หลังเผย 2 จุดเด่นทั้งดีไซน์และฟังก์ชันอมตะ “มัลติมิเตอร์” ที่อยู่คู่กับ MITSUBISHI PAJERO เจเนอเรชันที่ 5 ล่าสุดปล่อยของรอบที่ 3

กับการกลับมาของแชสซีส์แบบขั้นบันไดหรือ แลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) เต็มรูปแบบ สำหรับ MITSUBISHI PAJERO 2027
เพราะตลอด 4 เจเนอเรชันที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนเรื่องความทรหดเริ่มที่เจนที่ 1 กับ เจนที่ 2 มาพร้อมแชสซีส์แบบขั้นบันได Ladder Frame เต็มรูปแบบและยังใช้ร่วมกับ MITSUBISHI STRADA (L200) แต่มาเป็นเจนที่ 3 กับ 4 เป็นการผสมผสานระหว่างแชสซีส์แบบขั้นบันได ฝังในใต้โครงห้องโดยสารกับตัวถังโมโนค็อกเป็นหนึ่งเดียว Monocoque Body with Built-in Ladder Frame
โดยแชสซีส์แบบขั้นบันไดหรือ แลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ผสานการทำงานกับระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาทางวิศวกรรม เพื่อสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่เหนือระดับ ช่วยเสริมศักยภาพการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับเส้นทางทุรกันดารที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อและแรงกระแทกสูง ออกแบบใหม่หมดเพื่อความแข็งแกร่งและทนทานเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) ควบคุมการส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่และการเบรกแต่ละล้ออย่างอิสระ เพื่อช่วยให้รถทรงตัวดีเยี่ยม เกาะถนนแม่นยำ ครอบคลุมทุกสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย ควบคุมทั้งแรงบิดและควบคุมการเบรก Active Yaw Control: AYC และป้องกันการลื่นไถลเข้ามา มีกันถึง 7 โหมดทั้ง
- NORMAL
- ECO
- POWER
- SAND
- GRAVEL
- SNOW
- MUD

หน้าตาไม่ต่างจาก Mitsubishi DESTINATORเริ่มที่กระจังหน้าแนวนอนคล้ายๆ Honda HR-V กันชนหน้าลงตัวด้วยแผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง ไฟหน้า LED ทรงเล็ก ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED กันชนหน้าแบบสปอร์ตเสริมคิ้วชายล่างสีเงินพร้อมไฟหรี่ไฟสูงไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED ราวหลังคา บันไดข้าง เสา C ตกแต่งกรอบสีดำเส้นแนวนอนและไฟท้าย LED
โดยตัวรถเกือบจะเหมือนกับ Pajero เจนที่แล้วโดยมีความยาวเท่ากัน แต่แคบกว่า 25 มิลลิเมตร และสูงกว่า 50 มิลลิเมตร โดยมีมิติดังนี้
- ความยาว 4,900 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,895 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,850 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,780 มิลลิเมตร

ภายในแน่นอนว่าเป็น 3 แถว 7 ที่นั่งพร้อมออปชันครบครันทั้งหน้าจอสัมผัสระบบความบันเทิงขนาด 9 นิ้ว หรือ 12.3 นิ้ว รวมถึงมาตรวัดความเร็วแบบดิจิทัลมีทั้งขนาด 7 กับ 12.3 นิ้ว รวมถึงที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายและพอร์ตชาร์จ USB-C ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
พร้อมฟังก์ชันอมตะ หน้าจอ “มัลติมิเตอร์” แบบดิจิทัล จอแสดงผลที่ถูกออกแบบเป็นมาตรวัดสามส่วนครอบคลุมข้อมูลสำคัญ อาทิ ความสูงจากระดับน้ำทะเลเข็มทิศ อุณหภูมิภายนอก องศาความลาดชันและความเอียงของตัวรถ รวมถึงการกระจายแรงบิดซ้าย-ขวา ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามการแสดงผลการขับขี่ รวมถึงการตอบสนองของตัวรถได้แบบเรียลไทม์

ขุมพลังเป็นดีเซลเทอร์โบคู่จากกระบะ MITSUBISHI TRITON มาด้วยพลังคลีนดีเซลไฮเปอร์เพาเวอร์ (Twin Turbo Hyper Power Engine) ขนาด 2.4 ลิตร 4N16 High Power ให้กำลัง 204 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 470 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,750 รอบต่อนาที คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
อาจมีการปรับพลังให้มีเรี่ยวแรงมากขึ้นกว่าเดิมและระบบส่งกำลังพัฒนาใหม่สำหรับคันนี้โดยเฉพาะเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รวมถึงระบบ Mild Hybrid 48V โดยมีความสามารถในการลากจูงมากถึง 3.5 ตัน และอาจมีขุมพลัง Plug In Hybrid เข้ามาด้วย

พร้อมโหมดการขับขี่แบบ Sport มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Super Select 4WD II ที่มีการตรวจจับแรงบิดด้วยระบบลิมิเต็ดสลิปที่เฟืองท้าย (Limited Slip Differential: LSD) ช่วยกระจายกำลังด้วยอัตราส่วนร้อยละ 40 ที่ล้อหน้าและร้อยละ 60 ที่ล้อหลัง
สร้างความมั่นใจในสมรรถนะการยึดเกาะถนนและประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง มีระบบการขับเคลื่อนให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H, 4H, 4HLc และ 4LLc พร้อมโหมดการขับขี่ 7 โหมดทั้ง NORMAL ECO POWER SAND GRAVEL SNOW และ MUD
มีระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) เพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้งด้วยการควบคุมการขับเคลื่อนและแรงดันเบรกที่ล้อด้านในและนอกโค้งให้มีความสมดุลอย่างมีประสิทธิภาพพร้อมระบบความปลอดภัยรอบคันด้วย MI-PILOT (My Pilot / Mitsubishi Intelligent-PILOT)

MITSUBISHI PAJERO 2027 สานต่อความสำเร็จ ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 3.25 ล้านคัน ครอบคลุมกว่า 170 ประเทศเป็นการยุบรวม Mitsubishi PAJERO SPORT มาไว้ในคันเดียว เจนใหม่ประกอบที่โรงงานแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เตรียมเผยโฉมช่วงเดือนกันยายน (ไตรมาสที่ 3) หรือ ตุลาคม (ไตรมาสที่ 4) ลุ้นกันว่าไทยหรือญี่ปุ่นใครจะเปิดตัวก่อน
ที่มาภาพ Bank Kanchanavilai
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day