โตโยต้าไทย ยังคงเดินหน้ารักษาฐานการผลิตในประเทศไว้อย่างเหนียวแน่น หลังจากเปิดเผยว่าช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 สามารถส่งออกรถยนต์จากประเทศไทยไปตลาดต่างประเทศมากกว่า 2 แสนคัน โดยมี Toyota Hilux และ Toyota Yaris ATIV เป็น 2 รุ่นหลักที่ครองสัดส่วนการส่งออก นอกจากนี้ ยอดขายในประเทศที่ยังเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะและรถยนต์ไฮบริด

โตโยต้าไทย 7 เดือนแรก ส่งออกทะลุ 2 แสนคัน
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงเดือนมกราคม – กรกฎาคม (7 เดือนแรก) ของปี 2569 โตโยต้าสามารถส่งออกรถยนต์ที่ผลิตจากประเทศไทยไปยังตลาดต่างประเทศรวมกว่า 208,500 คัน
แม้ว่าปัจจุบันตลาดรถยนต์ทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี แต่รถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทยก็ยังได้รับความไว้วางใจจากตลาดต่างประเทศ ทั้งในเรื่องคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความสามารถในการผลิตรถให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละตลาด
2 รุ่นหลัก ผลักยอดส่งออก
หนึ่งในจุดแข็งคือฐานการผลิตรถกระบะของไทย โดย Toyota Hilux เป็นรุ่นที่ส่งออกมากที่สุดในช่วง 7 เดือนแรกของปี มีจำนวน 137,400 คัน คิดเป็นประมาณ 66% ของยอดส่งออกทั้งหมด
ทำให้ Hilux ยังคงเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักที่ช่วยให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานการผลิตรถกระบะของโตโยต้า
ส่วนอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมคือ Toyota Yaris ATIV ที่มียอดส่งออก 40,500 คัน หรือประมาณ 19% ของยอดส่งออกรวม
แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของฐานการผลิตไทยในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก เพราะสามารถผลิตรถให้ผ่านมาตรฐานและข้อกำหนดของตลาดต่างประเทศได้หลากหลาย
ทั้งนี้ ถ้านำยอดส่งออกของ Toyota Hilux และ Toyota Yaris ATIV มารวมกัน จะมีตัวเลขอยู่ที่ 177,900 คัน หรือมากกว่า 85% ของยอดส่งออกรถยนต์โตโยต้าในช่วง 7 เดือนแรกของปี
ส่วนยอดที่เหลือจะเป็นโตโยต้ารุ่นอื่นๆ ซึ่งจากข้อมูลที่ระบุไว้มีจำนวนประมาณ 2,000 คัน

ICE เป็นหลัก Hybrid เริ่มมีบทบาท
อย่างไรก็ตาม ถ้าแบ่งยอดส่งออกตามระบบขับเคลื่อน โตโยต้าระบุว่า
- รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ส่งออก 163,700 คัน
- รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ส่งออก 42,800 คัน
จะเห็นได้ว่ารถยนต์แบบเครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงเป็นกำลังหลักของรถที่ผลิตเพื่อส่งออกจากประเทศไทย ส่วนรถยนต์ไฮบริดก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นตามความต้องการของตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับรถยนต์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ทั้งนี้ สำหรับตลาดในประเทศ รถยนต์ไฮบริดของโตโยต้าก็มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นเช่นกัน โดยช่วง 7 เดือนแรกมียอดขายประมาณ 42,000 คัน เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยรุ่นที่ได้รับความนิยม เช่น Yaris Cross และ Corolla Cross ซึ่งเป็นรถไฮบริดที่ผลิตในประเทศไทย
Hybrid ไทย ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 70%
โตโยต้ายังให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งรายงานระบุว่า มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) เฉลี่ยประมาณ 70%
ดังนั้น การผลิตรถไฮบริดในประเทศไทยจึงไม่ได้เกิดประโยชน์แค่กับโรงงานประกอบรถเท่านั้น แต่ยังส่งต่อถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน ซัพพลายเออร์ และแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกด้วย
หรือพูดง่ายๆ คือ เมื่อมีการผลิตรถในประเทศมากขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย ตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไปจนถึงแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน
การส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมไทย
สำหรับยอดส่งออก 208,500 คันในช่วง 7 เดือนแรกของโตโยต้า ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับรายได้จากการส่งออก การจ้างงาน และธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทย
โดยเฉพาะ Toyota Hilux และ Toyota Yaris ATIV ที่เมื่อคิดรวมกันแล้วสามารถครองสัดส่วนได้มากกว่า 85% ของยอดส่งออกทั้งหมด และที่สำคัญ ยังเป็น 2 รุ่นหลักที่ช่วยการันตีความสามารถของไทยในการผลิตรถยนต์เพื่อรองรับทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลก
ยอดขายในไทย 7 เดือนแรก มากกว่า 1 แสนคัน
สำหรับตลาดในประเทศ โตโยต้ามียอดขายสะสมช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 135,199 คัน เพิ่มขึ้น 2.39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีส่วนแบ่งตลาด 33.29%
หากแยกตามกลุ่มรถที่ทำตลาดในไทย กลุ่มรถกระบะและรถยนต์นั่งขนาดเล็กยังเป็นกลุ่มสำคัญ โดยมียอดขายสะสมดังนี้
- กลุ่มรถกระบะ Pure Pick Up ซึ่งประกอบด้วย Hilux Travo, Revo และ Champ มียอดขายรวม 43,082 คัน เพิ่มขึ้น 5.59%
- กลุ่ม Eco Segment ซึ่งประกอบด้วย Yaris และ Yaris ATIV มียอดขายรวม 40,904 คัน เพิ่มขึ้น 20.35%
โดยเฉพาะกลุ่ม Eco Segment ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 20% ซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่เติบโตได้ดีในช่วง 7 เดือนแรกของปี

ฐานผลิตไทยมี Ecosystem รองรับ
สำหรับเหตุผลที่ทำให้โตโยต้ายังรักษาความแข็งแกร่งทั้งในตลาดประเทศไทยและการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นของลูกค้า แต่อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือความพร้อมของ Ecosystem และ Supply Chain ในประเทศ
โดยโตโยต้ามีระบบผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเออร์ในประเทศที่รองรับการผลิต รวมถึงการบริหารคลังและสต็อกอะไหล่ที่ครอบคลุม เพื่อให้สามารถดูแลรถยนต์และรองรับการใช้งานของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งการผลิตรถเพื่อส่งออก การขายรถในประเทศ ไปจนถึงการดูแลรถหลังการขาย ที่เชื่อมต่อเป็นระบบเดียวกัน และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้โตโยต้าสามารถเดินหน้าธุรกิจในไทยได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ยืนยันว่า จากนี้จะเดินหน้าเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย พร้อมรักษาคุณภาพการผลิตและมาตรฐานการบริการ เพื่อดูแลลูกค้าและสร้างความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศต่อไป
ข้อมูลจาก : thairath.co.th, prachachat.net
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com