกันจะเชื่อมโยงถึงผู้ใช้ ทำให้เกิดความรับผิดชอบต่อสังคม - ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างมีมาตรฐาน
การกำหนดข้อบังคับส่งเสริมให้ผู้ผลิตและผู้ให้บริการพัฒนาอุปกรณ์ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
ข้อเสีย
- ภาระและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การจดทะเบียน ประกัน และติดป้ายจะเพิ่มต้นทุนให้แก่ประชาชน ซึ่งอาจขัดกับวัตถุประสงค์ของการส่งเสริม micro mobility - ระบบราชการต้องพร้อม
ภาครัฐต้องลงทุนในระบบข้อมูลทะเบียนและการบังคับใช้ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรและเวลา
แนวโน้มในอนาคตของประเทศไทย
มีความเป็นไปได้ว่าประเทศไทยจะเริ่มควบคุม ไมโคร โมบิลิตี้ สกู๊ตเตอร์ มากขึ้นในอนาคต โดยอาจเริ่มจากมาตรการเบา เช่น การจำกัดความเร็ว การกำหนดพื้นที่ใช้งาน หรือการบังคับใช้อุปกรณ์ความปลอดภัย ก่อนจะพิจารณาเรื่องการจดทะเบียนและประกันภาคบังคับในระยะถัดไป
ตัวอย่างนโยบายต่างประเทศที่น่าสนใจ
นอกเหนือจากสเปน หลายประเทศในยุโรปเริ่มกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เช่น:
- จำกัดความเร็วสูงสุดตามโซนเมือง
- กำหนดเครื่องหมายหรือป้ายจราจรเฉพาะ
- แยกเลนสำหรับยานพาหนะขนาดเล็ก
แนวทางเหล่านี้สามารถนำมาศึกษาเป็นแบบอย่างสำหรับประเทศไทยได้

สรุป
แม้ว่า ไมโคร โมบิลิตี้ สกู๊ตเตอร์ ยังไม่ต้องจดทะเบียนในประเทศไทยตามกฎหมายปัจจุบัน แต่การเติบโตของผู้ใช้และกรณีศึกษาจากนานาประเทศชี้ให้เห็นว่าการควบคุมในระดับหนึ่งอาจมีความจำเป็นในอนาคต โดยบทบาทของผู้กำหนดนโยบายควรพิจารณาทั้งด้านความปลอดภัย การส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต้นทุนของประชาชนอย่างรอบด้าน
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day














