หลังจากมีการปิดเบี่ยงจราจรถนนพระราม 2 บางช่วง เพื่อดำเนินการติดตั้งชิ้นส่วนสะพานในโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก สัญญาที่ 1 กทพ. ยืนยันด้านความปลอดภัย กำกับดูแลทุกกระบวนการเอง เน้น SAFETY FIRST ทุกขั้นตอน
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ได้มีการจัดประชุมกับบริษัทผู้รับจ้างก่อสร้างและผู้ควบคุมงานก่อสร้างโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง- วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก สัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 3
สาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือต้องการเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยให้มากกว่าปกติ โดยเน้นว่าทุกขั้นตอนต้องรัดกุม ตรวจสอบได้ และไม่มีพื้นที่ความเสี่ยงตกหล่น
กทพ. ร่วมตรวจหน้างาน
สำหรับขั้นตอนการก่อสร้าง ไม่ได้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างหรือที่ปรึกษาควบคุมงานเพียงฝ่ายเดียว ทาง กทพ. ได้จัดให้มีวิศวกรของหน่วยงาน ลงร่วมตรวจสอบและติดตามการทำงานของผู้ควบคุมงานก่อสร้างตลอดช่วงการดำเนินงาน จนกว่าทุกกระบวนการจะเสร็จสิ้น เป้าหมายคือให้มีการตรวจซ้ำในเชิงเทคนิคหลายชั้น เพื่อปิดช่องว่างความเสี่ยงให้มากที่สุด
นอกจากนี้ กทพ. ได้เชิญ รองศาสตราจารย์ ดร.ภาณุวัฒน์ จ้อยกลัด ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อเสนอแนะด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยเพิ่มเติม
ตรวจละเอียดทุกครั้งก่อนใช้งาน
ทั้งนี้ ผู้ว่าการ กทพ. ได้กำชับชัดว่า ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบอุปกรณ์และเครื่องมืออย่างละเอียด โดยเฉพาะเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง
เช่น
- เครนสำหรับยกชิ้นส่วนโครงสร้าง
- Launching Gantry หรือโครงเหล็กสำหรับยกและวางคานสะพานคอนกรีตสำเร็จรูป
อุปกรณ์เหล่านี้ต้องผ่านการตรวจสภาพ ความพร้อม และระบบความปลอดภัยก่อนใช้งานทุกครั้ง โดยเฉพาะในจุดที่มีความเสี่ยงสูง ต้องตรวจซ้ำอย่างละเอียดก่อนดำเนินการต่อ
หากพบความผิดปกติหรือจุดเสี่ยงในขั้นตอนไหน ต้องสั่งหยุดการทำงานในจุดนั้น เพื่อตรวจสอบและแก้ไขทันที
พร้อมเน้นว่า ความคืบหน้าไม่สำคัญเท่าความปลอดภัย ประชาชนผู้ใช้เส้นทางและผู้ปฏิบัติงานต้องมาก่อนเสมอ
ความคืบหน้าโครงการ
โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในโครงสร้างหลักที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเดินทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ และลดภาระการจราจรบนถนนพระราม 2
ก่อนหน้านี้ กทพ. รายงานว่า ความคืบหน้าการก่อสร้างเดินหน้าไปแล้วมากกว่า 90% โครงสร้างหลักแล้วเสร็จเกือบครบทุกแนว เหลือเพียงงานติดตั้งชิ้นส่วนสะพานบางช่วง งานระบบ และการตรวจสอบความพร้อมก่อนเปิดใช้งานจริง ซึ่งในแผนระยะถัดไป คือ เตรียมเปิดให้ประชาชนทดลองใช้เส้นทางเป็นระยะเวลา 10 เดือน ประมาณช่วงเดือนมิถุนายน 2569 – เดือนมีนาคม 2570 โดยในช่วงทดลองจะไม่มีการจัดเก็บค่าผ่านทาง
ซึ่งมีเป้าหมายคือ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้งานจริงในทุกสภาพการจราจร ทั้งวันทำงานและวันหยุด และทาง กทพ. จะได้เก็บข้อมูลปริมาณรถ ความหนาแน่น และรูปแบบการเดินทาง เพื่อนำไปประเมินความพร้อมก่อนเปิดให้บริการจริงอย่างเต็มรูปแบบ
ปิดเบี่ยงเพื่อความปลอดภัย
ขณะนี้โครงการอยู่ในขั้นตอนสำคัญ คือ การยกติดตั้งชิ้นส่วนสะพานคอนกรีตสำเร็จรูป และการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง ซึ่งถือเป็นช่วงที่ต้องควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวดที่สุด เพื่อรองรับการทำงานของเครื่องจักรขนาดใหญ่ และจัดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการติดตั้งโครงสร้างเหนือแนวจราจร จึงมีความจำเป็นต้องปิดเบี่ยงจราจรบางช่วง
