ตลาดรถยนต์ในอาเซียนกำลังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มรถ EV ที่ได้รับความสนใจจากผู้ผลิตรถยนต์หลายค่าย ทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นตลาดสำคัญที่หลายแบรนด์ต้องการเข้ามาขยายธุรกิจ แม้แต่ค่ายยักษ์ใหญ่จากอเมริกาก็เริ่มขยับตัว ล่าสุด Tesla ยื่นจดทะเบียนตั้งบริษัทย่อยที่เวียดนาม ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจและการทำตลาดในภูมิภาคอาเซียนของค่าย
Tesla จัดตั้งบริษัทในเวียดนาม
สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง Reuters รายงานว่า Tesla ได้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในเวียดนามในชื่อ Tesla Motors Vietnam Limited Liability Company
โดยข้อมูลจากเอกสารจดทะเบียนธุรกิจตามที่รายงาน ระบุรายละเอียดสำคัญไว้ดังนี้
- บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026
- จดทะเบียนที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม
- มูลค่าทุนจดทะเบียน 77.667 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 99 ล้านบาท)
ด้านโครงสร้างผู้บริหาร มีรายชื่อดังนี้
- David Jon Feinstein ชาวสหรัฐฯ เป็นประธานบริษัท
- Isabel Ching Fan เป็นผู้จัดการทั่วไป
- Nguyen Manh Hung เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป
ส่วนขอบเขตธุรกิจที่จดทะเบียนไว้จะครอบคลุมทั้ง การขายส่งและขายปลีกยานยนต์ อะไหล่รถยนต์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า ส่งออก และจัดจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม Tesla ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลการจัดตั้งบริษัทที่ Reuters รายงานไว้
เวียดนามเป็นหนึ่งในตลาด EV ที่กำลังโตแรง
การเข้าสู่ตลาดเวียดนามถูกมองว่าเป็นอีกก้าวที่น่าสนใจของ Tesla เนื่องจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นหนึ่งในตลาด EV ที่เติบโตเร็วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เวียดนามมียอดขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ประมาณ 116,000 คัน เพิ่มขึ้นราว 71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทำให้เวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดที่มียอดขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเวลานี้ และยังเป็นอีกประเทศที่มีสัดส่วนการใช้รถ EV สูงเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เวียดนามมีโอกาสกลายเป็นตลาดสำคัญสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์ที่ต้องการขยายฐานลูกค้าในอาเซียน
โครงสร้างการชาร์จอาจเป็นข้อจำกัด
ปัจจุบันสถานีชาร์จส่วนใหญ่ในประเทศเวียดนามเป็นของเจ้าถิ่นอย่าง V-Green ซึ่งอยู่ในเครือของ VinFast โดยมีจำนวนหัวชาร์จรวมประมาณ 150,000 จุด ที่เน้นการรองรับรถยนต์ในเครือ VinFast เป็นหลัก
ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์อื่นต้องพึ่งพาสถานีชาร์จสาธารณะจากผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งยังมีการกระจายสถานีชาร์จไม่ทั่วถึง และในบางพื้นที่ยังมีข้อจำกัดด้านความพร้อมใช้งาน
Tesla เร่งขยายตลาดเอเชีย
Tesla เดินหน้าขยายธุรกิจในตลาดเอเชีย โดยมีจีนเป็นตลาดหลักในภูมิภาคนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ยอดส่งมอบรถยนต์ Tesla ในประเทศจีนช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 ลดลงประมาณ 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงผลงานของ Tesla Model 3 ที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีก่อน แต่ Model Y ยังคงเป็นหนึ่งในรุ่นที่ทำผลงานโดดเด่น และติดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก
ทั้งนี้ นอกจากตลาดจีนแล้ว Tesla ยังเตรียมขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดอื่นๆ ในเอเชียมากขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่การทำตลาดและขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้
Gigafactory Shanghai ยังเป็นฐานสำคัญ
แม้ยอดขายในบางตลาดจะเริ่มชะลอตัว แต่ Gigafactory Shanghai โรงงานผลิตรถยนต์ Tesla ในประเทศจีน ยังคงเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัท
นอกจากรองรับตลาดจีนแล้ว โรงงานแห่งนี้ยังถูกใช้สำหรับผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และตลาดอื่นๆ
โดยในช่วงที่ผ่านมา มียอดส่งออกรถยนต์จากโรงงานเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า และมีจำนวนสูงกว่ายอดขายปลีก Tesla ภายในประเทศจีนแล้ว
ที่สำคัญเกาหลีใต้ยังเป็นอีกตลาดที่ Tesla ทำผลงานได้ดี โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์ Tesla เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังติดกลุ่มแบรนด์รถยนต์นำเข้าที่มียอดขายสูงในเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การจัดตั้ง Tesla Motors Vietnam Limited Liability Company ในเวียดนาม จึงเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะเป็นการเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตแล้ว ยังอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายธุรกิจ Tesla ในเอเชีย เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าและรับมือกับการแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่นที่กำลังรุกตลาดภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก : teslarati.com, reuters.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com

