ศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินคดี BYD เกี่ยวกับการฟ้องร้องเรื่องภาษีนำเข้า โดยระบุว่าการเรียกเก็บภาษีที่ใช้อำนาจตามกฎหมายฉุกเฉินบางฉบับจะเป็นโมฆะ ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆ สามารถยื่นขอคืนภาษีที่ถูกเรียกเก็บไปตั้งแต่ปี 2568 คืนได้ แต่สำหรับภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ยังคงมีความซับซ้อนและอาจไม่ได้ถูกยกเลิกไปตามการเรียกร้อง
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจากการที่บริษัทย่อยของ BYD ในสหรัฐฯ ตัดสินใจยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อศาลการค้าระหว่างประเทศ โดยระบุว่าการเรียกเก็บภาษีในกฎหมายฉุกเฉินบางฉบับมีการใช้อำนาจเกินขอบเขตของฝ่ายบริหาร
บริษัทที่ร่วมยื่นฟ้องประกอบด้วย
- BYD America LLC
หน่วยงานหลักที่ดูแลการดำเนินงานของ BYD ในอเมริกาเหนือ ครอบคลุมการบริหาร การจัดจำหน่าย และการสนับสนุนทางธุรกิจ - BYD Coach & Bus LLC
ผลิตรถโดยสารไฟฟ้าและยานยนต์เพื่อระบบขนส่งสาธารณะในสหรัฐฯ - BYD Energy LLC
ทำธุรกิจแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค - BYD Motors LLC
เกี่ยวข้องกับการนำเข้า การจำหน่าย และกิจกรรมด้านยานยนต์ในตลาดอเมริกา
สำหรับสาระสำคัญของการยื่นฟ้อง คือ ต้องการคัดค้านรัฐบาลสหรัฐฯ ในการใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉิน International Emergency Economic Powers Act หรือ IEEPA เป็นฐานในการกำหนดภาษีนำเข้า
บริษัทเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ให้อำนาจฝ่ายบริหารตั้งภาษีนำเข้าโดยตรง การออกคำสั่งเรียกเก็บภาษีตามกฎหมายดังกล่าวจึงถือว่าเกินขอบเขตอำนาจ และสร้างภาระต้นทุนจำนวนมากต่อธุรกิจ
โดยนอกจาก BYD แล้ว ยังมีบริษัทอื่นๆ อีกหลายร้อยรายที่ยื่นฟ้องคดีในลักษณะเดียวกัน เพื่อท้าทายความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีชุดนี้
คำตัดสินของศาล
ล่าสุด ศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินคดี BYD เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เกี่ยวกับการใช้อำนาจฉุกเฉินในการเรียกเก็บภาษี โดยมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ว่า การใช้กฎหมาย IEEPA เป็นฐานในการกำหนดภาษีนำเข้า ถือว่าเกินขอบเขตอำนาจที่กฎหมายให้ไว้
โดยศาลมีการอธิบายอย่างชัดเจนว่า กฎหมายฉุกเฉินดังกล่าวให้อำนาจประธานาธิบดีจัดการทรัพย์สินหรือธุรกรรมทางเศรษฐกิจในบางกรณี แต่ไม่ได้เขียนไว้ว่าสามารถใช้เพื่อกำหนดอัตราภาษีนำเข้าได้
ดังนั้น ภาษีที่ออกคำสั่งภายใต้กฎหมายฉบับนี้จึงถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ผลจากคำตัดสินคือ
- ภาษีที่เก็บภายใต้กฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ปี 2568 มีแนวโน้มถูกพิจารณาว่าเป็นโมฆะ
- เปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆ สามารถเดินหน้าดำเนินคดี เพื่อเรียกร้องขอคืนภาษีได้
- ในขั้นตอนการคืนเงินยังต้องผ่านกระบวนการในศาลเพิ่มเติม ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
คำตัดสินนี้เหมือนเป็นการกำหนดกรอบว่า รัฐบาลไม่สามารถใช้กฎหมายฉุกเฉินเป็นเครื่องมือในการออกคำสั่งได้ตามใจชอบ หากไม่มีการระบุในข้อกฎหมาย
ภาษีนำเข้ารถยนต์ EV ยังมีผล
แม้ว่าภาษีที่ออกตาม IEEPA จะถูกวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนจากจีนไม่ได้อยู่ในข้อกำหนดของกฎหมายฉบับนี้
ภาษีรถยนต์ส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ถูกบังคับใช้จากกฎหมายประเภทอื่น เช่น ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และมาตรา 301 ว่าด้วยมาตรการบังคับทางการค้า ทำให้คำตัดสินล่าสุดไม่ได้ครอบคลุมส่วนนี้
โดยมีการวิเคราะห์ว่า ภาษีเหล่านี้ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป และไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉุกเฉิน IEEPA ที่ศาลมีคำสั่งเพิกถอนไปก่อนหน้า
ดังนั้น โครงสร้างภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ในสหรัฐฯ ที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบัน จึงจะยังไม่เปลี่ยนแปลงตามการเรียกร้องของ BYD ในส่วนนี้
มุมมองนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์ในจีนมองว่า แม้คำตัดสินของศาลครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับแนวทางสู้คดีของ BYD แต่ในทางปฏิบัติยังมีความไม่แน่นอนสูง เพราะการขอคืนเงินภาษีที่จ่ายไปแล้ว หรือการทำให้ภาษีลดลงจริง ยังต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในศาลอีกหลายขั้นตอน และอาจใช้เวลานาน
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือสถานการณ์ทางการเมืองของสหรัฐฯ เพราะคำวินิจฉัยดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงที่ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอาจมีการใช้เครื่องมือทางกฎหมายรูปแบบอื่น
โดย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ในวันเดียวกันกับการพิจารณาคดีว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะพิจารณาช่องทางทางกฎหมายอื่นในการจัดเก็บภาษีนำเข้า หลังมีการตัดสินของศาลเกี่ยวกับการใช้กฎหมายฉุกเฉิน IEEPA
ผลกระทบต่อ BYD และตลาดรถยนต์โลก
ปัจจุบัน BYD มีการจำหน่ายรถบัสไฟฟ้าและยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ในอเมริกาเหนือ แต่ยังไม่ได้เปิดตัวรถยนต์นั่งสำหรับผู้บริโภคทั่วไปในตลาดสหรัฐฯ และยังไม่มีการยืนยันช่วงเวลาการเปิดตัวที่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน คำตัดสินของศาลครั้งนี้มีกำหนดหลักทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้อำนาจฉุกเฉิน แต่ไม่ได้ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนสามารถเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ง่ายขึ้นในทันที
ซึ่งกำแพงภาษีหลักยังคงอยู่ และการเข้าถึงตลาดในอนาคตอาจขึ้นอยู่กับการดำเนินคดี และการตัดสินใจบังคับใช้กฎหมายการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กำลังพิจารนาใช้อยู่
ข้อมูลและรูปภาพจาก : carnewschina.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com












