Home ข่าวสาร ข่าวรถต่างประเทศ MITSUBISHI PAJERO 2027 โผล่เผยเข้มราชาออฟโรด นัดเปิดตัว 2 ก.ย.

MITSUBISHI PAJERO 2027 โผล่เผยเข้มราชาออฟโรด นัดเปิดตัว 2 ก.ย.

0
MITSUBISHI PAJERO 2027 โผล่เผยเข้มราชาออฟโรด นัดเปิดตัว 2 ก.ย.

พรุ่งนี้แล้ว (2 กันยายน) ที่ MITSUBISHI MOTORS เปิดตัวอย่างเป็นทางการของ MITSUBISHI PAJERO 2027 ราชาออฟโรดเจเนอเรชันที่ 5 

MITSUBISHI

แต่ก่อนเปิดตัวในวันรุ่งขึ้น MITSUBISHI MOTORS ส่งทีเซอร์ครั้งสุดท้ายมาในรูปแบบวีดีโอแนวตั้งมาฝากแฟนๆค่ายทรีไดมอนด์ให้ชมกันสำหรับ MITSUBISHI PAJERO 2027 เจเนอเรชันใหม่

MITSUBISHI

โดยเน้นหน้าตาภายนอกในแบบเงาแม้จะเห็นภายนอกบางส่วนบอกได้เลยว่ามาอย่างเจ๋งมาอย่างเท่ตั้งแต่ กระจังหน้าแนวนอนพร้อมตราโลโก้ มิตซูบิชิ สีเงินขนาดใหญ่ ประกบด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED รูปตัวทีลากยาวบนโลโก้ พร้อมไฟหน้า LED ทรงเล็ก กันชนหน้าแบบสปอร์ตเสริมคิ้วชายล่างสีเงินพร้อมไฟหรี่ไฟสูงไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED

MITSUBISHI

ช่องระบายอากาศติดบังโคลนหน้าพร้อมตราชื่อ PAJERO ราวหลังคา บันไดข้าง เสา C ตกแต่งกรอบสีดำเส้นแนวนอนและไฟท้าย LED โดยตัวรถเกือบจะเหมือนกับ Pajero เจนที่แล้วโดยมีความยาวเท่ากัน แต่แคบกว่า 25 มิลลิเมตร และสูงกว่า 50 มิลลิเมตร โดยมีมิติดังนี้

  • ความยาว 4,900 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,895 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,850 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 2,780 มิลลิเมตร

MITSUBISHI

ภายในแน่นอนว่าเป็น 3 แถว 7 ที่นั่งพร้อมออปชันครบครันทั้งหน้าจอสัมผัสระบบความบันเทิงขนาด 9 นิ้ว หรือ 12.3 นิ้ว รวมถึงมาตรวัดความเร็วแบบดิจิทัลมีทั้งขนาด 7 กับ 12.3 นิ้ว รวมถึงที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายและพอร์ตชาร์จ USB-C ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

พร้อมฟังก์ชันอมตะ หน้าจอ “มัลติมิเตอร์” แบบดิจิทัล จอแสดงผลที่ถูกออกแบบเป็นมาตรวัดสามส่วนครอบคลุมข้อมูลสำคัญ อาทิ ความสูงจากระดับน้ำทะเลเข็มทิศ อุณหภูมิภายนอก องศาความลาดชันและความเอียงของตัวรถ รวมถึงการกระจายแรงบิดซ้าย-ขวา ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามการแสดงผลการขับขี่ รวมถึงการตอบสนองของตัวรถได้แบบเรียลไทม์

MITSUBISHI

กลับมาใช้แชสซีส์แบบขั้นบันไดหรือแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) เต็มรูปแบบ พราะตลอด 4 เจเนอเรชันที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนเรื่องความทรหดเริ่มที่เจเนอเรชันที่ 1 กับ 2 ด้วยแชสซีส์แบบขั้นบันได Ladder Frame เต็มรูปแบบและยังใช้ร่วมกับ MITSUBISHI CYCLONE กับ STRADA (L200)

แต่มาเป็นเจเนอเรชันที่ 3 กับ 4 เป็นการผสมผสานระหว่างแชสซีส์แบบขั้นบันได ฝังในใต้โครงห้องโดยสารกับตัวถังโมโนค็อกเป็นหนึ่งเดียว Monocoque Body with Built-in Ladder Frame

แชสซีส์แบบขั้นบันไดหรือ แลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ผสานการทำงานกับระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาทางวิศวกรรม เพื่อสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่เหนือระดับ ช่วยเสริมศักยภาพการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับเส้นทางทุรกันดารที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อและแรงกระแทกสูง ออกแบบใหม่หมดเพื่อความแข็งแกร่งและทนทานเป็นพิเศษ

MITSUBISHI

ขุมพลังเป็นดีเซลเทอร์โบคู่จากกระบะ MITSUBISHI TRITON มาด้วยพลังคลีนดีเซลไฮเปอร์เพาเวอร์ (Twin Turbo Hyper Power Engine) ขนาด 2.4 ลิตร 4N16 High Power ให้กำลัง 204 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 470 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,750 รอบต่อนาที คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

อาจมีการปรับพลังให้มีเรี่ยวแรงมากขึ้นกว่าเดิมและระบบส่งกำลังพัฒนาใหม่สำหรับคันนี้โดยเฉพาะเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รวมถึงระบบ Mild Hybrid 48V โดยมีความสามารถในการลากจูงมากถึง 3.5 ตัน และอาจมีขุมพลัง Plug In Hybrid เข้ามาด้วย

MITSUBISHI

นอกจากนี้ยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) ควบคุมการส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่และการเบรกแต่ละล้ออย่างอิสระ เพื่อช่วยให้รถทรงตัวดีเยี่ยม เกาะถนนแม่นยำ ครอบคลุมทุกสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย ควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง Active Yaw Control: AYC และป้องกันการลื่นไถลเข้ามา มีกันถึง 7 โหมดทั้ง

  • NORMAL
  • ECO
  • POWER
  • SAND
  • GRAVEL
  • SNOW
  • MUD

ลิมิเต็ดสลิปที่เฟืองท้าย (Limited Slip Differential: LSD) ช่วยกระจายกำลังด้วยอัตราส่วนร้อยละ 40 ที่ล้อหน้าและร้อยละ 60 ที่ล้อหลัง สร้างความมั่นใจในสมรรถนะการยึดเกาะถนนและประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง มีระบบการขับเคลื่อนให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H, 4H, 4HLc และ 4LLc พร้อมระบบความปลอดภัยรอบคันด้วย MI-PILOT (My Pilot / Mitsubishi Intelligent-PILOT)

Mitsubishi Pajero 2027

MITSUBISHI PAJERO 2027 เตรียมเผยโฉมอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กันยายน ที่ประเทศญี่ปุ่นที่แรกของโลก ส่วนเมืองไทยในฐานะฮับการผลิตที่โรงงานแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เตรียมเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้

ที่มา MITSUBISHI


ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day