เป็นเอสยูวีที่ขายดีทั้งในญี่ปุ่น ยุโรป และไทยสำหรับ SUBARU FORESTER เจเนอเรชันที่ 6 รหัส SL ที่ล่าสุดเปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2026
ด้วยการเพิ่มรุ่น Touring และ Touring EX พลังเบนซินเทอร์โบ 1.8 ลิตร แต่มีการยกเลิกรุ่นย่อยที่ไม่มีออปชัน “EyeSight X” สำหรับ SUBARU FORESTER
ภายนอกของรุ่นใหม่นี้โดดเด่นด้วยกันชนหน้าและหลังสีดำด้าน ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วสีเมทัลลิกเข้มพร้อมผิวขัดเงาพร้อมยาง 225/55R18 จาก Falken “ZIEX ZE001 A/S”

นอกนั้นคงเดิมทั้งกระจังหน้าทรงห้าเหลี่ยมพร้อมตราดาวลูกไก่ขนาดใหญ่ เส้นแนวนอนลากยาวไปถึงไฟหน้า LED ทรงขอบมีปีก พร้อมไฟ Daytime แบบ LED horizontal อยู่บนโคมไฟ รับกับกันชนหน้าทรงสปอร์ต
ด้านข้างยังคล้ายกับเจนที่ 5 ตั้งแต่กระจกมองข้างทรงสปูน ราวหลังคาแบบบิ๊วอิน เสาอากาศครีบฉลาม พร้อมคิ้วชายล่างสีดำ ด้านท้ายติดตั้งไฟท้าย LED สอดรับกับคิ้วป้ายกรอบป้ายทะเบียนส่วนบนแบบแนวยาว และฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมการเปิด-ปิดฝาท้ายด้วยเท้า Hands-Free Power Rear Gate

ภายในตกแต่งด้วยโทนสีเรียบง่าย โดยมีเบาะนั่งหุ้มผ้ากำมะหยี่ และวัสดุตกแต่งภายในให้เลือกสองสี คือ สีดำและสีเทา เย็บตะเข็บสีน้ำเงินกับสีเงิน พวงมาลัยมัลตฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มหนังสีดำเดินด้ายสีน้ำเงิน ถุงเกียร์สีดำเดินด้ายสีเงิน
นอกนั้นคงเดิมทั้งแผงคอนโซลหน้าดีไซน์คุ้นเคยแต่โดดเด่นด้วยการออกแบบหนังสัมผัสลายนรังผึ้งฝั่งซ้ายในแผงคอนโซลหน้าพร้อมการเดินด้ายอย่างประณีต รวมถึงชุดแผงประตู พร้อมจอสัมผัสแนวตั้งขนาด 11.6 นิ้วแบบ tablet-style infotainment display พร้อมระบบนำทาง รองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto

ระบบเสียงรอบคัน 10 ลำโพง จากแบรนด์คุณภาพ Harman Kardon มาตรวัดดิจิทัลสี Full LCD ขนาด 12.3 นิ้ว มีช่องเสียบ USB ทั้ง Type-A และ Type-C ชุดแป้นเหยียบคันเร่งและเบรกทำจากอะลูมิเนียม เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold และที่ชาร์จมือถือไร้สาย
เบาะนั่งปรับไฟฟ้าคู่หน้าพร้อมระบบความจำฝั่งคนขับ เบาะหลังสามารถพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการขนของแบบ 40:20:40 พร้อมพื้นที่สัมภาระท้ายขนาด 838 ลิตรกรณีไม่พับเบาะและพับเบาะมีพื้นที่มากขึ้นถึง 2,107 ลิตร

เบนซินเทอร์โบสูบนอน BOXER DIT ขนาด 1.8 ลิตร รหัส CB18 ให้กำลังสูงถึง 177 แรงม้าที่ 5,200-5,600 รอบต่อนาที แรงบิด 300 นิวตันเมตรที่ 1,600-3,600 รอบต่อนาที

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ LINEARTRONIC CVT 8 สปีด มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบสมมาตรตลอดเวลา Symmetrical all-wheel drive เสริมระบบ X-MODE ช่วยในส่งถ่ายกำลังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งโหมด SNOW/DIRT, Normal และ DEEP SNOW/MUD
พร้อมระบบกระจายแรงบิด (Active torque vectoring) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมยานพาหนะได้อย่างมั่นใจ เร้าใจขึ้นด้วยโหมดการขับขี่ SI-Drive ทั้งโหมด Intelligent และ Sport พร้อมระบบความปลอดภัย EyeSight X Safety ไม่ว่าจะเป็น
- Autonomous Emergency Steering ระบบบังคับพวงมาลัยฉุกเฉินอัตโนมัติ ช่วยหักหลบจากรถหรือวัตถุที่อยู่ด้านหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการชน (ระบบทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
- Adaptive Cruise Control (ACC) with Lane Centering Function ไปและหยุดตามคันหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน ช่วยรักษาทิศทางของรถ
- Lane Departure Warning include Lane Departure Prevention เตือนเมื่อรถออกนอกเลนพร้อมระบบบังคับรถกลับเข้าเลน หากระบบตรวจจับว่ารถกำลังคร่อมเส้นแบ่งเลน จะดึงพวงมาลัยนำรถกลับเข้ากลางเลนโดยอัตโนมัติ (ระบบทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป)
- Pre-Collision Braking ช่วยเบรกอัตโนมัติ ทำงานร่วมกับ Adaptive Cruise Control พัฒนาให้ล้ำหน้าขึ้นอีกขั้น ช่วยปกป้องความปลอดภัยได้ในสถานการณ์การขับขี่
- Subaru Rear Vehicle Detection (SRVD) ตรวจจับวัตถุด้านหลัง เรดาร์เซนเซอร์จะตรวจจับวัตถุที่อยู่ด้านหลังรถ และส่งสัญญาณเตือนผู้ขับหากจะเปลี่ยนเลนบนถนนหรือถอยหลังในที่จอดรถ
- High Beam Assist (HBA) ไฟหน้าอัจฉริยะปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ เป็นฟังก์ชันใหม่ที่ให้มาเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยที่ปลอดภัย โดยเฉพาะเวลากลางคืน

การเพิ่มรุ่นย่อยใหม่มาอีก 2 รุ่นเสริมทัพให้มีควาามหลากหลายมากขึ้นจากเดิมมีรุ่น “SPORT EX” และรุ่นพิเศษ “SPORT EX Black Selection” สำหรับ SUBARU FORESTER รุ่น Touring และ Touring EX เปิดขายญี่ปุ่นเริ่ม 3,850,000-3,993,000 YEN หรือราว 795,000-824,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยแต่ถ้านำเข้ามาขายไทยราคารวมภาษีอยู่ที่ 1,494,000-1,545,000 บาท
ที่มา Carwatch











