รถไฟทางคู่เฟส 2 ภาคใต้ เตรียมเดินหน้าครั้งใหญ่ หลังกระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ ครม. สัญจรที่จังหวัดสงขลา พิจารณา 3 เส้นทาง ในวงเงินลงทุนกว่า 1.04 แสนล้านบาท พร้อมปรับแบบบางช่วงเป็นทางรถไฟยกระดับในพื้นที่หาดใหญ่และจุดใกล้เคียง เพื่อรับมือปัญหาน้ำท่วม หาก ครม. เห็นชอบ รฟท. เตรียมทยอยเปิดประมูล ภายในปี 2569
3 เส้นทางภาคใต้เตรียมเข้า ครม.
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ว่า ในการประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดสงขลา ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 นี้ กระทรวงคมนาคมจะมีการเสนอ 3 เส้นทางรถไฟทางคู่ในพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่การพิจารณา
โดยทั้ง 3 เส้นทางมีระยะทางรวมกว่า 534 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวมประมาณ 104,465 ล้านบาท ประกอบด้วย
1. ชุมพร – สุราษฎร์ธานี : ระยะทาง 168 กิโลเมตร วงเงิน 30,422 ล้านบาท
2. สุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา : ระยะทาง 321 กิโลเมตร วงเงิน 66,270 ล้านบาท
3. ชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ : ระยะทาง 45 กิโลเมตร วงเงิน 7,772 ล้านบาท
ทั้ง 3 โครงการผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แล้ว จึงอยู่ในกลุ่มที่สามารถเสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติโครงการได้
เตรียมเข้า บอร์ด รฟท. 11 ส.ค.
ทั้งนี้ ก่อนเสนอเข้าสู่ ครม. โครงการทั้ง 3 เส้นทางจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือบอร์ด รฟท. ก่อน
เบื้องต้น รฟท. เตรียมนำโครงการเข้าสู่การพิจารณาในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 จากนั้นจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการต่อ เพื่อให้ทันการเสนอเข้าสู่ ครม. สัญจรที่จังหวัดสงขลา
สำหรับทั้ง 3 เส้นทาง ก่อนหน้านี้ รฟท. เคยส่งเรื่องให้กระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอ ครม. พิจารณามาแล้วตั้งแต่ช่วงรัฐบาลอนุทิน 1 แต่เกิดการยุบสภาก่อน ทำให้โครงการต้องกลับมาเข้าสู่กระบวนการเสนอ ครม. ใหม่อีกครั้ง
ปรับแบบใหม่ รับมือน้ำท่วมพื้นที่หาดใหญ่
อีกสาเหตุที่ทำให้โครงการต้องกลับมาทบทวนรายละเอียด คือสถานการณ์ด้านอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้
โดยกระทรวงคมนาคมมีนโยบายให้ รฟท. ทบทวนแบบก่อสร้าง เพื่อให้โครงสร้างรถไฟสามารถรองรับสถานการณ์น้ำท่วมได้ดีขึ้น ซึ่งตอนนี้ รฟท. ได้มีการปรับแบบไปแล้ว และเตรียมนำเสนอให้บอร์ด รฟท. พิจารณา
ทั้งนี้จะมีการปรับแบบสำหรับ 2 เส้นทาง คือ
- สุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา
- ชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์
ซึ่งจะปรับเฉพาะช่วงหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงที่เคยเกิดน้ำท่วมสูง ให้เป็นทางรถไฟยกระดับ ไม่ได้ยกระดับตลอดทั้งเส้นทาง
ที่สำคัญคือ แม้จะมีการปรับรูปแบบก่อสร้าง แต่วงเงินโครงการยังคงเท่าเดิม
ผ่าน ครม. มีลุ้นเริ่มประมูลภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ถ้า ครม. ลงมติเห็นชอบโครงการทั้ง 3 เส้นทาง ขั้นตอนต่อไปคือ รฟท. จะเดินหน้าสู่การประกวดราคา โดยมีแผนที่จะเปิดประมูลทีละเส้นทาง ห่างกันประมาณ 2 เดือน
เพื่อลดความเสี่ยงที่ทำให้ผู้รับเหมาหลายรายต้องเข้าร่วมประมูลในช่วงเวลาเดียวกัน และป้องกันการตกลงผลประโยชน์ระหว่างผู้เข้าร่วมประมูล
ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มจาก ชุมพร – สุราษฎร์ธานี ก่อน ตามด้วย ชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ เนื่องจากทั้ง 2 เส้นทางยังไม่มีอุปสรรคที่ต้องจัดการเพิ่มเติม
ส่วน สุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา จะเปิดประมูลเป็นลำดับสุดท้าย
หาดใหญ่ – สงขลา ยังมีปัญหาเรื่องผู้บุกรุก
ส่วนช่วง สุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา จะเปิดประมูลเป็นลำดับสุดท้าย เนื่องจากช่วง หาดใหญ่ – สงขลา ยังมีปัญหาเรื่องพื้นที่ตลอดแนวประมาณ 20 กิโลเมตร โดยเส้นทางช่วงนี้ปิดใช้มาตั้งแต่ปี 2527 และปัจจุบันมีผู้บุกรุกเข้ามาใช้พื้นที่ตามแนวเส้นทาง ทำให้ รฟท. ยังต้องเร่งหาแนวทางจัดการพื้นที่ให้พร้อมก่อนเริ่มก่อสร้าง
ซึ่ง รฟท. มีแนวคิดแบ่งโครงการช่วง สุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา ออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่
- สุราษฎร์ธานี – ทุ่งสง
- ทุ่งสง – หาดใหญ่
- หาดใหญ่ – สงขลา
การแบ่งออกเป็น 3 สัญญาจะทำให้สามารถเริ่มงานในช่วงที่ไม่มีปัญหาผู้บุกรุกได้ก่อน ส่วนช่วงหาดใหญ่ – สงขลา รฟท. จะเร่งจัดการพื้นที่ให้พร้อมก่อนเริ่มก่อสร้าง
อีก 3 เส้นทาง เตรียมเคลื่อนไหว
นอกจาก 3 เส้นทางภาคใต้ที่เตรียมขออนุมัติโครงการแล้ว กระทรวงคมนาคมยังเตรียมขอให้ ครม. เห็นชอบในหลักการไว้ก่อนอีก 3 เส้นทาง รวมระยะทาง 778 กิโลเมตร วงเงินรวมประมาณ 193,460 ล้านบาท
ประกอบด้วย
- ปากน้ำโพ – เด่นชัย ระยะทาง 281 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 81,143 ล้านบาท
- ชุมทางถนนจิระ – อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กิโลเมตร วงเงิน 44,095 ล้านบาท
- เด่นชัย – เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กิโลเมตร วงเงิน 68,222 ล้านบาท
โดยทั้ง 3 เส้นทางผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ สศช. จึงยังไม่สามารถเสนอขออนุมัติโครงการได้ในรอบนี้ คาดว่าจะนำกลับมาเสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติโครงการได้อีกครั้งประมาณปลายปี 2569
สำหรับทั้ง 6 เส้นทาง หากได้รับความเห็นชอบจาก ครม. จะเข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคา ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 เดือน โดยจะทยอยเปิดประมูลทีละเส้นทาง ห่างกันประมาณ 2 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ผู้รับเหมาหลายรายต้องเข้าร่วมประมูลในช่วงเวลาเดียวกัน และลดโอกาสเกิดการตกลงผลประโยชน์ระหว่างผู้เข้าร่วมประมูล
ข้อมูลจาก : nfoquest.co.th, dailynews.co.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com


