ตลอด 12 ปี ที่ SUZUKI HUSTLER ตอบโจทย์คนญี่ปุ่นจนสร้างยอดขายสะสมกว่า 1 ล้านคันตลอดการจำหน่ายที่ผ่านมาล่าสุดเปิดตัวรุ่นปรับโฉมปี 2026

SUZUKI HUSTLER 2026 ไมเนอร์เชนจ์เน้นปรับหน้าตาใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้นรวมถึงปรับปรุงระบบความปลอดภัย และความสบายตรงใจคนเมืองชาวญี่ปุ่นเป็นแน่แท้ทั้งรุ่นปกติและสไตล์ลุยกับรุ่น Tough Wild
หน้าใหม่
เริ่มที่ กระจังหน้าสีดำเข้มทรงสี่เหลี่ยมคางหมูคว่ำไส้ในเป็นลายใหม่ลายรังผึ้งติดตราโลโก้ขนาดใหญ่ เพิ่มสีเหลืองสะท้อนแสงในชุดกระจังหน้ามุมขวามือ เสริมคิ้วโครเมียมที่ขอบกระจังหน้าส่วนบน กรอบไฟหน้า ตัวอักษร HUSTLER บนขอบฝากระโปรง
กันชนหน้าดีไซน์ใหม่สีเดียวกับตัวรถพร้อมชุดแต่งกันชนหน้าพร้อมกรอบไฟตัดหมอกหน้า LED ใหม่ ตราสัญลักษณ์ด้านหลังคำว่า HUSTLER ดีไซน์ใหม่โดยใช้วัสดุเรซิน แสดงออกถึงความสนุกสนาน และกันชนหลังเสริมลิ้นสปอยเลอร์แนวเส้นมาให้ ล้ออัลลอย 5 ก้านคู่สีดำเข้มพร้อมยางขนาด 165/60R15

ที่เปิดประตูโครเมียมและสีเดียวกับตัวรถในบางรุ่น กระจกรถรอบคันเพิ่มระบบกระจกตัดแสง UV & IR ระดับพรีเมียม 360 องศา คิ้วขอบล้อสีดำ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงสปูน บริเวณเสา C และ D เพิ่มกระจกโอเปร่าและไฟท้ายขอบเลนส์ใสสีขาวแดงแนวตั้งดูหรูหรามีระดับเพิ่มการมองที่ชัดเจน

ทางด้าน รุ่น Tough Wild สิ่งที่แตกต่างเริ่มที่ กระจังหน้าสีเข้มติดตราอักษร SUZUKI ใหม่ กันชนหน้าพร้อมชุดแต่งกันชนหน้าส่วนบนแบบโครเมียมส่วนล่างสีดำด้าน ราวหลังคา ที่จับประตูดึงก้านสีดำ กันชนหลังอพร้อมชุดแต่งกันชนส่วนบนแบบโครเมียม
ล้ออัลลอย 5 ก้านคู่สีดำเข้มขนาด 15 นิ้ว ไฟท้ายสีขาวแดงขอบเลนส์สีรมดำเข้มแนวตั้งและตราสัญลักษณ์ Tough Wild พื้นหลังสีดำติดท้ายรถ ภายใต้รหัส MR52S/MR92S ใหญ่ทั้งคันแบบทรงกล่องตั้งแต่
- ความยาว 3,395 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,475 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,680 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,460 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 180 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 810-880 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 27 ลิตร
ภายในปรับใหม่

เปลี่ยนมาใช้เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold แทนแบบเดิมที่เป็นคันโยกเพิ่มความสบายเพิ่มพื้นที่ในการใช้งานภายในสะดวกขึ้นกว่าเดิม ส่วนรุ่น “HYBRID X” และ “HYBRID X Turbo” มาพร้อมสีใหม่สีเทา Gunmetal ใหม่สำหรับตกแต่งแผงคอนโซลหน้า เบาะนั่งสีน้ำตาลใหม่ เพื่อเสริมความรู้สึกหรูหรามากยิ่งขึ้น
นอกนั้นเดิมๆเริ่มที่รุ่น Tough Wild ตกแต่งด้วยโทนสีดำเข้มเริ่มที่เบาะนั่ง แผงประตู หุ้มผ้ากำมะหยี่แบบพิเศษสามารถกันน้ำได้ และคอนโซลหน้าตกแต่งดำเข้มด้าน
ทางด้านรุ่นปกติทั้งรุ่น HYBRID X และ HYBRID X Turbo เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์สลับกับผ้าสีเทาเข้ม แผงประตูหุ้มหนัง และแผงคอนโซลหน้าสีดำมุกเข้มโดนใจ ส่วนรุ่น HYBRID G และ HYBRID G Turbo โดดเด่นด้วยขอบตกแต่งคอนโซลหน้า 3 จุด และเบาะนั่งกึ่งผ้ากึ่งหนังสังเคราะขอบเบาะตกแต่งด้วยสีครีม

นอกจากนี้ทุกรุ่นเพิ่มช่องใส่ของหลังเบาะ พร้อมถาดอเนกประสงค์ 2 ฝั่ง ช่องจ่ายไฟ USB ปลั๊กไฟ (Type-A/Type-C) ไฟภายในห้องโดยสารแบบ LED (หน้า/หลัง)คอนโซลหน้าที่งานนี้แบ่งสัดส่วนการใช้งานง่ายขึ้นถึง 3 โซน

