บอร์ด รฟท. ไฟเขียวเตรียมทุ่มงบ 392 ล้านบาท จ้างที่ปรึกษาเดินหน้าศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียด และจัดทำรายงาน EIA รถไฟ 2 สายใหม่ นครสวรรค์ – บ้านไผ่ แนว East-West และ จัตุรัส – ชัยภูมิ – หนองบัวลำภู เพิ่มทางเลือกในการเดินทางและขนส่งสินค้า พร้อมเชื่อมโครงข่ายรถไฟอีสานตอนบนกับอีสานตอนกลาง คาดว่าจะเซ็นสัญญากับบริษัทที่ปรึกษาได้ในเดือนกันยายน 2569
บอร์ด รฟท. อนุมัติ 392 ล้าน เดินหน้ารถไฟ 2 เส้นทาง
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ รฟท. เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาดำเนินงาน เพื่อศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียด และจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟสายใหม่ 2 เส้นทาง
ทั้งนี้ รฟท. คาดว่าจะเร่งลงนามสัญญากับผู้รับจ้างของทั้ง 2 โครงการได้ภายในเดือนกันยายน 2569
2 เส้นทางใหม่ ขยายโครงข่ายรถไฟอีสาน
สำหรับ รถไฟสายใหม่ที่ รฟท. เตรียมเดินหน้า จะเข้ามาเติมโครงข่ายรถไฟในหลายพื้นที่ พร้อมเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างจังหวัด และเพิ่มเส้นทางสำหรับการขนส่งสินค้า ประกอบด้วย 2 เส้นทาง คือ

1. นครสวรรค์ – บ้านไผ่ เชื่อมตะวันออก – ตะวันตก
โครงการก่อสร้างทางรถไฟช่วงนครสวรรค์ – บ้านไผ่ เป็นการก่อสร้างรถไฟทางเดี่ยว โดยตามผลการศึกษาเดิม มีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- รถไฟแนว East-West
- เชื่อมการเดินทางและขนส่งสินค้าฝั่งตะวันออก – ตะวันตก
- ระยะทาง 304 กิโลเมตร
- มีอุโมงค์ 2 แห่ง
- ปรับปรุงทางรถไฟเดิมช่วงชุมทางกุดน้ำใส – สถานีรถไฟจตุรัส – ชุมทางบัวใหญ่ รวมระยะทาง 66.20 กิโลเมตร
- วงเงินลงทุนรวม 41,849 ล้านบาท
- แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 33,338 ล้านบาท
สำหรับงานศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียด และจัดทำ EIA รฟท. จะว่าจ้างกลุ่มกิจการค้าร่วม (Consortium) ในนามบริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด ซึ่งประกอบด้วยบริษัทที่ปรึกษา 6 ราย ได้แก่
- บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Lead Firm)
- บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด
- บริษัท เทสโก้ จำกัด
- บริษัท เอ็มเอชพีเอ็ม จำกัด
- บริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด
- บริษัท ดีเคด คอนซัลแตนท์ จำกัด
วงเงินว่าจ้างอยู่ที่ 200.6 ล้านบาท จากวงเงินที่เสนอมา 275.29 ล้านบาท โดยเป็นราคาที่ลดลงและต่ำกว่าทั้งราคากลาง รวมถึงต่ำกว่าวงเงินที่สำนักงบประมาณเห็นชอบ
ทั้งนี้ การดำเนินงานจะใช้ระยะเวลา 450 วัน หรือประมาณ 15 เดือน นับจากช่วงปลายปี 2569
คาดว่ารถไฟช่วงนครสวรรค์ – บ้านไผ่ จะเป็นหนึ่งในเส้นทางที่มีบทบาทในการเชื่อมการเดินทางและการขนส่งสินค้าในแนวฝั่งตะวันออกและตะวันตก
โดยสถานีปลายทางที่บ้านไผ่จะเชื่อมต่อกับสถานีบ้านไผ่ของโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ บ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร – นครพนม ทำให้สามารถต่อยอดการเดินทางและขนส่งสินค้าเข้าสู่โครงข่ายรถไฟในภาคอีสานได้

2. จัตุรัส – ชัยภูมิ – หนองบัวลำภู เชื่อมอีสานตอนบน – อีสานตอนกลาง
อีกโครงการคือการก่อสร้างทางรถไฟช่วงจัตุรัส – ชัยภูมิ – หนองบัวลำภู ซึ่งมีรายละเอียดที่วางไว้ดังนี้
- เป็นรถไฟทางคู่
- ระยะทางรวม 230 กิโลเมตร
- วงเงินจ้างที่ปรึกษา 192.26 ล้านบาท
โดยจะว่าจ้างกลุ่มกิจการค้าร่วม (Consortium) ในนามบริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด เช่นเดียวกับโครงการนครสวรรค์ – บ้านไผ่ ซึ่งมีการเจรจาปรับลดวงเงินจากที่เสนอไว้ 251.83 ล้านบาท เหลือ 192.26 ล้านบาท และมีราคากลางอยู่ที่ 200 ล้านบาท
การศึกษาครั้งนี้คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 540 วัน หรือประมาณ 18 เดือน โดยแนวเส้นทางจะเป็นการเปิดพื้นที่ใหม่ เพื่อเชื่อมโครงข่ายรถไฟระหว่างอีสานตอนบนและอีสานตอนกลาง
สำหรับแนวเส้นทางช่วงจัตุรัส – ชัยภูมิ – หนองบัวลำภู จะเป็นการเปิดพื้นที่รถไฟใหม่ เพื่อเชื่อมโครงข่ายระหว่างอีสานตอนบนและอีสานตอนกลาง เพิ่มทางเลือกทั้งด้านการเดินทางและการขนส่งสินค้าในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 โครงการจะใช้งบว่าจ้างที่ปรึกษารวมประมาณ 392 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการนครสวรรค์ – บ้านไผ่ 200.6 ล้านบาท และโครงการจัตุรัส – ชัยภูมิ – หนองบัวลำภู 192.26 ล้านบาท เพื่อศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียด และจัดทำรายงาน EIA
โดยหลังจากนี้ รฟท. เตรียมลงนามสัญญากับบริษัทที่ปรึกษาทั้ง 2 โครงการ คาดว่าจะลงนามได้ภายในเดือนกันยายน 2569 ก่อนเริ่มศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียด และจัดทำ EIA ตามระยะเวลาของแต่ละโครงการ
ข้อมูลจาก : mgronline.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com