- ช่วงที่ 1
ปิดจราจรทางหลัก 2 ช่องจราจร ทั้งขาเข้าและขาออก
ช่วงก่อนโรงเหล้าแสงจันทร์ ถึง โรงพยาบาลนครธน
ตั้งแต่วันที่ 15 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 หรือจนกว่าจะเสร็จสิ้น
- ช่วงที่ 2
ปิดจราจรทางหลัก 2 ช่องจราจร ทั้งขาเข้าและขาออก
บริเวณสะพานต่างระดับบางขุนเทียน
ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 มิถุนายน 2569 หรือจนกว่าจะเสร็จสิ้น
ยกระดับความปลอดภัย คุมเข้มทุกขั้นแบบ SAFETY FIRST
ตั้งแต่เริ่มมีการปิดเบี่ยงจราจรในพื้นที่ก่อสร้าง โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก สัญญาที่ 1 กทพ. ได้ดำเนินงานภายใต้มาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด ตามกรอบ SAFETY PROTOCOL อย่างเคร่งครัด
เป้าหมายคือต้องการลดความเสี่ยงให้มากที่สุด ทั้งต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทางและต่อผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
พื้นที่ปฏิบัติงานหลักที่มีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วงก่อสร้าง
- บริเวณต่างระดับบางขุนเทียน
- บริเวณโรงพยาบาลนครธน
ซึ่งในขั้นตอนการดำเนินงานก่อสร้าง ต้องผ่านระบบควบคุมตามมาตรการความปลอดภัย (SAFETY PROTOCOL) ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
- ต้องได้รับอนุมัติขั้นตอนและวิธีการก่อสร้าง (Method Statement & JSA) ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
- ต้องมีการตรวจสอบความปลอดภัยประจำวันตาม Checklist
- ต้องได้รับใบอนุญาตปฏิบัติงานรายวันอย่างถูกต้อง
- ต้องดำเนินงานโดยบุคลากรที่ผ่านการอบรม และอยู่ภายใต้การกำกับของวิศวกรวิชาชีพ
อย่างไรก็ตาม การกำกับดูแลด้านความปลอดภัยไม่ได้มีแค่เฉพาะช่วงที่มีการติดตั้งหรือทำงานบนโครงสร้าง แต่ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเริ่มดำเนินงานไปจนถึงหลังเสร็จสิ้นภารกิจ
ก่อนเริ่มดำเนินงาน
ทีมงานต้องเตรียมความพร้อมอย่างรัดกุมทุกครั้ง
- อนุมัติขั้นตอนการทำงานล่วงหน้า
- ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ เครื่องจักร และพื้นที่ปฏิบัติงาน
- ประเมินความเสี่ยงตาม JSA
- ออกใบอนุญาตทำงานประจำวันก่อนเริ่มงาน
หลังการดำเนินงาน
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแต่ละพื้นที่ในการติดตั้งชิ้นส่วนสะพาน จะมีขั้นตอนตรวจสอบและเตรียมคืนพื้นที่อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะยังไม่เปิดการจราจรทันทีโดยที่ไม่มีการประเมินซ้ำ
- จัดเก็บอุปกรณ์และเคลียร์พื้นที่ปฏิบัติงาน
- ตรวจสอบแนวแบริเออร์และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย
- ตรวจสภาพพื้นผิวจราจรก่อนคืนพื้นที่ให้ประชาชนใช้งาน
ทั้งนี้ ขั้นตอนในการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อป้องกันความเสี่ยงและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด โดยการปิดช่องทางหลักบางช่วงในเวลากลางวัน เป็นไปตามมาตรการด้านความปลอดภัยของกระทรวงคมนาคม ที่กำหนดให้ควบคุมพื้นที่ทำงานในจุดเสี่ยงอย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจร การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้ปรับแผนเป็นการปิดเบี่ยงเฉพาะบางช่องทาง ทำให้ยังสามารถสัญจรได้ 1 – 2 ช่องจราจร และใช้ทางคู่ขนานได้ตามปกติ เพื่อให้การทำงานเดินหน้าไปพร้อมกับความปลอดภัยและการใช้ถนนของประชาชนในเวลาเดียวกัน
ข้อมูลและรูปภาพจาก : การทางพิเศษแห่งประเทศไทย EXAT, โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 สัญญา 1
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com




















