Tesla Model 3 Standard เปิดขายในไทย มาพร้อมกับราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้นที่ 1.149 ล้านบาท แลกกับออปชั่นที่ลดลงจากรุ่นพรีเมียม ไปดูกันว่าตัดออฟชั่นอะไรออกไปบ้าง

อุปกรณ์ที่หายไปจาก Model 3 Premium อาทิ
- ระบบระบายอากาศเบาะนั่งคู่หน้า,
- ระบบอุ่นเบาะสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง,
- กระจกมองข้างปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ,
- ลำโพง 9 ตำแหน่ง (ลดเหลือ 7 ตำแหน่ง),
- พวงมาลัยปรับไฟฟ้า,
- วิทยุ FM/DAB,
- ไฟตกแต่ง Ambient Lighting
- ช่วงล่างแบบ Frequency Dependent shock absorbers (เปลี่ยนเป็นแบบ Passive shock absorbers)

อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ของ Model 3 Standard ที่ยังมีอยู่ อาทิ
- หลังคากระจกพาโนรามา
- ระบบไฟที่วางเท้าและช่องประตู
- เบาะนั่งปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้าคู่หน้า
- ไฟหน้า LED, กล้องภายนอก 8 ตัว
- กระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าแบบไร้สัมผัสเมื่อเข้าใกล้
- ช่องแอร์ปรับด้วยหน้าจอสัมผัส
- ระบบควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชัน
- ระบบ Autopilot แบบพื้นฐาน สามารถอัปเกรดเป็นแบบ EAP (Enhanced Autopilot) และ FSD (Full Self-Driving Capability) ได้

Tesla Model 3 Standard ถูกพัฒนาเป็นรถที่มีราคาจำหน่ายเข้าถึงง่ายที่สุดในปัจจุบัน ติดตั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.2 วินาที แบตเตอรี่ระยะทางขับขี่สูงสุด 534 กิโลเมตร (WLTP) รองรับการชาร์จแบบซูเปอร์ชาร์จเจอร์กำลังสูงสุด 175 กิโลวัตต์ สามารถเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 270 กม. ภายในเวลาเพียง 15 นาที
การขยายไลน์อัปผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ Tesla ประเทศไทยมุ่งหวังที่จะมอบตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้คนไทยเปลี่ยนมาใช้รถ EV ด้วยต้นทุนการเป็นเจ้าของที่ต่ำลง โดยยังคงรักษามาตรฐานระดับพรีเมียม ทั้งด้านความปลอดภัย ระยะทางการขับขี่ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และเครือข่ายสถานีชาร์จที่ครอบคลุม

Model 3 Standard คือรถยนต์ที่ราคาย่อมเยาที่สุด และมีต้นทุนการบำรุงรักษาต่ำที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 534 กม. (มาตรฐาน WLTP) ด้วยตัวถังที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการชาร์จ Supercharging สูงสุด 175 kW ทำให้สามารถชาร์จเพียง 15 นาทีวิ่งได้ไกลถึง 270 กม.
ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังสถานี Supercharger ที่ Blúport หัวหิน ได้อย่างราบรื่น ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อกับรถผ่าน Tesla App เพื่อควบคุมอุณหภูมิ ตรวจสอบสถานะรถและการชาร์จ รวมถึงอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ผ่านซอฟต์แวร์ Over-The-Air (OTA) ได้จากทุกที่
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก










