More

    เซี่ยงไฮ้ประกาศกร้าว! ปั้นเมืองเป็น “เมืองหลวงรถบินได้ของโลก” ภายในปี 2028

    ไม่ใช่แค่บนถนน แต่เทคโนโลยี “รถบินได้” หรือ eVTOL (Electric Vertical Takeoff and Landing) กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของโลก ล่าสุดรัฐบาล Shanghai ได้เผยโรดแมปสุดล้ำ ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินระดับต่ำ โดยวางเป้ามูลค่าอุตสาหกรรมไว้สูงถึง 8 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 4 แสนล้านบาท ภายในปี 2028

    eVTOL

    เป้าหมายสุดทะเยอทะยานของ Shanghai

    • กำลังการผลิตมหาศาล: ตั้งเป้าสร้างขีดความสามารถในการผลิตอากาศยานยุคใหม่แบบ Mass Production ให้ได้มากกว่า 500 รุ่น ภายในปี 2028
    • ดึงยักษ์ใหญ่เข้าพื้นที่: เตรียมปั้นและดึงดูดผู้ผลิตชั้นนำในด้าน eVTOL, โดรนอุตสาหกรรม และอากาศยานพลังงานใหม่รวมกว่า 10 ราย
    • บุกตลาดโลก: ไม่ได้หวังแค่ในประเทศ แต่เซี่ยงไฮ้พร้อมผลักดันการส่งออกเทคโนโลยีอากาศยานระดับต่ำสู่ตลาดโลกอย่างเต็มตัว

    eVTOL

    ค่ายรถยนต์กระโดดร่วมวง: จากถนนสู่ท้องฟ้า

    ปัจจุบันยักษ์ใหญ่ในวงการรถยนต์ต่างเร่งพัฒนาอากาศยานไร้คนขับเพื่อรองรับตลาด Air Taxi ที่คาดการณ์ว่าในปี 2030 จีนจะมีรถบินได้ประจำบ้านหรือให้บริการสาธารณะมากถึง 100,000 ลำ:

    • Xpeng: มาแรงที่สุด โดยบริษัทในเครืออย่าง AeroHT (หรือ Aridge) ได้สร้างโรงงานผลิตแบบ Mass Production ในกวางโจวแล้ว โดยตั้งเป้าส่งมอบ “รถบินได้แบบแยกส่วน” (Modular Flying Car) ภายในปี 2026 นี้
    • ยักษ์ใหญ่ค่ายอื่นๆ: ทั้ง Chery, GAC Group, Changan และ FAW ต่างซุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ขณะที่ JAC เพิ่งเปิดตัวห้องแล็บวิจัยเทคโนโลยีนี้ไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา
    • BYD: แม้จะมีข่าวลือหนาหูว่าเตรียมลุยตลาดนี้เช่นกัน แต่ล่าสุดทางค่ายยังออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าวอยู่

    eVTOL

    วิเคราะห์จากมุมมองกูรูรถยนต์:

    การที่ค่ายรถยนต์หันมาทำ eVTOL ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเทคโนโลยีพื้นฐานอย่าง แบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงอย่าง Solid-state, ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และ ระบบขับขี่อัตโนมัติ ทั้งหมดนี้คือความเชี่ยวชาญที่ค่ายรถจีนมีอยู่แล้ว การขยับขึ้นไปบนฟ้านั้นเป็นเพียงการขยายขอบเขตการเดินทางให้กว้างขึ้น และเซี่ยงไฮ้กำลังจะเป็นสนามทดสอบที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับเทคโนโลยีนี้

    Source: Cnevpost

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts