NISSAN NOTE เจเนอเรชันที่ 3 เปิดตัวรุ่นปรับปรุงปี 2027 ปรับยกตระกูลพร้อมรุ่นใหม่ Black Edition เสริมเข้มเสริมหล่อกระตุ้นตลาดรถอีกครั้ง

Nissan NOTE 2027 เพิ่มออปชันใหม่สำหรับ NOTE ทุกรุ่นและยังเพิ่มรุ่นพิเศษ Nissan NOTE AUTECH LINE เริ่มที่
NOTE 2027

มาพร้อมกระจังหน้า V-Motion ขนาดใหญ่ออกแบบเส้นแนวนอนห้าชั้นขอบบนสีเทาเข้มสลับกับสีเดียวกับตัวรถประทับตรา Nissan ขนาดใหญ่ พร้อมฝาครอบล้อลายเรขาคณิตกับกระทะล้อขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 185/60R16
ชุดไฟโคมใหม่สี่ดวงแบบ Adaptive LED ออกแบบเส้นนอนซ้าย-ขวา สามเส้นเข้ากันกับชุดกระจังหน้า กันชนหน้าออกแบบเข้ากันลงตัว กระจกมองข้างทรงสปูน ไฟท้ายรมดำแบบ LED แบบเดียวกับรุ่น ARIYA กันชนท้ายติดตั้งแผงทับทิมสะท้อนแสงแนวตั้งตกแต่งสีเดียวกับตัวรถ

ภายในตกแต่งสไตล์ mizuhiki motif ในชุดแผงคอนโซลหน้าลวดลายแผงแบบ Notebook เบาะผ้าลายใหม่เลือกได้ทั้งสีเข้มและสีอ่อน มาตรวัดขนาดใหญ่ Full Digital LCD 12.3 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 9 นิ้ว รองรับระบบนำทาง ที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกันไม่ละสายตาขณะขับขี่ คั่นกลางด้วยกล่องคอนโซลกลางแนวยาวเป็นชิ้นเดียวเสริมความสวยงามลงตัว
ที่นั่งด้านหลังขนาดใหญ่โล่งโปร่งสบาย รวมถึงบุฉนวนเพิ่มขึ้นที่หลังคาและประตู เพิ่มความเงียบในห้องโดยสารมากขึ้น ออกแบบเก๊ะเก็บของใต้แผงคอนโซลหน้าด้านคนนั่งถึงสองชั้นจุใหญ่ขึ้นใส่ของได้เยอะขึ้น มีระบบล็อกและปลดล็อกรถอัตโนมัติเมื่อคุณเข้าใกล้รถหรือออกจากรถสบายยิ่งขึ้น
ใหม่!! พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน หุ้มหนังเทียมใหม่จากวัสดุ “TailorFit” ให้ความรู้สึกคุณภาพสูงและทนทานคล้ายกับหนัง NAPPA แทนที่พวงมาลัยหุ้มหนังแท้แบบเดิม ให้เป็นออปชันมาตรฐานทุกรุ่น ยกเว้น NOTE รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่ไม่ติดตั้ง cold-weather package ทั้ง
- ระบบอุ่นที่พวงมาลัยกับเบาะนั่งคู่หน้า
- กระจกมองข้างไล่ฝ้า
- สตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกล (Remote Engine Start)
- ท่อเป่าลมอุ่นจากพื้นสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (Rear Floor Heater Ducts)
NOTE AURA 2027

รุ่น AURA มาพร้อมกระจังหน้า Digital V-motion รูปทรง “โล่ หรือ shield” ออกแบบประกบไฟหน้าทรงเรียว Ultra-thin LED headlights ไฟเลี้ยว LED sequential turn lamps ในชุดกันชนหน้าทรงสปอร์ต กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมหลังคาสีดำ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง 205/50 R17

โทนสีภายในใช้สีดำและสีเทา ไวมาราเนอร์” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสุนัขขนสีเทาขนาดใหญ่ออกแนวน้ำตาลอมเทารวมถึงวัสดุหุ้มเบาะแบบกึ่งหนังกึ่งผ้าเดินด้ายน้ำเงินเขียว พร้อมการตกแต่งลายไม้เข้มๆ วัสดุหุ้มหนังสัมผัสหรูๆทั้งในแผงคอนโซลหน้า ที่เท้าแขน และบุแผงประตูมาในโทนสีอ่อนลง ใหม่!! เพิ่มระบบอุ่นที่พวงมาลัยกับเบาะนั่งคู่หน้า
NOTE AURA NISMO 2027

