More

    ราคาน้ำมันดิบโลกร่วง นักวิเคราะห์คาดภาวะอุปทานกำลังจะล้นตลาด

    ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง หลังนักลงทุนประเมินว่าตลาดอาจเข้าสู่ภาวะอุปทานล้นเกิน จากปัจจัยทางการเมืองและทิศทางการผลิตของผู้ส่งออกรายใหญ่ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณจะเข้ามามีบทบาทบริหารเวเนซุเอลา ขณะที่กลุ่ม OPEC และประเทศนอกกลุ่มยังมีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น

     

    ราคาปิดปัจจุบัน (ข้อมูลจากวันที่ วันที่ 6 ม.ค. 69)

    • น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลง 1.19 ดอลลาร์ ปิดที่ 57.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
    • น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 1.06 ดอลลาร์ ปิดที่ 60.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
    Oil prices forecast to ease in 2026
    ภาพจาก businesstoday

    ปัจจัยที่ทำให้ ราคาน้ำมันดิบโลกร่วง 

    สื่อต่างประเทศมีการระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้ามามีบทบาทกับสถานการณ์ทางการเมืองในเวเนซุเอลา พร้อมส่งสัญญาณเข้ามาบริหารประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจ เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และดึงบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ กลับเข้าไปลงทุนอีกครั้ง

    สำนักข่าว Reuters ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเวเนซุเอลา โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้มีการส่งมอบน้ำมันที่เคยอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรกลับเข้าสู่ตลาด โดยทรัมป์ได้มีการเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า เวเนซุเอลาอาจส่งมอบ น้ำมันคุณภาพสูง ให้แก่สหรัฐฯ ในปริมาณราว 30–50 ล้านบาร์เรล

     

    นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ว่า นอกจากประเด็นเวเนซุเอลาแล้ว หากมีการตกลงสันติภาพในพื้นที่ขัดแย้งอื่น ๆ อาจปูทางไปสู่การลดข้อจำกัดในการส่งออกน้ำมันดิบของ รัสเซีย ซึ่งแม้ปัจจุบันจะส่งออกไปยังอินเดียและจีนเป็นหลัก แต่หากรัสเซียสามารถกลับมาส่งออกได้อย่างเสรี ตลาดน้ำมันโลกจะยิ่งเผชิญกับภาวะอุปทานที่ล้นเกินอยู่แล้วนั้นจะยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม

    ขณะที่นักวิเคราะห์หลายรายประเมินว่า การเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันโลกในช่วงปี 2568–2569 ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ทำให้ความต้องการอาจไม่เพียงพอต่อปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้แรงกดดันด้านราคายังมีอยู่

     

    ก่อนหน้านี้ Morgan Stanley ระบุว่า กำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC มีการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นราว 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ประเทศนอกกลุ่ม OPEC มีการพิ่มกำลังการผลิตอีกราว 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงปลายปี 2567 ต่อเนื่องถึงปี 2568 ส่งผลให้ตลาดโลกอาจกำลังเผชิญภาวะอุปทานส่วนเกินสูงถึง 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปัจจุบัน

     

    ผลกระทบต่อประเทศไทย

    แม้ว่า ราคาน้ำมันดิบโลกร่วง แต่สำหรับประเทศไทย ราคาน้ำมันขายปลีกยังคงได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายในประเทศ เช่น ภาษี ค่าการตลาด ค่าขนส่ง และนโยบายภาครัฐ ทำให้การปรับตัวของราคาน้ำมันในประเทศอาจแตกต่างจากทิศทางราคาน้ำมันโลก

     

    ที่มาจาก : bangkokbiznews.com, businesstoday.co, Reuters.com

    ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่:car2day.com

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts