ตลาดรถยนต์ไทย เดือนมิถุนายน 69 เติบโต 17% EV มาแรง แต่กระบะยังลดลง

ตลาดรถยนต์ไทย เดือนมิถุนายน 2569 กลับมาคึกคักมากขึ้น ทำยอดขายรวมแตะ 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26% โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่กำลังได้รับความนิยม ทำยอดขายโตถึง 140% สวนทางรถเครื่องยนต์สันดาปและตลาดรถกระบะที่ยอดขายลดลงต่อเนื่องมานานถึง 3 ปี โดย ส.อ.ท. มองว่ารัฐบาลควรเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจและเดินหน้าการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อสร้างงาน เพิ่มรายได้ และดึงกำลังซื้อในประเทศให้กลับมา 

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์

ตลาดรถไทย เดือน มิ.ย. โต 17%

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยประจำเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวนอยู่ที่ 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน

ยอดขายที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง รวมถึงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์จากภาครัฐ ที่สำคัญรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นในปัจจุบันยังมีราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังมาจากรถนำเข้า มากกว่ารถที่ผลิตในประเทศ ซึ่งสวนทางกับการผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ลดลง โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 (ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน) มียอดผลิตลดลง 34,679 คัน หรือประมาณ 29.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ตลาดรถไทย

รถกระบะนิยมน้อยลง ยอดขายลดต่อเนื่อง

สำหรับตลาดรถกระบะ ประจำเดือนมิถุนายน 2569 มียอดขายที่ประมาณ 10,805 คัน ลดลง 3.17% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน

ซึ่งถ้าย้อนกลับไปในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ตลาดรถกระบะในประเทศไทยเคยมียอดขายสูงถึงประมาณ 30,000 คันต่อเดือน แต่ปัจจุบันลดลงมาเหลือแค่ประมาณ 10,000 คันต่อเดือน 

และยังมียอดขายที่ลดลงต่อเนื่องในทุกเดือนตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเหตุผลสำคัญมาจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน หรือไฟแนนซ์ 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ไม่ได้กระทบแค่ยอดขายรถกระบะ แต่ยังส่งผลต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชน เนื่องจากรถกระบะมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ต้องผลิตในประเทศ มากกว่า 90% เมื่อยอดผลิตลดลง ผู้ผลิตชิ้นส่วนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องจึงต้องลดการผลิตตามไปด้วย

ทำให้รายได้และกำไรของบริษัทในซัพพลายเชนลดลง ซึ่งทางภาครัฐเองก็จัดเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีเงินได้นิติบุคคลได้น้อยลง 

นอกจากนี้ รายได้ของคนงานและพนักงานในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องลดลง ทำให้ผู้บริโภคต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

เมื่อกำลังซื้อลดลงการลงทุนและการจ้างงานก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย ทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศเติบโตได้ในระดับต่ำ ส.อ.ท. จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการลงทุนโครงการขนาดใหญ่และสร้างการจ้างงานจำนวนมาก เพื่อเพิ่มรายได้และกำลังซื้อ ทำให้ประชาชนมีความสามารถในการชำระหนี้มากขึ้น และช่วยให้หนี้ครัวเรือนลดลงได้จริง

ซึ่งถ้าหากภาคธุรกิจและประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น รัฐบาลก็จะสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น และนำเงินส่วนนี้กลับมาใช้ในการลงทุนและสร้างงาน เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับคนไทย และช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

 

รถยนต์นั่งโตแรง เดือนเดียวขาย BEV ทะลุ  22,000 คัน

สำหรับยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 42,420 คัน คิดเป็น 72.24% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด และเพิ่มขึ้น 31.53% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งออกเป็น

ตารางสรุปยอดขายรถยนต์ เดือนมิถุนายน 2569

ประเภทระบบขับเคลื่อน ยอดขาย (คัน) สัดส่วน (%) การเปลี่ยนแปลง (YoY)
รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) 8,114 13.82% -33.72%
รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) 22,275 37.93% +140.47%
รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) 1,469 2.50% +163.73%
รถยนต์ไฮบริด (HEV) 10,504 17.89% +3.08%
รถยนต์ REEV (Range-Extended EV) 58 0.10% N/A (ปีก่อนยังไม่มีจำหน่าย)

ยอดขายรถกระบะ มิ.ย. ยังลดลง ขณะที่กระบะไฟฟ้าโต 149%

สำหรับยอดขายรถกระบะประจำเดือนมิถุนายน 2569  ยังอยู่ในช่วงขาลง แต่รถกระบะไฟฟ้าเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตลาดรถจักรยานยนต์ยังเติบโตได้ดี 

ตารางสรุปยอดขายรถกระบะและรถจักรยานยนต์ ประจำเดือนมิถุนายน 2569

ประเภทรถ ยอดขาย (คัน) การเปลี่ยนแปลง (YoY)
รถกระบะ (Pure Pickup) 10,805 -3.17%
รถกระบะไฟฟ้า (BEV) 274 +149.09%
รถกระบะ REEV 5 -16.67%
รถกระบะ HEV 5 N/A (ปีก่อนยังไม่มีจำหน่าย)
รถกระบะดัดแปลง (PPV) 2,983 -26.02%
รถจักรยานยนต์ 178,028 +15.37%

ตลาดรถไทย 6 เดือนแรก

ครึ่งปีแรก ตลาดรถไทยขายไปแล้ว 346,966 คัน

นายสุรพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดขายรถยนต์สะสมช่วง 6 เดือนแรก นับตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 14.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ซึ่งในจำนวนนี้ เฉพาะรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์มียอดขายรวมกันอยู่ที่ 240,426 คัน คิดเป็น 69.29% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด และเพิ่มขึ้น 24.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ตารางสรุปยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์แบ่งตามประเภทระบบขับเคลื่อน

ประเภทระบบขับเคลื่อน ยอดขาย (คัน) สัดส่วน (%) การเปลี่ยนแปลง (YoY)
เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) 54,506 15.71% -24.83%
พลังงานไฟฟ้า (BEV) 104,418 30.09% +93.07%
ไฮบริด (HEV) 74,640 21.51% +20.23%
ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) 6,023 1.74% +20.36%
Range-Extended EV (REEV) 839 0.24% N/A (ปีก่อนยังไม่มีจำหน่าย)

สำหรับตลาดรถกระบะและรถประเภทอื่นในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 พบว่ายอดขายรถกระบะยังคงลดลง สวนทางกับรถกระบะไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนรถจักรยานยนต์ยังสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนได้เช่นกัน

ตารางสรุปยอดขายรถกระบะและรถจักรยานยนต์

ประเภทรถ ยอดขาย (คัน) การเปลี่ยนแปลง (YoY)
รถกระบะ (Pure Pickup) 70,141 -4.73%
รถกระบะดัดแปลง (PPV) 20,893 +0.86%
รถกระบะไฟฟ้า (BEV) 898 +143.36%
รถกระบะ HEV 215 N/A (ปีก่อนยังไม่มีจำหน่าย)
รถกระบะ REEV 17 +183.33%
รถจักรยานยนต์ 953,353 +5.21%

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยในช่วงครึ่งปีแรก 2569 รถยนต์ไฟฟ้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนตลาดรถกระบะยังอยู่ในช่วงขาลง การเดินหน้าลงทุนโครงการขนาดใหญ่เพื่อสร้างงานและเพิ่มกำลังซื้อ อาจกลายเป็นอีกโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งผลักดัน เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงกำลังซื้อในประเทศให้กลับมาอีกครั้ง

 

ข้อมูลและรูปภาพจาก : autolifethailand.tv

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts