ใครที่ใช้รถไฟฟ้า MRT และถือบัตร MRT และ MRT Plus แบบเติมเงินเดิม ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป MRT เปลี่ยนระบบตั๋วครั้งใหญ่ เข้าสู่ยุคการชำระค่าโดยสารด้วยบัตร EMV Contactless และระบบตั๋วร่วมดิจิทัล ให้สามารถ แตะจ่ายเต็มรูปแบบ บัตรเติมเงินแบบเก่ากำลังจะถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ
MRT เดินหน้าปรับระบบตั๋ว
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมกับ Bangkok Expressway and Metro (BEM) เตรียมเดินหน้าแผน ยกระดับระบบจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT ครั้งใหญ่ เตรียมปรับรูปแบบเข้าสู่ระบบ EMV Contactless ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
นาย กาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. ระบุว่า ปัจจุบันผู้โดยสารเริ่มใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบอกได้ถึงความพร้อมผู้ใช้งานในการเข้าสู่ระบบชำระค่าโดยสารด้วยระบบดิจิทัล ทำให้ รฟม. และ BEM ตัดสินใจเดินหน้าแผน AFC Migration Plan เพื่อเปลี่ยนระบบจัดเก็บค่าโดยสารเข้าสู่รูปแบบ Account-Based Ticketing (ABT)
โดยระบบใหม่นี้จะเป็นการย้ายข้อมูลการเดินทางจากตัวบัตรไปเก็บบนเซิร์ฟเวอร์กลางแทน ซึ่งแตกต่างจากระบบเดิมแบบ Card-Based Ticketing (CBT) ที่ข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บอยู่ภายในบัตร
สำหรับข้อดีของระบบใหม่ อย่าง ABT คือผู้โดยสารสามารถตรวจสอบประวัติการเดินทาง จัดการบัญชี และเชื่อมต่อบริการต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น พร้อมรองรับการพัฒนาระบบตั๋วร่วมในอนาคต
นอกจากนี้ ในการเปลี่ยนแปลงระบบจะเหมือนเป็นการปิดฉากระบบตั๋วแบบเดิมที่ใช้งานมาหลายปี ในทางกลับกันจะเป็นจุดเริ่มต้นของโครงสร้างตั๋วร่วมดิจิทัลยุคใหม่ของระบบขนส่งสาธารณะไทย
ทำให้หลังจากเปิดใช้งานระบบใหม่ บัตรเติมเงิน MRT และ MRT Plus แบบเดิม จะไม่สามารถใช้เดินทางได้อีกต่อไป
เปลี่ยนบัตรใหม่ฟรี บัตร MRT เดิม ใช้ได้ถึงสิ้นพฤษภาคม 69
รฟม. ได้มีการกำหนดไทม์ไลน์การเปลี่ยนผ่าน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ยุติการเติมเงินเข้าบัตร MRT และ MRT Plus ทุกช่องทาง
- สามารถใช้วงเงินคงเหลือในการเดินทางได้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569
- วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป บัตร MRT และ MRT Plus แบบเดิมจะถูกยุติการใช้งาน ไม่สามารถใช้เดินทางได้อีกต่อไป
สำหรับผู้โดยสารที่ยังถือบัตร MRT หรือ MRT Plus สามารถนำบัตรมาเปลี่ยนเป็น บัตรแมงมุม EMV ได้ฟรี โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการออกบัตร
- เปิดให้เปลี่ยนบัตรตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2569
- ขอคืนเงินคงเหลือจากบัตรเดิมได้
- จำกัด 1 คน ต่อ 1 ใบ
- ติดต่อได้ที่ MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วงทุกสถานี
แตะบัตรเครดิต เดบิต ใช้ MRT ได้เลย
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เมื่อเข้าสู่ระบบ EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ ผู้โดยสารสามารถใช้บัตรที่รองรับ Contactless แตะเข้า MRT ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องใช้บัตร MRT หรือแลกเหรียญโดยสารแบบเดิม
รองรับทั้ง
- บัตรเครดิต Visa
- บัตรเครดิต Mastercard
- บัตรเดบิต Contactless
- บัตรพรีเพด
- บัตร UnionPay จากธนาคารที่ร่วมรายการ
รวมทั้งบัตรใหม่อย่าง Mangmoom EMV เพื่อช่วยให้การเดินทางเชื่อมต่อกับระบบการชำระเงินในชีวิตประจำวันได้สะดวกมากขึ้น
บัตรแมงมุม EMV เครื่องหลักของระบบตั๋วร่วม
สำหรับบัตรแมงมุม EMV จะไม่ได้ใช้แค่กับ MRT เท่านั้น แต่ถูกออกแบบให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักของระบบตั๋วร่วมในอนาคต
รองรับการใช้งานทั้ง
-
MRT สายสีน้ำเงิน
-
MRT สายสีม่วง
-
สายสีเหลือง
-
สายสีชมพู
-
สายสีแดง
- รถไฟฟ้าสายอื่น (ในอนาคต)
- รถเมล์
- ทางด่วน
- ร้านค้าที่รับ Visa
- บริการออนไลน์
บัตรจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
- Student
- Adult
- Elder
โดยผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับส่วนลดค่าโดยสาร MRT สูงสุด 50% ส่วนนักเรียนและนักศึกษาที่มีอายุระหว่าง 15 – 23 ปี จะได้รับส่วนลด 10%
ตั๋วร่วม เชื่อมต่อหลายสายด้วยบัตรใบเดียว
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของระบบใหม่ คือการผลักดันตั๋วร่วมให้เชื่อมโยงระบบขนส่งได้มากขึ้น
โดยผู้ถือบัตร EMV จะได้รับส่วนลดค่าโดยสารเมื่อเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าตามจุดเชื่อมต่อที่กำหนด เช่น
- สถานีเตาปูน
- สถานีลาดพร้าว
- สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี
ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยให้การเดินทางหลายระบบสะดวกขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้โดยสาร
สำหรับระยะถัดไป รฟม. ยังเตรียมยกเลิกเหรียญโดยสารเที่ยวเดียว หรือ Token ภายในวันที่ 1 มกราคม 2570
โดยจะเปลี่ยนไปใช้ QR Ticket แทน เพื่อผลักดันเข้าสู่ระบบขนส่งไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจดูเหมือนเป็นแค่การเปลี่ยนรูปแบบบัตรโดยสาร แต่ในภาพรวมถือเป็นการยกระดับโครงสร้างระบบขนส่งสาธารณะไทยครั้งสำคัญ เพื่อเข้าสู่มาตรฐานดิจิทัล ที่เชื่อมโยงข้อมูล การชำระเงิน และบริการเดินทางเข้าด้วยกันมากขึ้น
ข้อมูลจาก : spacebar.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com