รุ่น AURA NISMO มาพร้อมยางใหม่ “MICHELIN PILOT SPORT 5” ซึ่งให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะการขับขี่และประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม ขนาด 205/50R17 ใส่กับล้อลายสีดำขอบสีเงินขนาด 17 นิ้ว
นอกนั้นคงเดิมทั้งด้วยชุดแต่งสีดำขลิบแดงทั้งกระจังหน้ากันชนหน้าพร้อมลิ้นสปอยเลอร์ใต้กันชนสีแดง หลังคาดำ กระจกมองข้างทรงสปูนสีแดง คิ้วชายล่างสีเดียวกับตัวรถขลิบสีแดง กันชนหลังใหม่พร้อมดิฟฟิวเซอร์ขลิบแดงและไฟเบรกแบบ F1 ติดตั้งตรงกลางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิก ยังคงซ่อนท่อไอเสียไว้ใต้กันชน
ภายในตกแต่งตามสไตล์ NISMO หุ้มหนังเกรดคุณภาพสีดำเดินด้ายแดงทรงมาตรฐาน และเบาะคู่หน้าทรงเรสซิ่งจาก RECARO หุ้มหนังกลับสีแดง/สีดำ รองรับกับแนวกระดูกสันหลังตามหลักสรีรศาสตร์พร้อมอุ่นเบาะ เป็นออปชันเสริม ติดตั้งหนังสัมผัสบริเวณคอนโซลกลาง แผงประตูสีดำเดินด้ายสีแดง
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มหนังดำเดินด้ายแดง มีแถบสีแดงด้านบนของพวงมาลัย “On-Centre Marker” เพื่อบอกตำแหน่งองศาของพวงมาลัย ตรา NISMO หลังปุ่มเบรกมือไฟฟ้า และ Auto Hold และปุ่ม Push Start สีแดง
โดยรุ่น AURA และ AURA NISMO ติดตั้งลำโพง BOSE ติดตั้งลำโพงฝังไว้ที่หัวหมอนศีรษะ BOSE Personal Plus เป็นออปชันเสริม
ใหม่!! พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน หุ้มหนังเทียมใหม่จากวัสดุ “TailorFit” ให้ความรู้สึกคุณภาพสูงและทนทานคล้ายกับหนัง NAPPA แทนที่พวงมาลัยหุ้มหนังแท้แบบเดิม ให้เป็นออปชันมาตรฐานยกเว้นรุ่นที่ไม่ติดตั้ง cold-weather package

นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวรุ่นพิเศษ NISSAN NOTE BLACK EDITION ทั้ง NOTE NOTE AURA และ NOTE AURA NISMO ด้วยการตกแต่งธีมสีดำทั้งคันตั้งแต่ กระจังหน้า กระจกมองข้าง และฝาครอบล้อ รวมถึงโลโก้แบรนด์สีดำที่ด้านหน้า นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งภายในด้วยสีดำ ทำให้ได้สไตล์ที่เรียบง่ายแต่หรูหราและประณีต
โดยรุ่น NOTE BLACK EDITION มาพร้อมกล้องมองภาพรอบคัน Intelligent Around View Monitor และ กระจกมองหลังอัจฉริยะ Rearview Mirror เป็นออปชันมาตรฐาน พร้อมสีใหม่ทูโทนสีขาวหลังคาสีดำ Pure White Pearl/Midnight Black Two-Tone

NOTE AURA BLACK EDITION มอบฟีเจอร์ขั้นสูงและประสบการณ์ที่เหนือระดับสมกับรถยนต์คอมแพคระดับพรีเมียมด้วยการตกแต่งธีมสีดำทั้งคันตั้งแต่ กระจังหน้า กระจกมองข้าง และฝาครอบล้อ รวมถึงโลโก้แบรนด์สีดำที่ด้านหน้า นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งภายในด้วยสีดำ
ติดตั้งระบบนำทาง NissanConnect ในจอสัมผัส ลำโพง BOSE Personal Plus ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติขั้นสูง ETC2.0 และช่วยขับขี่อัจฉริยะ ProPILOT เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

NOTE AURA NISMO BLACK EDITION โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานสีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนิสโม เข้ากับสีดำ แสดงออกถึงมุมมองที่กล้าหาญและเปี่ยมด้วยความหลงใหลในการขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้นมาพร้อมกับสติ๊กเกอร์ตกแต่งภายนอกและตราสัญลักษณ์พิเศษภายในห้องโดยสาร สร้างความรู้สึกพิเศษทั้งภายในและภายนอก
ติดตั้งระบบนำทาง NissanConnect ในจอสัมผัส ลำโพง BOSE Personal Plus ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติขั้นสูง ETC2.0 และช่วยขับขี่อัจฉริยะ ProPILOT เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเช่นเดียวกับ NOTE AURA BLACK EDITION

ทุกรุ่นมาพร้อมขุมพลัง e-Power แบบ EREV ด้วยเบนซิน HR12DE 1.2 ลิตร 82 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 103 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที จับคู่กับชุดแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 1.5 kWh พ่วงเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส EM47 ให้กำลังรวมมากถึง 136 แรงม้าที่ 3,183-8,500 รอบต่อนาที เพิ่มแรงบิดเป็น 300 นิวตันเมตรที่ 0-3,183 รอบต่อนาที สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ

รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เสริมมอเตอร์ไฟฟ้า MM48 68 แรงม้าที่ 4,775-10,024 รอบต่อนาที และแรงบิด 100 นิวตันเมตรที่ 0-4,775 รอบต่อนาที เน้นการใช้มอเตอร์เป็นหลัก ส่วนเครื่องยนต์จะทำหน้าที่ชาร์จไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ ในช่วงความเร็วสูงมากเครื่องยนต์จะปั่นไฟฟ้าจ่ายตรงให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าชุดขับ พร้อมช่วงล่างออกแบบเน้นความสปอร์ต
มาพร้อมช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ Intelligent Emergency Brake โดยพัฒนาให้ตรวจจับจักรยานและยานพาหนะอื่นที่เข้ามาจากฝั่งซ้ายและขวาได้ และแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารหลังคาดเข็มขัดนิรภัย Rear Seat Reminder

โดย NISSAN NOTE 2027 เปิดราคาขายที่ญี่ปุ่นตั้งแต่รุ่นปกติไปจนถึงรุ่นพิเศษ BLACK EDITION เริ่มต้น 2,399,100-4,011,700 YEN หรือราว 499,000-829,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยแต่ถ้าเอามาขายมารวมภาษีนำเข้าอยู่ที่ 936,000-1,557,000 บาท
ที่มา NISSAN
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day