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน มาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอ MID แสดงข้อมูลตัวรถขนาด 4.2 นิ้ว เครื่องเสียงแบบจอสัมผัส 9 นิ้ว ชัดแบบ HD แสดงการทำงานทั้งระบบนำทาง วิทยุ และเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมเทคโนโลยีฟอกอากาศ nanoe™ X

ขุมพลังเดิมกับเบนซิน 3 สูบ 660 ซีซี. มี 2 ทางเลือกเริ่มที่พลังเทอร์โบ รหัส R06A ให้กำลังมากสุด 64 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 98 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบต่อนาที และเบนซินธรรมดา รหัส R06D 49 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด 58 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบหัวฉีดคู่ และ cooled EGR
ทั้ง 2 ขนาดจับคู่กับระบบ Mild Hybtid ด้วยชุดมอเตอร์ไฟฟ้า ISG (Integrates Starter Generator) รุ่น WA05A ให้กำลัง 3.1 แรงม้าที่ 1,000 รอบต่อนาที แรงบิด 50 นิวตันเมตรที่ 100 รอบต่อนาที สำหรับเบนซินเทอร์โบ และรุ่น WA04C ให้กำลัง 2.6 แรงม้าที่ 1,500 รอบต่อนาที แรงบิด 40 นิวตันเมตรที่ 100 รอบต่อนาที สำหรับเบนซิน
ระบบ Mild Hybrid เข้ามาเสริมการทำงานโดยเข้าการทำงานในส่วนต่างๆเพื่อเก็บพลังงานที่เหลือจากการขับขี่มาใช้งานให้เป็นประโยชน์เช่นนำแรงเฉี่อย ขณะถอนคันเร่งหรือเบรกมาปั่นเป็นกระแสไฟฟ้ากักเก็บไว้ใช้งานในแบตเตอร์รี่ และทำงานร่วมกับระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติในการขับขี่ เพิ่มความประหยัดให้มากขึ้น
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ปรับปรุงสายพานและปั้มน้ำมันเกียร์ถึง 2 ตัว ให้การทำงานของแต่ละช่วงเกียร์ราบรื่นไม่กระตุกเลือกได้ทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ ควบคุมการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด
- โหมดSNOW
- โหมด Power
- โหมด Grip Control
- โหมดควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent
Suzuki Safety Support ให้เป็นออปชันมาตรฐานทุกรุ่น

- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติช่วยลดความเสียหายจากการชน DSBS II (Dual Sensor Brake Support II)
- ช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว Departure notification function
- จดจำเครื่องหมายจราจร TSR (Traffic sign recognition)
- ล็อกความเร็วแปรผันอัตโนมัติตามรถคันหน้าได้ในทุกช่วงความเร็ว ACC พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (Adaptive Cruise Control)
- ช่วยรักษาช่องทางเดินรถ LKA (Lane Keeping Assist)
- เตือนมุมอับสายตา BSM (Blind Spot Monitor)
- ช่วยป้องกันรถออกนอกเลน LDP (Lane departure prevention)
- เตือนการออกนอกช่องทางเดินรถ LDW (Lane Departure Warning)
- เตือนอาการง่วงนอน DSF (Drowsiness warning function)
- ป้องกันการเหยียบคันเร่งโดยไม่ตั้งใจ ACS (Accidental acceleration suppression)
- ป้องกันการเหยียบคันเร่งโดยไม่ตั้งใจขณะถอยหลัง RUAS (Rearward unintended acceleration suppression)
- ควบคุมการเบรกความเร็วต่ำทั้งออกตัวและถอยหลัง Low Speed Brake Support (forward/reverse)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist
- เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

กล้องแสดงภาพรอบคันแบบ 3 มิติ 3D view กล้อง Dual Camera Brake Supportป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking System (ABS) กระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ Electric Brake Force Distribution (EBD) ช่วยเบรก Brake assist (BA) ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electric Stability Program (ESP)
ป้องกันล้อหมุนฟรี Traction control system (TCS) ช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill hold control (HHC) สัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน Emergency Stop Signal (ESS)

SUZUKI HUSTLER 2026 มาพร้อมสีใหม่สีเหลือง Fusion Yellow Pearl Metallic” และ สีเขียว “Woodland Khaki Metallic” พร้อมหลังคารถสีน้ำตาล Urban Brown ทำให้มีสีให้เลือกทั้งหมด 14 สีแบ่งเป็นสีโมโนโทน 5 สี และทูโทน 9 สี ส่วนรุ่น Tough Wild มีสีใหม่สีเขียว “Woodland Khaki Metallic” รวมสีใหม่ทั้งหมด 6 สี แบ่งเป็นสีโมโนโทน 3 สี และทูโทน 3 สี
รุ่น Tough Wild 4 รุ่นย่อยทั้งรุ่นเครื่องยนต์ธรรมดาและเทอร์โบ เริ่มต้น 1,835,900-2,048,200 YEN หรือราว 379,000–425,000 บาท (ไม่รวมภาษีนำเข้าของเมืองไทย) และถ้านำเข้ามาขายที่ไทยราคารวมภาษีนำเข้าอยู่ที่ 713,000-799,000 บาท
รุ่นปกติ 6 รุ่นย่อย ตั้งแต่รุ่น Hybrid G, Hybrid X และ Hybrid X Turbo เริ่มต้น 1,599,400-1,971,200 YEN หรือราว 329,000–405,000 บาท (ไม่รวมภาษีนำเข้าของเมืองไทย) และถ้านำเข้ามาขายที่ไทยราคารวมภาษีนำเข้าอยู่ที่ 617,000-759,000 บาท
ที่มา Carwatch
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










